การสวดมนต์และการทำงาน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2536 ฉบับที่ 9 หน้า 41
หน้าที่ 41 / 113

สรุปเนื้อหา

ร ผมก็จะให้ทุกคนได้สวดมนต์ก่อน ดื้อ ๆ ถูกจี้ ถูกปล้น หรือในที่สุด ก็ แรกๆ พวกเขาก็สงสัยว่า เอ๊ะ.... จะมา ทำงานเอาเงินเดือน ไม่ได้มาเข้าวัด แต่พอเรานำเขาทำบ่อย ๆ เขาก็เริ่ม คุ้นจนไม่รู้สึกว่าแปลกแต่อย่างใด แล้ว เขาก็รู้ว่า การสวดมนต์มีประโยชน์ต่อ การทำงานและต่อจิตใจ ผมก็บอกเขา ว่า เราสวดมนต์เองดีกว่านอนอยู่ใน โลงศพ และให้พระท่านสวดให้ เรา ไหว้พระเองดีกว่าให้สัปเหร่อจับมือให้ ไหว้...” สําหรับบริษัทเอกชน อาจเสื่อมไปเอง หรือมิฉะนั้นผู้เป็น เจ้าของก็อาจจะตายไปเสียก่อน ก็ล้วน ให้สงบเย็นลงได้ การรักษาศีล... จะ เป็นดั่งน้ำทิพย์ ที่ใสสะอาดบริสุทธิ์ อันจะซึมซาบสู่ดวงใจของผู้รักษาให้ ผ่องแผ้ว สมาธิภาวนาจะเป็นเครื่อง จุดประกายแสงแห่งปัญญา ให้รู้ยิ่ง รู้ จริง และรู้แจ้ง แล้วสันติภาพจะกลับ คืน.. “ในเรื่อง

หัวข้อประเด็น

- การสวดมนต์และการทำงาน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ร ผมก็จะให้ทุกคนได้สวดมนต์ก่อน ดื้อ ๆ ถูกจี้ ถูกปล้น หรือในที่สุด ก็ แรกๆ พวกเขาก็สงสัยว่า เอ๊ะ.... จะมา ทำงานเอาเงินเดือน ไม่ได้มาเข้าวัด แต่พอเรานำเขาทำบ่อย ๆ เขาก็เริ่ม คุ้นจนไม่รู้สึกว่าแปลกแต่อย่างใด แล้ว เขาก็รู้ว่า การสวดมนต์มีประโยชน์ต่อ การทำงานและต่อจิตใจ ผมก็บอกเขา ว่า เราสวดมนต์เองดีกว่านอนอยู่ใน โลงศพ และให้พระท่านสวดให้ เรา ไหว้พระเองดีกว่าให้สัปเหร่อจับมือให้ ไหว้...” สําหรับบริษัทเอกชน อาจเสื่อมไปเอง หรือมิฉะนั้นผู้เป็น เจ้าของก็อาจจะตายไปเสียก่อน ก็ล้วน ให้สงบเย็นลงได้ การรักษาศีล... จะ เป็นดั่งน้ำทิพย์ ที่ใสสะอาดบริสุทธิ์ อันจะซึมซาบสู่ดวงใจของผู้รักษาให้ ผ่องแผ้ว สมาธิภาวนาจะเป็นเครื่อง จุดประกายแสงแห่งปัญญา ให้รู้ยิ่ง รู้ จริง และรู้แจ้ง แล้วสันติภาพจะกลับ คืน.. “ในเรื่องของศีล ถ้าเรารักษา ได้อย่างเคร่งครัด ก็จะเป็นบุญบารมี เป็นอิทธิ เป็นพลัง แต่คนในสังคม ส่วนใหญ่มักมองข้ามไป เห็นว่าเป็น เรื่องของความเก่าความแก่ ความล้า หลังคร่ำครึ คนในสังคมสมัยใหม่ที่ เจริญด้วยวัตถุ จึงละเลยสิ่งนี้ไป คิดว่าการเป็นคนมีศีล แม้ว่าไม่ทั้งหมด แต่มีให้มากที่สุดแล้วจะเป็นประโยชน์ ผม ต่อจิตใจของตนเอง ต่อการทำงาน ร่วมกับบุคคลรอบข้าง ถ้าเรามีศีล เรา คนรอบข้างก็จะพลอยมีศีลไปด้วยสิ่ง เหล่านี้จะดึงดูดซึ่งกันและกัน ที่สุดคือ การปฏิบัติธรรม....จะเป็นเครื่องประกัน ชีวิตในภพชาติต่าง ๆ ได้อีกด้วย” เป็นไปได้ทั้งนั้น เมื่อมีเกิดก็มีดับ ดังนั้น ยามที่ชีวิตของเรายังปกติดีอยู่ ต้องทำทาน เพราะเมื่อถึงคราวฉุกเฉิน พระพุทธเจ้าก็จะช่วยเราได้ ผมคิด ว่าถ้าไม่ทำบุญไว้ ถึงคราวคับขัน พระองค์ท่านก็อาจจะช่วยเราไม่ทัน” “ในเรื่องของการให้ แรกๆ เรา ต้องทำเป็นตัวอย่างก่อน เช่นผมเป็น ดวงเทียนเพียงเล่มเดียว ไม่ สามารถขจัดความมืดในยามรัตติกาล ได้ฉันใด แต่เมื่อใดได้จุดต่อ ๆ กันไป พลังแสงจะส่องสว่างสามารถขจัดความ มีดได้ฉันนั้น คุณกฤษณะ กฤตมโนรถ ในวันนี้ ท่านได้ทำหน้าที่จุดประกาย แห่งความสว่างไสวให้กับภาคจักรวาล และเราเชื่อมั่นว่า ความสว่างไสวนจะ “ในเรื่องของการทำบุญให้ทาน หัวหน้า ผมก็ให้ลูกน้อง ให้ของ ให้ ก็เช่นเดียวกันที่บริษัทจะตั้งงบประมาณ ความรู้ พาไปทำบุญ พาสวดมนต์ สำหรับการทำบุญ ปี ๆ หนึ่งเป็นล้าน นั่งสมาธิ ใหม่ ๆ เขาอาจจะไม่รู้สึก บาท ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่ไม่น้อย อะไรกับการให้ของเรา แต่ถ้าเขารับ บ่อย ๆ เขาก็จะเริ่มไม่สบายใจ และจะ เริ่มฝึกให้ เมื่อมีหนึ่งให้ก็มีสองให้ ก้าวสู่อนันตจักรวาลได้ในเร็ววันนี้อย่าง กระทั่งเป็นล้าน ๆ ให้ ถ้าแต่ละคนให้ แน่นอนว่าสังคมมนุษย์โลกจะเย็นลง สันติสุขก็ตามมา “ปกติผมจะแนะนำ และปลูก ความรู้สึกให้ลูกน้องรู้จักการให้ ไม่ว่า จะเป็นข้าวของ เงินทอง การช่วยเหลือ อื่นใดก็ตาม เพราะถ้าเราไม่ให้ ของ สิ่งนั้นก็จะต้องจากเราไป โดยไม่หาย ทานคือการให้ เป็นพลังเย็นที่ ก็แตกสลาย หรืออาจถูกแย่ง เอาไป จะดับความรุ่มร้อนของกิเลสภายใน แน่นอน กันยายน ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๒๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More