รัชกาลที่ 9 และการพัฒนาประเทศ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 12 หน้า 28
หน้าที่ 28 / 124

สรุปเนื้อหา

แผ่นดินรัชกาลที่ ๙ เริ่ม ก้าวใหม่ในโลกยุคใหม่ พ.ศ. ๒๔๘๒ เริ่มรัชกาลที่ ๙ ในต้น รัชกาลนั้นเป็นภาระที่ประเทศไทยตกอยู่ใน ภาวะหลังสงครามโลก พอสงครามสงบลง เดือนสิงหาคม ๒๕๕๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช (ขณะนั้นยังทรงดำรงพระราชอิสริ ยศเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอในพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล) เสด็จ นิวัติกลับสู่ประเทศไทย ทรงพระชนมายุครบ ๑๘ พรรษาพอดี วิกฤติการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับ พสกนิกรชาวไทยนั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๙ มิถุ นายน พ.ศ. ๒๔๘๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวอานันทมหิดลถูกลอบปลงพระชนม์และ เสด็จสวรรคต ความหวังของคนไทยแทบละลายหมด สิ้น เมื่อสิ้นยุวกษัตริย์พระองค์นี้ แต่การตัดสิน พระทัยรับตำแหน่งพระมหากษัตริย์ของสมเด็จ พระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลย เดช ไม่เพียงแต่

หัวข้อประเด็น

- รัชกาลที่ 9 และการพัฒนาประเทศ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

แผ่นดินรัชกาลที่ ๙ เริ่ม ก้าวใหม่ในโลกยุคใหม่ พ.ศ. ๒๔๘๒ เริ่มรัชกาลที่ ๙ ในต้น รัชกาลนั้นเป็นภาระที่ประเทศไทยตกอยู่ใน ภาวะหลังสงครามโลก พอสงครามสงบลง เดือนสิงหาคม ๒๕๕๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช (ขณะนั้นยังทรงดำรงพระราชอิสริ ยศเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอในพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล) เสด็จ นิวัติกลับสู่ประเทศไทย ทรงพระชนมายุครบ ๑๘ พรรษาพอดี วิกฤติการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับ พสกนิกรชาวไทยนั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๙ มิถุ นายน พ.ศ. ๒๔๘๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวอานันทมหิดลถูกลอบปลงพระชนม์และ เสด็จสวรรคต ความหวังของคนไทยแทบละลายหมด สิ้น เมื่อสิ้นยุวกษัตริย์พระองค์นี้ แต่การตัดสิน พระทัยรับตำแหน่งพระมหากษัตริย์ของสมเด็จ พระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลย เดช ไม่เพียงแต่จะทำให้ประเทศไทยและคน ไทยคลายความเศร้าโศกที่ต้องเสียพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลไปเท่านั้น ยังทำให้ประเทศไทยและคนไทยได้พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ ผู้ทรงมีพระ ราชปณิธานอันแน่วแน่ที่จะอุทิศทั้งพระวรกาย ครั้นในวันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอและสมเด็จ พระราชชนนีทรงอำลาพสกนิกรและประเทศ ไทย เสด็จไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีก ครั้งเพื่อทรงศึกษาต่อ โดยทรงตั้งคณะอภิรัฐ มนตรีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ อันมี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนชัยนาทนเรนทร เป็นประธาน กาลเวลาผ่านไปเกือบ ๔ ปี ถึงเช้าตรู่ และพระราชหฤทัย เพื่อประโยชน์สุขของ วันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ พระบาท ประชาชนชาวไทย ปฐมบรมราชโองการดั่ง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จ พระราชดำเนินนิวัติกลับถึงพระนครด้วยพระ ราชกรณียกิจใหญ่ ๓ ประการคือ พระบรมโพธิสัตว์ประกาศ ๑. พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรม สร้างปรมัตถบารมี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช เป็นพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ ๙ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙ ๒๖ กัลยาณมิตร ศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรม เชษฐาธิราช ๒. พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส และ ๓. พระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นประทับพระที่นั่งภัทรบิฐ เพื่อประกอบ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระองค์ได้มี พระบรมราชโองการเป็นนัดแรกต่อมหาสมาคม อันประกอบด้วยมหาราชครูพราหมณาจารย์ และผู้ที่มาประชุมเฝ้าอยู่ ณ ที่นั้นว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาว สยาม” การพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในครั้ง นี้ ทรงรับพระปรมาภิไธย ตามที่จารึกใน พระสุพรรณบัฏว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร์ สยามินทราธิราช บรม นาถบพิตร" นับแต่วาระนั้นเป็นต้นมา พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรง อุทิศพระองค์เพื่อความผาสุกของประชาชน ตลอดมาจวบจนบัดนี้ ทรงตั้งอยู่ในทศพิธราช ธรรม และจักรวรรดิวัตรธรรมสม่ำเสมอ จน ธันวาคม ๒๕๓๑ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More