ข้อความต้นฉบับในหน้า
เรื่องอะไรจ๊ะ หยุดก่อนเถอะจ้ะ พูดกันดี ๆ ดีกว่า
เชื่อฉันเถอะ”
แม้นกกะลิงจะร้องห้ามอย่างไร แพะทั้งสอง
ก็เหมือนไม่ได้ยิน ยังรี่เข้าใส่กันเหมือนกับจะให้
ตายกันไปข้างหนึ่ง
“ลุงจำ หยุดก่อนเถอะจ้ะ โธ่ เดี๋ยวหัวจะ
แตกเอานะจ๊ะ พูดกันดี ๆ เถอะ”
นกกะลิงห้ามฝ่ายนี้ที ห้ามฝ่ายโน้นที กระ
โดดมาเกาะหลังฝ่ายนี้ เกาะหลังฝ่ายโน้น แต่แพะ
กาลเทศะของตัวเองแท้ ๆ
ทีเดียว
ตักการยมาณพมองหน้าอาจารย์แล้ว ก็เล่า
เรื่องของ “ปาก” ที่พาความหายนะมาสู่ตัวเองอีก
เป็นเรื่องที่สาม ขอตั้งชื่อเรื่องว่า “ชวนกันตายหมู่”
เรื่องนี้เกิดขึ้นในกรุงพาราณสี ชาย ๕ คน
ชวนกันไปเก็บตาล คนหนึ่งปีนขึ้นไปบนต้นตาล
ปลิดตาลได้แล้วโยนลงมาให้คนข้างล่างเก็บ ขณะ
นั้นมีงูเห่าดำตัวหนึ่ง เลื้อยจากจอมปลวกที่โคน
ต้นตาลขึ้นไป คนข้างล่างจะตีจะเคาะไม้อย่างไร
ทั้งสองไม่ใส่ใจ นกกะลิงไม่อาจทนเห็นทั้งสองต้อง มันก็ไม่ลงมา คนที่อยู่บนต้นตาลก็ตกใจกลัว ร้อง
สู้กันดุเดือดจนบาดเจ็บกันทั้งคู่อย่างนั้น จึงร้อง เสียงหลง คนข้างล่างคนหนึ่งจึงออกความคิด
เป็นคำขาดว่า
เอาผ้านุ่งผืนหนึ่งมาขึงให้ตึงแล้วตะโกนเรียกให้คน
แขนของคนทั้งสี่ที่ยึดมุมผ้านั้นไว้ไม่อาจทานแรง
“ถ้าลุงทั้งสองไม่ยอมเลิกทะเลาะกันเสียทีละก็ ข้างบนที่อยู่บนต้นตาลกระโจนลงมา แต่กำลัง
ชนฉันให้ตายไปเสียก่อน”
แล้วนางก็บินไปคั่นกลางระหว่างหัวของ ของคนที่กระโจนลงมาได้ ในทันทีที่ตัวของคน ๆ
แพะทั้งสอง ในทันทีนั้น หัวแพะทั้งสองก็พุ่งเข้า นั้นพุ่งลงบนผืนผ้า หัวของคนทั้งสี่ก็กระแทกกัน
บดขยี้นางนกกะลิงราวกับถูกบดด้วยแท่นหินก็ไม่ กะโหลกแตกตายคาที่
ปาน
“เขาต้องตายพร้อมกันทีเดียวถึง ๔ คน ก็
นางนกกะลิงต้องตายไปเพราะการพูดไม่ดู เพราะปาก ที่เรียกหาความตายมานั่นเอง ใช่มั้ย
กันยายน ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๗๗