ข้อความต้นฉบับในหน้า
66
หากพระบุตรเจ้า
ไม่ทรงบำเพ็ญพระบารมี
อย่างรุนแรง ไม่เสียสละ
อย่างใหญ่หลวง คนเล่า
พระองค์จะประสบ นะอิน
สูงส่งเช่น ฐานะอย่างus
สัมมาสัมพุทธเจ้าอันเป็น
บุรุษสูงสุดในโลก
ก็ไม่ทรงปรารถนา เพราะความสุข อภิญญาทั้ง ๕ นี้ เรียกว่า โลกีย
ของพระองค์ทั้งสองเปี่ยมล้น อารมณ์ อภิญญา ส่วนข้อที่ 5 คือ อาสวักขย
เล่าก็เริงรื่น ประหนึ่งทิพยารมณ์ ชีวิต ญาณ ญาณที่มีอำนาจกำจัดกิเลสทั้ง
ของทั้งสองพระองค์ เสมือนลอยอยู่ใน มวลให้หมดสิ้นนั้นเรียกว่า โลกุตตร
สวนสวรรค์อันขจรขจายด้วยกลิ่นมาลี อภิญญา
อบอวลชวนให้เริงรื่นหฤหรรษ์สุดพรรณนา
พระเถระผู้เป็นประมุขสงฆ์ เมื่อ
แต่ชีวิตมนุษย์ ย่อมคลุกเคล้า ได้สนทนาเรื่องอื่นกับพระราชาพอเป็นที่
อยู่ด้วยสุขและทุกข์ กฎแห่งอริยสัจที่ ตั้งแห่งความบันเทิงในธรรมแล้ว ท่าน
พระบรมศาสดาตรัสไว้นั้น ไม่เคยยก เพ่งพิศเจ้าชายกุณาละอยู่ครู่หนึ่งแล้ว
เว้นใครเลย ดังนั้นในขณะที่พระราช ถวายพระพรแก่พระราชาว่า
กุมารหฤหรรษ์อยู่ด้วยโลกียรมณ์อย่าง “มหาบพิตร พระเนตรของ
ดูดดื่มนั่นเอง ข่าวร้ายก็ถลาเข้าสู่วงชีวิต เจ้าชายงามเหลือเกิน”
มันเป็นข่าวร้ายที่ก่อความตื่นเต้นแก่
ปาน
“งามมากพระคุณเจ้า, เสนาบดี
พระองค์อย่างใหญ่หลวง พระนางกาญ เขาเคยพูดว่าไม่เคยเห็นมนุษย์คนใด
จนมาลานั้น ได้แต่ทรงกันแสง อนิจจา นัยน์ตางามเท่านี้เลย เหมือนนกชนิด
กุณาละ ผู้มีพระเนตรงามอย่างไม่มีใคร หนึ่งอยู่ ณ หิมวันตบรรพต เขาเรียก
กันว่า นกกุณาละ ข้าพเจ้าจึงขนานพระ
วันหนึ่ง จอมจักรพรรดิอโศก นามให้โอรสคนนี้ว่า “กุณาละ”
เสด็จไปสู่กุกกุฏารามเพื่อทรงเยี่ยมเยือน “มหาบพิตร” พระเถระถวาย
ภิกษุสงฆ์อย่างที่เคยทรงปฏิบัติมาเป็น พระพร เสียงของท่านนุ่ม น่าฟัง “พระ
อาจิณวัตร พระองค์ปรารถนาสนทนา ผู้มีพระภาคเจ้าของเรา เมื่อทรงบำเพ็ญ
ธรรมอันทำให้พระทัยเบิกบาน และใน พระบารมีอยู่สมัยเป็นพระโพธิสัตว์ ยัง
การเสด็จครั้งนี้มีพระราชโอรสองค์โปรด มิได้ตรัสรู้ ทรงเล่าว่าเคยทรงควักลูกตา
เจ้าชายกุณาละตามเสด็จด้วย ให้เป็นทานแก่ผู้ปรารถนา ลูกตาของ
มหาเถระผู้เป็นประมุขสงฆ์ใน พระองค์จะไม่เป็นที่รักก็หาไม่ แต่เพราะ
กุกกุฏารามนั้นเป็นผู้แตกฉานในอภิญญา มุ่งบำเพ็ญพระบารมี เพื่อโพธิญาณจึง
๕ คือ
๑. ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ
ญาณอันสามารถระลึกชาติหนหลังได้
๒.ทิพพโสต-หูทิพย์
ยอมเสียสละพระเนตรที่งามเหลือเกิน
ท่ามกลางเสียงคร่ำครวญของปิยชน มี
ชายา เป็นต้น เมื่อเสวยพระชาติเป็น
กษัตริย์ เคยตัดพระเศียรอันประดับ
ประดาแล้ว ด้วยมงกุฎเพชรเพริศพร
๓. จุตูปปาตญาณ ตาทิพย์
๔.เจโตปริยญาณ รู้วาระจิตของ
ผู้อื่น
“พระคุณเจ้า! การบำเพ็ญบารมี
เหตุไฉนจึงต้องเสียสละมากถึงปานนั้น
๕.อิทธิวิธี-แส
-แสดงฤทธิ์ต่าง ๆ ได้ เป็นการทำความเดือดร้อนแก่ตนเหลือ
เช่นคนเดียวทําเป็นหลายคน
เกิน?”
๔๔ กัลยาณมิตร กันยายน ๒๕๓๖