ข้อความต้นฉบับในหน้า
คนอยู่ตลอดเวลา
กำหนัดพอใจนั้นเสมือนศัตรูที่ลอบทำร้าย แสวงหาความสุขทางกามเสียแล้ว ไป เป็นเพียงความรู้ที่เกิดขึ้นตามธรรมดา
แสวงหาความสุขจากความสงบอันเป็น ของคนที่เห็นแก่ตัว มุ่งมองแต่ความ
“วีตโศกเอย! คนส่วนใหญ่ก็เป็น สุขที่ประณีตกว่า เย็นใจกว่า อย่างนี้ ปรารถนาและผลประโยชน์ของตัว
เช่นเธอนี่แหละชอบเอาความรู้สึกของ เป็นต้น
“จงมองโลก และทรรศนะชีวิต
ตัวไปวัดระดับจิตใจของผู้อื่น สิ่งใด “พวกเราได้ชื่อว่าผู้มีการศึกษา ให้กว้าง สิ่งทั้งหลายมักมีประโยชน์ในแง่
ตนทำไม่ได้ พ้นวิสัยแห่งตนก็เหมาเอาว่า จึงควรทำใจให้กว้าง เปิดหัวใจให้พร้อม ใดแง่หนึ่ง นอกจากคนจะหาแง่มุมนั้น
คนอื่นจะทำไม่ได้ด้วย สิ่งใดที่ตนใคร่ ที่จะรับรู้สิ่งอื่น เรื่องอื่นนอกเหนือไป ไม่พบ จึงกล่าวว่าไร้ประโยชน์ บางอย่าง
ปรารถนาก็เข้าใจว่าคนอื่นจะต้องใคร่ด้วย จากที่เรายึดมั่นอยู่ ว่าเป็นสิ่งที่อาจเป็น แม้มองไม่เห็นประโยชน์ทางวัตถุ แต่มีผล
“มีอยู่เหมือนกันที่คนปรารถนา ไปได้เหมือนกัน มิใช่หลับหูหลับตา ทางด้านจิตใจ มีอิทธิพลต่อความรู้สึก
และใคร่ตรงกันเช่นปราถนาความสุข เชื่อมั่นอยู่แต่สิ่งที่ตนศรัทธา เพียงประการ คนโบราณจึงพิทักษ์รักษาสิ่งนั้นไว้ คน
รังเกียจความทุกข์ แต่มูลเหตุให้เกิด เดียว โดยเฉพาะความเห็นส่วนตัวของ หนุ่มมักมองอะไรในแง่เดียว เมื่อไม่เห็น
ความสุขนั่นแหละต่างกัน ทั้งคุณภาพ คนเรานั้น มักเอียงไปในทางเห็นแก่ตัว ประโยชน์ในแง่ที่ตนมองก็ปฏิเสธสิ่งนั้น
และปริมาณ บางคนยึดมั่นว่า เว้นกาม และความชอบไม่ชอบของตัว แล้วนำเอา “อย่างไรเราก็เป็นคนพิเศษตาม
เสียแล้วก็ไม่มีความสุขอื่นอีก แต่บางคน ความเห็นส่วนตัวนั่นแหละไปตัดสิน ที่ประชาชนยกย่องแล้ว ขอให้เธอเป็น
เห็นกามารมณ์เป็นสิ่งพึงรังเกียจ เพราะ ความจริงความเท็จทั้งโลกมันมิใช่ความรู้ คนหนุ่มพิเศษอีกสักคนหนึ่งเถิด คือ
ระดับจิตใจของเขาได้พ้นจาก การ อันเกิดจากญาณแต่ประการใดเลย แต่มัน แทนที่จะมองอะไรด้านเดียวแบบคน
๙๐ กัลยาณมิตร สิงหาคม ๒๕๓๕