ข้อความต้นฉบับในหน้า
หรอกจ๊ะ”
“แล้วทำไงเล่าคะ” ฉันอดถามอย่าง
ห่วงใยไม่ได้
“เงินไม่พอ ก็ต้องประหยัดวัสดุก่อสร้าง
ซิจ๊ะ ท่านเคยบอกว่า เดี๋ยวนะขอน้าดูหนังสือ
หน่อย” ว่าแล้วน้าน้อยก็หยิบประวัติวัดฯมา
พลิกๆ อ่าน สักครู่จึงว่า “นี่ไง นี่ไงฟังให้ดีนะ
ท่านว่า ให้เอาไม้นอกก็แล้วกันตีเป็นฝา ส่วน
หลังคาก็มุงจากไปชั่วคราวก่อน ส่วนไม้นั้นเอา
ของที่มีอยู่ในวัด และให้เอาไม้โลงผีมาทำเป็น
ประตูหน้าต่าง เข้าใจแล้วใช่มั้ย”
พี่นิภาและฉันเงียบงันซึมไปเลย เมื่อได้
ยินเช่นนั้นแล้ว
“โถ! สงสารท่านจังเลยนะคะ” ฉันอด
พึมพำไม่ได้หลังจากซึมไปพักใหญ่
“นั่นซิน่าเห็นใจท่านจริง ๆ “ พี่นิภาเสริม
เอ๊ะ! ไม่รู้ว่าเราสองพี่น้องนี่บังอาจรึเปล่า
แต่เราก็พูดตามความรู้สึกสงสารและเห็นใจท่าน
จริง ๆ ที่ท่านต้องแบกภาระจนป่าสู่เชียวละ
น้าน้อยเห็นเราเงียบซึมไปนานกว่าปกติ
๔๒ กัลยาณมิตร สิงหาคม ๒๕๓๕
(บน-ล่าง) ตุ๊กตาหิน
ท่าต่างๆ จากจีน
ประดิษฐาน หน้าพระ
วิหารพระนอน
นิสัยเลยเปลี่ยนน้ำเสียงเล่าอย่างขำ ๆว่า
“เอ้า ย้อนกลับมาเรื่องซุ้มประตูต่อนะจ๊ะ
เมื่อท่านซื้อก็สร้างใหม่เป็นประตูแบบไทย ก็
คล้ายซุ้มประตูกำแพงแก้วล้อมพระอุโบสถวัดสุ
ทัศน์นั่นแหละ” แล้วน้าน้อยก็หัวเราะหึ ๆ ก่อน
ที่จะพูดต่อไปว่า “ก็ท่านเป็นศิษย์เก่าวัดสุทัศน์
นี่จ๊ะ บวชเรียนและจำพรรษาอยู่ที่นั่นนาน ตั้ง
๒๐ ปี” น้าน้อยทำสุ่มเสียงราวกับโฆษณาเมือง
ไทยประกันชีวิต ที่ น.ส.สมศรีขับรถ เลยทำให้
เราทั้งสองหัวเราะออก
เออ เบญจ์ ที่น้าน้อยพูดถึงท่านเจ้า
คุณธรรมฯเลียนแบบท่าซุ้มประตูกำแพงแก้ว
อย่างวัดสุทัศน์ พลอยทำให้ฉันคิดถึงความ
จริงข้อหนึ่งที่ว่า คนเราอยู่ที่ใดนาน ๆ ก็มัก
ซึมซับสิ่งที่เคยเห็นเคยสัมผัสเคยปฏิบัติเอาไว้
ในใจโดยไม่รู้ตัว เมื่อเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ ถ้ามี
โอกาสเมื่อใดก็มักจะนำสิ่งที่ซึมซับไว้นั้นแสดง
ออกมา เบญจ์ว่าจริงไหมจ๊ะ จะ
- “อ้อ....ท่านก็ให้ช่างเขียนลายมังกรคู่