ข้อความต้นฉบับในหน้า
เมื่อครบ ๗ วันแล้ว พระเจ้าอโศก ได้รู้รสของความรื่นรมย์เลย ทองคำและ
รับสั่งให้นำพระอนุชาเข้าเฝ้า เพชรพลอย และวัตถุอื่น ๆ อันวิจิตร
เจ้าชายน้อย มีพระพักตร์เศร้า หม่อมฉันแตะต้องมันอย่างไม่รู้สึกตัว
สลดอยู่ตลอดเวลา ทรงคำนึงว่า วันนี้ เหล่านางบำเรอไม่มีอำนาจยั่วยวนบุรุษ
แล้วเป็นวันสิ้นสุดแห่งชีวิต นึกถึงภาพที่ ผู้ถูกตัดสินประหารชีวิตแล้ว
เพชฌฆาตลงดาบ ให้รู้สึกเสียววาบที่
“สตรี, ระบำ เพลง พระราชฐาน
พระศอ แลทรงสะดุ้งอยู่เนือง ๆ จน ซึ่งพร้อมด้วยเตียงตั้ง และฟูกหมอน
พระเชษฐภาดาทรงสงสารอย่างยิ่งท ทรัพย์สมบัติ ความหนุ่ม ความสวยงาม
วีตโศก! มีความสุขมากไหมใน และสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ก็ดี แม้พื้นโลก
รัชสมบัติ ๗ วันน่ะ?” พระราชาตรัสถาม พร้อมด้วยขุมทรัพย์นานา ก็เป็นของ
“ไม่เลยเจ้าพี่” เจ้าชายน้อย ว่างเปล่า ไม่น่าเบิกบานแก่หม่อมฉัน
ทูลตอบ พระกระแสเสียงละห้อย “มีแต่ ตลอดกาลที่ยังแลเห็นเพชฌฆาตผู้สวม
ความทุกข์ทรมาน”
เครื่องแต่งกายสีน้ำเงิน นั่งคุมอยู่ที่ประตู
“อ้าว ทำไมอย่างนั้นล่ะ พี่น่ะ “โอ, ราชาธิราช ขณะใดเสียง
การระลึกถึงความตายอยู่ หวังอยู่ว่าน้องจะมีความสุขมาก ทำไม ระฆังแห่งเพชฌฆาตดังขึ้น ขณะนั้น
66
เนืองนิจนั้น เป็นการ
ทำลายความเมาในรูป
เสียง กลิ่น รส และ
โผฏฐัพพะ
น้องจึงไม่มีความสุข?”
ความเกรงกลัวต่อมรณภัยก็ครอบงำ
“เพราะนึกถึงความตายอยู่ หม่อมฉันอย่างไม่เคยพบมาก่อนเลย
ทุกวันๆ พอตกเย็นเพชฌฆาตก็ไปเตือน “เพราะภัยคุกคามทำนองนี้เอง
ทุกวัน....เหลืออีก 5 วันแล้ว เหลืออีก ๕ หม่อมฉันจึงไม่ได้ยินเสียงอันไพเราะ
วันแล้ว เหลืออีก ๔ วันแล้ว ทำนองนี้ ไม่เห็นการฟ้อน ไม่รู้สึกการเสียดแทง
แหละ แม้จะมีอุปกรณ์แห่งความสุข แห่งความหิว
มากกว่านี้น้องก็ไม่อาจเสวยความสุขได้”
“หม่อมฉันมิได้นอนหลับ เวลา
พระเจ้าอโศกทรงพระสรวลเบา ๆ ล่วงไปหมดไปด้วยการรำพึงถึงความตาย
แล้วตรัสว่า “วีตโศก! น้องได้ประจักษ์ แน่ใจว่าตนต้องเป็นเหยื่อแห่งมัจจุราช
ด้วยตัวน้องเองแล้วว่าการระลึกถึงความ
“โอ ความตายช่างน่ากลัว น่า
ตายอยู่เนืองนิจนั้น เป็นการทำลายความ ประหวั่นพรั่นพรึงอะไรเช่นนั้น มันเป็น
เมาในรูป เสียง กลิ่น รส และโผฏฐัพพะ ม่านดำที่คอยปิดฉากชีวิตที่น่ากลัวหา
(สิ่งอันพึงถูกต้องได้ด้วยกาย) แม้จะมี อะไรปานได้ยาก โอ, ความตาย! ช่าง
อารมณ์อันยั่วยวนให้เมา เช่นที่พี่ได้ เป็นสิ่งทารุณต่อจิตใจของคนที่ยังไม่
มอบให้น้อง แต่น้องก็ไม่มีความรู้สึก อยากตายเสียนี่กระไร!”
ยินดีพอใจต่อสิ่งนั้น
“วีตโศก!” พระราชาตรัส “น้อง
“ยิ่งกว่านั้น” เจ้าชายวีตโศกทูล เองยังเป็นถึงเพียงนี้ ก็ภิกษุสามเณร
“หม่อมฉันเหมือนไม่เห็นอะไร ไม่ได้ยิน นั้น ได้รับการอบรมจากพระผู้มีพระภาค
เสียงอันไพเราะใดๆ ไม่ได้ฟังการขับร้อง ให้ระลึกถึงความตายอยู่ทุกวัน และ
ไม่ได้เห็นระบำรำร่ายของเหล่าสตรี ไม่ ทุกลมหายใจเข้าออก เมื่อเป็นดังนี้
๔๔ กัลยาณมิตร สิงหาคม ๒๕๓๕