ข้อความต้นฉบับในหน้า
ท่านล่ะ ถ้าไม่ช่วยเหลือเกื้อกูลพระ
ราธเถระบ้าง เห็นจะเป็นการไม่
สมควรแน่
คิดดังนี้แล้ว ท่านจึงพาพระ
ราธเถระไปอยู่ที่ตามกาวาสวิหาร
ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านนัก พร้อม
ทั้งให้อาหารอันประณีตแก่พระราช
เถระ ส่วนท่านเองออกเที่ยวบิณฑ
บาดฉันตามลำพังของท่านเอง
เมื่อพระราธเถระได้เสนาสนะ
ที่มีความสุข มีอาหารเพียงพอที่จะ
ดำรงยังชีวิตต่อไปได้อย่างสบายแล้ว
วันหนึ่งท่านได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระ
ภาคเจ้า แล้วกราบทูลว่า
“ขอพระองค์ทรงแสดงธรรม
แก่ข้าพระองค์โดยย่อ ตามที่ข้า
พระองค์ได้ฟังมาแล้ว ข้าพระองค์
จะออกห่างจากหมู่คณะไปอยู่คน
เดียวตามลำพัง จะเป็นคนไม่ประ
มาท มีความเพียร และตั้งใจเจริญ
ภาวนา พระเจ้าข้า”
อะไร
พระบรมศาสดาตรัสสอนว่า
“ราธะ สิ่งใดเป็นมาร เธอจงละความ
กำหนัดพอใจในสิ่งนั้นเสีย
หรือชื่อว่า 'มาร' รูป เวทนา สัญญา
สังขาร วิญญาณซึ่งมีลักษณะไม่เที่ยง
เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวตน มีความสิ้น
ไปเสื่อมไป เกิดขึ้นแล้วก็ดับไปเป็น
ธรรมดา ชื่อว่า มาร เธอจงละความ
กำหนัดยินดีใน “เบญจขันธ์” เหล่า
สมบทด้วยการรับพระไตรสรณา เนืองๆ ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือใน
คมน์ ซึ่งเคยอนุญาตไว้ในกาลก่อน เรื่องของการฉันอาหาร ข้าวต้ม ข้าว
แล้วทรงอนุญาตการบวชด้วยญัตติ สวย ซึ่งท่านได้รับความลำบากกัน
จตุตถกรรมวาจาแก่พระราธเถระเป็น เนื่องมาจากอาสนะของท่านต้องตั้ง
รูปแรก การบวชเช่นนี้เป็นการมอบ อยู่ในที่ท้ายสุดของหอฉัน
อำนาจให้สงฆ์เป็นใหญ่ และได้ใช้ พระสารีบุตรเถระเห็นดังนั้น
มาจนทุกวันนี้
แล้ว จึงคิดว่า แม้แต่พระผู้มีพระ
หลังจากบวชแล้ว พระราธ ภาคเจ้ายังทรงมีพระมหากรุณาแก่ นี้แล้ว ก็ได้ตั้งใจเล่าเรียนพระกรรม
เถระต้องได้รับความทุกข์ร้อนอยู่ พระราชเถระจนได้อุปสมบท แล้ว
นั้นเสีย
พระราธเถระรับฟังพุทโธวาท
ฐานในสำนักของพระสารีบุตร ได้ฟัง
กันยายน ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๘๔