ข้อความต้นฉบับในหน้า
Wnna Adu
วาสุเทพ
รากฐานความเชื่อและความเป็นมา
ก
ต่อจากฉบับที่แล้ว
ฤษีวาสุเทพ ผู้ดำรงอยู่ ณ ดอยสุเทพของ ลำพูนขึ้นใน พ.ศ.๑๓๑๐
จังหวัดเชียงใหม่เป็นใคร? มาแต่ไหน? กษัตริย์แห่งอินเดียเหนือองค์หนึ่ง มีพระ
และทำไมชื่อของท่านจึงไปพ้องกับกษัตริย์ นามว่า วาสุเทพ เช่นกัน (แต่เดิมบรรพบุรุษของ
แห่งอินเดียเหนือ หรือว่าความสัมพันธ์และการ
ย้ายถิ่นฐานระหว่างหมู่ชน ได้นำจารีตประเพณี
และหลักภาษาเชื่อมต่อโยงกันมา จากถิ่นหนึ่งถึง
อีกถิ่นหนึ่งได้
ในชินกาลมาลีปกรณ์ (แต่งเป็นภาษาบาลี
โดย ท่านรัตนปัญญาเถร ชาวเชียงใหม่ แปล
และเรียบเรียงโดย ศาสตราจารย์ ร.ต.ท.แสง
มนวิทูร) กล่าวว่า “มีชาย ๕ คนเป็นเพื่อนกัน มี
ความรักกันดุจพี่น้อง มีชื่อว่า วาสุเทพ สุกกทันต์
อนุสส พุทธชฏิล สุพรหม พากันบวชเป็นภิกษุ
ในพุทธศาสนา ต่อมาเห็นว่าการประพฤติตาม
ธรรมวินัยเป็นภาระ จึงละเพศภิกษุมาบวชเป็นฤาษี
ฤาษีวาสุเทพปฏิบัติธรรมจนได้อภิญญา (มี ๕ อย่าง
คือ แสดงฤทธิ์ต่าง ๆ ได้ มีหูทิพย์ ตาทิพย์ รู้ใจ
คนอื่นได้ และระลึกชาติได้) ฤาษีวาสุเทพพบ
ชัยภูมิที่เหมาะสมสร้างเมืองให้ชื่อว่ามิคสังฆนคร
อยู่เชิงดอยสุเทพ" ดังนั้นฤาษีวาสุเทพจึงเป็นผู้
สร้างนครแห่งแรกของเมืองเชียงใหม่ ส่วนใน
ตำนานเมืองลำพูนกล่าวว่า ฤาษีวาสุเทพและฤๅษี
พระองค์อยู่ในชนเผ่าซิเตียน (Scythian) ซึ่งชาว
อินเดียเรียกพวกนี้ว่า ศกะ (Sakas)) ทรงเป็น
กษัตริย์แห่งราชวงศ์กุษาณะ ราชวงศ์นี้มีกษัตริย์
ทั้งสิ้น ๕ พระองค์คือ กุละกทุฒิเสส (Kujula
Kadphises) ปีมะกาเสส (Vima Kadphises)
กนิษกะ (Kaniska) หุวิศกะ และวาสุเทวะ (Va
sudeva) ชื่อวาสุเทพในอีกนัยหนึ่งก็หมายถึง
พระอิศวรได้เช่นกัน กษัตริย์วาสุเทพครองราชย์
ในราว พ.ศ.๒๒๕ ซึ่งในช่วงเวลานั้นพวกมองโกล
มีอำนาจมาก สามารถปิดเส้นทางค้าขาย (ส่วน
หนึ่งของเส้นทางสายไหมอันยาวไกล) ที่พ่อค้า
วานิชใช้มาตั้งแต่สมัยพระเจ้ากนิษกะ เส้นทางนี้
น่าจะผ่านอโยธยา เวสาลี ปาฏลีบุตร ลงมาทาง
อ่าวเบงกอลและขึ้นสู่ดินแดนสยามทางตอนเหนือ
หรือไม่ก็ผ่านกามรูป (อัสสัม) ไทยอาหม และเข้า
ทางจีนตอนใต้ มีข้อสังเกตว่า บรรดาเมืองต่างๆ
ที่อยู่เหนือเชียงใหม่ขึ้นไปในจีน ก็ใช้ภาษาสัน
สกฤตตั้งชื่อเมืองกันทั้งนั้น
หากศึกษาลงไปในพุทธประวัติในส่วนการ
สุกกทันต์ สร้างอาณาจักรหริภุญชัยหรือเมือง สร้างบ้านแปงเมืองของต้นศากยวงศ์ โดยพระ
เริ่มลงตั้งแต่ฉบับที่ ๕๓ ปีที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๓๓
๕
โดย ชัยสิริ สมุทวณิช
๖๔ กัลยาณมิตร กันยายน ๒๕๓๖