การแสดงพุทธอุทานคาถา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2536 ฉบับที่ 9 หน้า 14
หน้าที่ 14 / 113

สรุปเนื้อหา

NU บัดนี้ อาตมภาพจะได้ แสดงพุทธอุทานคาถา วาจาเครื่องกล่าวความเปล่งขึ้นของ พระพุทธเจ้า เป็นคาถาที่ลึกลับ ผู้ แสดงก็ยากที่จะแสดง ผู้ฟังก็ยาก ที่จะฟัง เพราะเป็นธรรมอันลุ่มลึก สุขุมนัก เพราะเป็นอุทานคาถา ของพระองค์เอง ไม่ใช่ผู้ใดผู้หนึ่ง ปัจจัยทั้งหลาย นี้เป็นคาถาที่ ๒ ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมมา อาตาปิโน ฌายโต พราหมณสุส เมื่อใดธรรม ทั้งหลายปรากฏขึ้นแก่พราหมณ์ผู้มี ความเพียรเพ่งอยู่ วิธูปย์ ติฏฐิติ มารเสน พราหมณ์นั้นกำจัดมาร และเสนาเสียได้ หยุดอยู่ ชูโรว โอ- ไม่มีผู้ใดผู้หนึ่งไปทูลถามแต่อย่าง หนึ่งอย่างใด พระองค์เมื่อเบิกบาน พระหฤทัยโดยประการใด ก็เปล่ง โดยประการนั้น ก็เปล่งอุทานคาถา ขึ้น เป็นของลึกลับอย่างนี้ เหตุนี้ ภาสยมนตลกขนฺติ ดุจดังดวงอาทิตย์ อุทัยขึ้น กำจัดมืด ทำอากาศให้ สว่างฉะนั้น นี้เป็นคา

หัวข้อประเด็น

- การแสดงพุทธอุทานคาถา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

NU บัดนี้ อาตมภาพจะได้ แสดงพุทธอุทานคาถา วาจาเครื่องกล่าวความเปล่งขึ้นของ พระพุทธเจ้า เป็นคาถาที่ลึกลับ ผู้ แสดงก็ยากที่จะแสดง ผู้ฟังก็ยาก ที่จะฟัง เพราะเป็นธรรมอันลุ่มลึก สุขุมนัก เพราะเป็นอุทานคาถา ของพระองค์เอง ไม่ใช่ผู้ใดผู้หนึ่ง ปัจจัยทั้งหลาย นี้เป็นคาถาที่ ๒ ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมมา อาตาปิโน ฌายโต พราหมณสุส เมื่อใดธรรม ทั้งหลายปรากฏขึ้นแก่พราหมณ์ผู้มี ความเพียรเพ่งอยู่ วิธูปย์ ติฏฐิติ มารเสน พราหมณ์นั้นกำจัดมาร และเสนาเสียได้ หยุดอยู่ ชูโรว โอ- ไม่มีผู้ใดผู้หนึ่งไปทูลถามแต่อย่าง หนึ่งอย่างใด พระองค์เมื่อเบิกบาน พระหฤทัยโดยประการใด ก็เปล่ง โดยประการนั้น ก็เปล่งอุทานคาถา ขึ้น เป็นของลึกลับอย่างนี้ เหตุนี้ 66 ภาสยมนตลกขนฺติ ดุจดังดวงอาทิตย์ อุทัยขึ้น กำจัดมืด ทำอากาศให้ สว่างฉะนั้น นี้เป็นคาถาที่ ๓ สาม พระคาถาด้วยกันดังนี้ เพียงเท่านี้ เราเป็นผู้ได้ฟังอุทานคาถาในวันนี้ เป็นบุญลาภอันประเสริฐล้ำเลิศ นี่ถ้าว่าธรรมทั้งหลาย เมื่อใครรรมทั้งหลาย ปรากฏแก่พราหมณ์ ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่ ประสงค์ธรรมอะไรตรงนี ธรรมะเท่านี้เหมือนฟังแขกฟังฝรั่งพูด ฟังจีนพูด เราไม่รู้จักภาษา ถ้ารู้จัก ภาษาแขกภาษาฝรั่ง เราก็รู้ นี่ก็ ฉันนั้นแหละ คล้ายกันอย่างนั้น ฟัง ไม่เสียทีที่เกิดมาเป็นมนุษย์พบพระ พุทธศาสนา ตามวาระพระบาลีที่ ยกขึ้นไว้เป็นนิเขปคาถาว่า ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา อาตาปิโน ฌายโต พราหมณสุส เมื่อใดธรรมทั้งหลาย ปรากฏแก่พราหมณ์ ผู้มีความเพียร เพ่งอยู่ อสฺส กงขา วปยนฺติ สพฺพา เมื่อนั้นความสงสัยทั้งปวงของพราหมณ์ ย่อมสิ้นไป ยโต ปชานาติ สเหตุธมฺม เพราะมารู้จักธรรมว่าเกิดแต่เหตุ นี่ พระคาถาหนึ่ง ยทา หเว ปาต ภวนฺติ ธมฺมา อาตาปิโน ฌายโต พราหมณสฺส เมื่อใดธรรมทั้งหลาย ปรากฏแก่พราหมณ์ผู้มีความเพียร เพ่งอยู่ อเสส กงขาวปยนติ สัพพา เมื่อนั้นความสงสัยทั้งปวงของพราหมณ์ นั้นย่อมสิ้นไป ยโต ขย์ ปัจจยาน อเวที เพราะได้รู้ความสิ้นไปของ ประสงค์ธรรมขาว 99 แล้วเหมือนไม่ฟัง มันลึกซึ้งอย่างนี้ จะอรรถาธิบายขยายเนื้อความคำใน พระคาถาสืบไป คำว่า ธรรมทั้งหลายปรากฏ แก่พราหมณ์ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่ นี่ เราก็รู้คำว่าธรรมทั้งหลายนะคืออะไร รูปก็เป็นธรรม นามก็เป็นธรรม ธรรมที่ท่าให้เป็นรูป เป็นนาม ก็เป็น ธรรมเหมือนกัน ธรรมทั้งหลายนั่น คือ กุสลา ธมฺมา ธรรมฝ่ายดี มีเท่าใด หมดพระไตรปิฎก ไม่มีชั่วเข้าไปเจือ ปนระคนเลย เรียกว่า กุสลา ธมมา ธรรมที่ชั่วคือตรงกับบาลีว่า อกุสลา ธมฺมา ธรรมทั้งหลายนี้ชั่ว ไม่มีดี เข้าไปเจือปนเลย ชั่วทั้งสิ้นทีเดีย นี้เรียกว่า อกุสลา ธมฺมา ธรรม ทั้งหลายที่ชั่ว ธรรมทั้งหลายที่ไม่ดี ไม่ชั่ว ดีไม่เข้าไปเจือปน ชั่วก็ไม่เข้า ๑๒ กัลยาณมิตร กันยายน ๒๕๓๖
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More