การเดินทางและการศึกษาโบราณคดี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2536 ฉบับที่ 9 หน้า 83
หน้าที่ 83 / 113

สรุปเนื้อหา

ลม” ก่อนละ” “งั้นพี่นิภาอยู่บนนี้เลยนะ ลักขณ์ขอลา “แหม! เธอนี่ใจร้ายจัง จะทิ้งพี่จริง ๆ เมื่อเราลงกันมาแล้ว ก็เดินย้อนมาหน้า ฐานเจดีย์ใหญ่ เห็นอาคาร เข้าใจว่าคงเป็น วิหาร เพราะมีขนาดใหญ่ บอกเบญจ์แล้วไงว่า สมัยก่อนวิหารใหญ่กว่าโบสถ์ ที่ก็กว้างมาก ยาว ด้วยจ้ะ ได้ยินน้าน้อยบอกน้าแหม่ม น้าวันทนี และนักศึกษาว่ากว้างตั้ง ๑๗ เมตร ยาว ๓๔ เมตร ฐานสูงขนาดหัวฉันแหละ เป็นวิหารที่มี เสา ๔ แถว ๓ ห้อง มีมุขเด็จข้างหน้าหนึ่งห้อง ต่อจากวิหารใหญ่ เป็นสระ แต่ไม่เห็น มีน้ำนะ น้าน้อยอธิบาย GY “เป็นสระซึ่งขุดลงไปในพื้นศิลาแลงกว้าง ๒๓ เมตร ลึก 6 เมตร เขาจะตักดินจากสระ สี่เหลี่ยมนี้ไปก่อสร้างนะคะถ้าหน้าฝนจะมีน้ำขัง” “จากการขุดแต่งที่ฐานเจดีย์วัดช้างรอบ นี้นะคะ กรมศิลปากรได้พบลวดลายต่าง ๆ ที่ ใช้ประดับเจดีย์และวิหาร

หัวข้อประเด็น

- การเดินทางและการศึกษาโบราณคดี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ลม” ก่อนละ” “งั้นพี่นิภาอยู่บนนี้เลยนะ ลักขณ์ขอลา “แหม! เธอนี่ใจร้ายจัง จะทิ้งพี่จริง ๆ เมื่อเราลงกันมาแล้ว ก็เดินย้อนมาหน้า ฐานเจดีย์ใหญ่ เห็นอาคาร เข้าใจว่าคงเป็น วิหาร เพราะมีขนาดใหญ่ บอกเบญจ์แล้วไงว่า สมัยก่อนวิหารใหญ่กว่าโบสถ์ ที่ก็กว้างมาก ยาว ด้วยจ้ะ ได้ยินน้าน้อยบอกน้าแหม่ม น้าวันทนี และนักศึกษาว่ากว้างตั้ง ๑๗ เมตร ยาว ๓๔ เมตร ฐานสูงขนาดหัวฉันแหละ เป็นวิหารที่มี เสา ๔ แถว ๓ ห้อง มีมุขเด็จข้างหน้าหนึ่งห้อง ต่อจากวิหารใหญ่ เป็นสระ แต่ไม่เห็น มีน้ำนะ น้าน้อยอธิบาย GY “เป็นสระซึ่งขุดลงไปในพื้นศิลาแลงกว้าง ๒๓ เมตร ลึก 6 เมตร เขาจะตักดินจากสระ สี่เหลี่ยมนี้ไปก่อสร้างนะคะถ้าหน้าฝนจะมีน้ำขัง” “จากการขุดแต่งที่ฐานเจดีย์วัดช้างรอบ นี้นะคะ กรมศิลปากรได้พบลวดลายต่าง ๆ ที่ ใช้ประดับเจดีย์และวิหาร นอกจากนี้ยังพบ ดินเผารูปนางรำ นางยักษ์ หน้าเทวดา หน้า มนุษย์ และหงส์ ซึ่งถ้าพิจารณาตามลักษณะ โบราณวัตถุก็สันนิษฐานว่าเป็นศิลปะสมัยสุโขทัย ตอนปลายที่ตรงกับสมัยอยุธยาตอนต้น ทําให้ ช้างทรงเครื่องที่ผนัง ฐานพระเจดีย์ วัด ช้างรอบ เขตอุทาน ประวัติศาสตร์ าแพง- เพชร เราพอทราบลักษณะเครื่องแต่งกาย การฟ้อนรำ และลักษณะอื่น ๆ ของคนสมัยนั้น” “นับว่าเป็นประโยชน์ในการศึกษาศิลปะ และโบราณคดีมากเลยนะคะ” “ใช่จ้ะ” “เขาเก็บสิ่งเหล่านั้นไว้ที่ไหนคะ” “ก็ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกำแพง เพชร ในตัวเมืองแหละ” “เสียดายจังนะคะ ที่เราไม่มีเวลา” “ไว้มาดูเองทีหลังซิจ๊ะ แต่วันนี้เราขึ้นรถ กันเถอะ เดี๋ยวจะเสียก่อนถึงแม่สอด ทุกคนไม่รอช้า รีบขึ้นรถ โชเฟอร์จึงพา เราย้อนมาตัวเมืองกำแพงเพชร มุ่งสู่จังหวัดตาก รถวิ่งจากกำแพงเพชร มุ่งไปทางตะวัน ตกเฉียงเหนือน้อย ๆ ด้วยถนนลาดยางสาย ๑๐๔ ซึ่งแล่นขนานไปกับลำน้ำปิงระยะทางประมาณ ๗๐-๗๕ กิโลเมตร ในช่วงแรกโชเฟอร์พาพวก เราข้ามมาฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิงจนถึงตำบล บ้านวังเจ้า โชเฟอร์จึงพากลับมาฟากตะวันออก เพื่อเข้าสู่ตัวเมืองตาก น้าน้อยบอกว่าที่จริงไม่ ข้ามแม่น้ำปิงก็ได้เพราะมีถนนตรงไปบรรจบกับ ถนนสาย ๑๐๕ (สายจากอำเภอเมือง ไปสู่ อำเภอแม่สอด) ถ้าจะพูดให้เบญจเข้าใจง่าย ฉัน ก็ขอบอกว่าพอถึงบ้านวังเจ้าถนนมันแยกเหมือน ง่ามสะติ๊ก (ที่พี่วิมลเคยใช้ยิงนกแล้วถูกตีไง จำได้มั้ย) แล้วจะมีถนนไปตัดปลายง่ามพาย้อน เข้าสู่ตัวเมือง ถ้าจะพูดอีกทีก็คือ ถ้าเราไม่คิด เข้าตัวเมืองไปแม่สอดเลย ก็ควรตรงไปเป็นดี ที่สุด แต่เนื่องจากน้าน้อยตกลงกับน้าแหม่มว่า ให้แวะตัวเมืองเพื่อซื้อบ๊วยเค็มแจกนักศึกษากัน คลื่นไส้ โชเฟอร์จึงต้องขับรถข้ามแม่น้ำปิงมา ฟากตะวันออกดังกล่าว จะได้ถึงตัวเมืองเร็ว ๆ ไงจ๊ะ ฉันขอเล่าย้อนไปหน่อยว่าระหว่างที่รถวิ่ง บนถนนสาย ๑๐๔ นั้น ไกด์หนุ่มสาวประจำวัน เขาก็ผลัดกันอธิบายเรื่องเมืองตากเก่า เมือง ตากใหม่และแหล่งท่องเที่ยวที่เราไม่มีโอกาสแวะ กันยายน ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๘๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More