การให้ทานและการรักษาศีล วารสารกัลยาณมิตร ปี 2536 ฉบับที่ 9 หน้า 17
หน้าที่ 17 / 113

สรุปเนื้อหา

เราจะบริจาคทาน นี้ก็เป็นธรรมอัน หนึ่ง เรามารักษาศีลก็เป็นธรรมอัน หนึ่ง มาเจริญภาวนาก็เป็นธรรมอัน หนึ่ง เพราะมาแต่ความไม่โลภ มา จากความไม่โกรธ มาจากความไม่ หลง เรื่องให้ทานก็เป็นอเนกประการ เรื่องรักษาศีลก็เป็นอเนกประการ เรื่องเจริญภาวนาก็เป็นอเนกประการ นี่หรือธรรมอันนี้หรือที่ปรากฏ แก่พราหมณ์ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่ ความสงสัยของพราหมณ์นั้น ความ ปวงของพราหมณ์นั้นก็สิ้นไปหมดไป เพราะได้รู้ความสิ้นของปัจจัยทั้งหลาย ยโต ขย์ ปัจจยาน อเวที เพราะได้ รู้ความสิ้นไปของปัจจัยทั้งหลายสว่าง ขึ้นแล้ว เมื่อเห็นความสิ้นไปของ ปัจจัยทั้งหลาย อะไรเล่าเป็นปัจจัยที่สิ้นไปน่ะ อะไรเล่าเป็นปัจจัย อ้ายปัจจัยนี่ก็ ยากไม่ใช่น้อยเหมือนกัน ปัจจัยน่ะ คือดังนี้ คำที่เรียกว่าปัจจัยนะ อวิชชา สงสัยทั้งปวงของพราหมณ์นั้นย่อม สิ้นไ

หัวข้อประเด็น

- การให้ทานและการรักษาศีล

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เราจะบริจาคทาน นี้ก็เป็นธรรมอัน หนึ่ง เรามารักษาศีลก็เป็นธรรมอัน หนึ่ง มาเจริญภาวนาก็เป็นธรรมอัน หนึ่ง เพราะมาแต่ความไม่โลภ มา จากความไม่โกรธ มาจากความไม่ หลง เรื่องให้ทานก็เป็นอเนกประการ เรื่องรักษาศีลก็เป็นอเนกประการ เรื่องเจริญภาวนาก็เป็นอเนกประการ นี่หรือธรรมอันนี้หรือที่ปรากฏ แก่พราหมณ์ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่ ความสงสัยของพราหมณ์นั้น ความ ปวงของพราหมณ์นั้นก็สิ้นไปหมดไป เพราะได้รู้ความสิ้นของปัจจัยทั้งหลาย ยโต ขย์ ปัจจยาน อเวที เพราะได้ รู้ความสิ้นไปของปัจจัยทั้งหลายสว่าง ขึ้นแล้ว เมื่อเห็นความสิ้นไปของ ปัจจัยทั้งหลาย อะไรเล่าเป็นปัจจัยที่สิ้นไปน่ะ อะไรเล่าเป็นปัจจัย อ้ายปัจจัยนี่ก็ ยากไม่ใช่น้อยเหมือนกัน ปัจจัยน่ะ คือดังนี้ คำที่เรียกว่าปัจจัยนะ อวิชชา สงสัยทั้งปวงของพราหมณ์นั้นย่อม สิ้นไป เพราะมารู้จักว่า ธรรมเกิด แต่เหตุ ดังนี้หรือ ไม่ใช่กระนั้น ยิ่ง กว่านั้นลงไป ยิ่งกว่านั้นลงไป เมื่อ พราหมณ์นั้นมานั่งเพ่งถูกส่วนเข้าแล้ว ใจก็หยุดทีเดียว หยุดศูนย์กลางดวง ธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ หยุด นิ่งพอใจหยุดได้เท่านั้น พอใจหยุด นิ่งเท่านั้น สูโรว โอภาสยมนตลิก ขนฺติ ดุจดังดวงอาทิตย์อุทัยขึ้นกำจัด มืด ทำอากาศให้สว่างไสว อย่างนี้ นี่เป็นกลางวันอย่างนี้ ดวงอาทิตย์ก็ เห็นโร่อย่างนั้น อย่างนี้ เห็นอย่างนี้ เห็นอย่างนี้เป็นดวงเท่าดวงจันทร์ ติดอยู่ศูนย์กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็น กายมนุษย์ ติดกลางกายมนุษย์นั่น นะ ดวงเท่าดวงอาทิตย์นะ ติดอยู่ ศูนย์กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกาย มนุษย์ จะมองอะไรเห็นตลอดหมด เหมือนกับกลางวันอย่างนี้แหละ จะ ดูอะไรก็ดูไป เมื่อธรรมปรากฏขึ้น แก่พราหมณ์ดังนี้ ความสงสัยทั้ง 66 ธรรมมีสามอย่างนี้ เป็นปัจจัยให้เกิดสังขาร แน่! ความโง่ มิดเป็นอกุศลธรรม ความไม่รู้จริงเป็นปัจจัยแล้ว สังขาร สว่างเป็นกุศลธรรม ความปรุงให้ดีให้งาม ตกแต่งอยู่ร่ำ ไม่มีดไม่สร้างเป็น อัพยากตาธรรม ไป ต้องตกแต่งอยู่ร่ำไป ปรนเปรอ อยู่ร่ำไป สังขารนั้นแหละเป็นปัจจัย ให้เกิดวิญญาณ รู้ดีรู้ชั่วอยู่ร่ำไป วิญญาณเป็นปัจจัยให้เกิดนามรูป นาม รูปมีเกิดดับอยู่เป็นธรรมดา นามรูป เป็นปัจจัยให้เกิดสฬายตนะ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ สฬายตนะเป็น ปัจจัยให้เกิดผัสสะ ความกระทบ ทางตา ทางหู จมูก ลิ้น กาย ใจ ผัสสะเมื่อกระทบเข้าแล้วเป็นปัจจัยให้ เกิดเวทนา ชอบ ไม่ชอบ เฉยอยู่ เวทนาปรากฏเป็นปัจจัยให้เกิดตัณหา ตัณหาปรากฏขึ้นแล้วเป็นปัจจัยให้ เกิดอุปาทาน อุปาทานปรากฏขึ้นแล้ว เป็นปัจจัยให้เกิดภพก่อน ปัจจัยกัน เป็นชั้น อย่างนี้ เมื่อมีกามภพ รูปภพ อรูปภพ ก็เป็นปัจจัยให้เกิด ชาติ เมื่อชาติมีขึ้นแล้ว ชาตินั้นคือ อะไรนะ ชาติ คือ กำเนิด นั่นแหล อัณฑชะ ๆ สังเสทชะ โอปปาติกะ กันยายน ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๑๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More