ข้อความต้นฉบับในหน้า
ธรรมาภรณ์ แห่งวัดประยุรวงศาวาส
กล่าวว่า ถือเป็นพระราชประเพณีที่มี
อยู่ทั่วไปในประเทศที่นับถือพระพุทธ
ศาสนา ราชประเพณีนี้เริ่มถือปฏิบัติ
ในลังกาเป็นแห่งแรก ดังมีหลักฐาน
ปรากฏในหนังสือรามัญสมณวงศ์ว่า
“ในปี พ.ศ.๒๑๐๘ พระเจ้ากรุง
หงสาวดี ได้ส่งพระเถระชาวมอญหลาย
รูปไปประเทศลังกา เพื่อขอให้บวช
แปลงเป็นพระแบบลังกาแล้วกลับมา
ฟื้นฟูพระศาสนาที่หงสาวดี พระเจ้า
ภูวเนกพาหุแห่งกรุงลังกาทรงจัดการให้
พระมอญชาวหงสาวดีบวชแปลงเป็น
พระแบบลังกาสมปรารถนาแล้ว จึง
ทรงตั้งพระราชทินนามถวายพระสงฆ์
เหล่านั้นด้วยเหตุผลว่า
“การที่พระราชทานไทยธรรม
ต่าง ๆ ถึงจะมากมายเท่าใดก็จะไม่
ปรากฏพระเกียรติยศถาวรเท่าพระราช
ทานนามบัญญัติ เพราะไทยธรรมทั้ง
หลายย่อมอาจจะกระจัดกระจายพลัด
พรากหายสูญไปได้ แต่ส่วนราชทิน
นามนั้น ย่อมจะปรากฏถาวรอยู่ตลอด
อายุขัยของพระผู้เป็นเจ้าทั้งหลาย
นั่นเอง เป็นยศที่พระบาทสมเด็จพระ
พร้อมกันนี้พระมหากษัตริย์ก็จะทรงตั้ง
การที่พระมหากษัตริย์พระราช
ทานสมณศักดิ์แด่พระเถรานุเถระ ถือ
เป็นพระราชกรณียกิจให้การอุปถัมภ์
และส่งเสริมสถาบันสงฆ์ เนื่องจาก
ประเทศไทยมีการปกครองโดยพระ
เจ้าอยู่หัวได้พระราชทาน ซึ่งจะมีทั้ง พระราชทินนามถวายเป็นสมณศักดิ์ สถาบันกษัตริย์
การตั้งสมณศักดิ์แด่พระสงฆ์ที่ยังไม่มี พระราชทานไว้ในสัญญาบัตรพัดยศแด่ กับการอุปถัมภ์สถาบันสงฆ์
สมณศักดิ์มาก่อน และเป็นการเลื่อน พระสงฆ์อีกด้วยเช่น พระเดชพระคุณ
สมณศักดิ์แด่พระสงฆ์ที่ท่านมีสมณศักดิ์ หลวงพ่อทัตตชีโว เมื่อได้รับพระราช
อยู่ก่อนแล้วให้สูงขึ้นไปอีก ดังนั้นจึง ทานตั้งสมณศักดิ์ ท่านก็ได้รับพระ
แสดงว่า สมณศักดิ์มีหลายชั้น โดย ราชทินนามว่า “พระภาวนาวิริยคุณ”
แต่ละชั้นก็จะมีพัดยศป็นเครื่องกำหนด เป็นต้น
และจะมีสัญญาบัตรพัดยศซึ่งมีลักษณะ การที่พระมหากษัตริย์ทรงตั้ง มหากษัตริย์มาเป็นเวลาช้านานตั้งแต่
คล้ายประกาศนียบัตร ระบุถึงคำ พระราชทินนามถวายเป็นสมณศักดิ์แด่ สมัยสุโขทัย แม้จนปัจจุบันจะมี
ประกาศตั้งหรือเลื่อนสมณศักดิ์นั้น ๆ พระสงฆ์นั้น พระเดชพระคุณพระเมธี
ลักษณะเป็นประชาธิปไตย มีรัฐบาล
ธันวาคม ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๒๗