สุปารกะบัณฑิตและความสามารถในการเดินเรือ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2536 ฉบับที่ 12 หน้า 79
หน้าที่ 79 / 112

สรุปเนื้อหา

ในตำบลนั้น ต้นหนผู้นี้มีบุตรชายชื่อ สุปารกะกุมาร ที่บัณฑิตรู้จริงจึงพระราชทานทรัพย์ให้ ๘ กระษาปณ์ เป็นผู้มีผิวพรรณงดงาม และมีความสามารถใน ต่อมา มีคนนำม้ามาเสนอขาย บอกว่าเป็น การเดินเรือเก่งเหมือนบิดา นอกจากนั้นยังเป็นผู้ ม้ามงคล พระราชาให้สุปารกะบัณฑิตมาดู เขาใช้ ทรงคุณธรรมอีกด้วย เขาจึงเป็นที่นับถือของคน มือลูบคลำม้าทั้งตัว แล้วกล่าวว่า ม้านี้ไม่สมควร ทั่วไปเช่นเดียวกับบิดาของเขา เป็นม้ามงคล ด้วยรูปร่างของมันไม่เจริญเท่าที่ควร ต่อมา เมื่อบิดาของเขาเสียชีวิต เขาจึงได้ เพราะเมื่อมันเกิด แม่มันได้เสียชีวิต ทำให้มันได้ เป็นหัวหน้าต้นหนสืบแทน ตลอดเวลาที่สุปารกะ กินนมน้อยกว่าที่ควร ผู้ที่จูงม้ามาขายก็ยอมรับว่า เป็นต้นหนเดินเรือลำใดก็ตาม เรือลำนั้นจะแล่น ถ้อยคำที่สุปารกะบัณฑิตพูดเป็นความจริง พระ ไ

หัวข้อประเด็น

- สุปารกะบัณฑิตและความสามารถในการเดินเรือ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ในตำบลนั้น ต้นหนผู้นี้มีบุตรชายชื่อ สุปารกะกุมาร ที่บัณฑิตรู้จริงจึงพระราชทานทรัพย์ให้ ๘ กระษาปณ์ เป็นผู้มีผิวพรรณงดงาม และมีความสามารถใน ต่อมา มีคนนำม้ามาเสนอขาย บอกว่าเป็น การเดินเรือเก่งเหมือนบิดา นอกจากนั้นยังเป็นผู้ ม้ามงคล พระราชาให้สุปารกะบัณฑิตมาดู เขาใช้ ทรงคุณธรรมอีกด้วย เขาจึงเป็นที่นับถือของคน มือลูบคลำม้าทั้งตัว แล้วกล่าวว่า ม้านี้ไม่สมควร ทั่วไปเช่นเดียวกับบิดาของเขา เป็นม้ามงคล ด้วยรูปร่างของมันไม่เจริญเท่าที่ควร ต่อมา เมื่อบิดาของเขาเสียชีวิต เขาจึงได้ เพราะเมื่อมันเกิด แม่มันได้เสียชีวิต ทำให้มันได้ เป็นหัวหน้าต้นหนสืบแทน ตลอดเวลาที่สุปารกะ กินนมน้อยกว่าที่ควร ผู้ที่จูงม้ามาขายก็ยอมรับว่า เป็นต้นหนเดินเรือลำใดก็ตาม เรือลำนั้นจะแล่น ถ้อยคำที่สุปารกะบัณฑิตพูดเป็นความจริง พระ ไปค้าขายได้ตลอดรอดฝั่ง ไม่เคยอัปปางเลย จึง ราชาทรงทราบก็ดีพระทัยพระราชทานทรัพย์ให้เขา แทบจะเรียกได้ว่าถ้าเรือล่าใด สุปารกะเป็นต้นหน - กระษาปณ์ เช่นครั้งที่แล้ว สองข้าง ต่อมา มีคนนำรถที่สวยงามมาเสนอขาย ฟังเสียง ทุกคนในเรือก็อุ่นใจได้ สุปารกะทำหน้าที่เป็นหัวหน้าต้นหน นำเรือ เพื่อให้ทรงซื้อทำราชรถ พระราชาโปรดให้สุปารกะ เดินทางไปค้าขายตลอดเวลา นัยน์ตาของเขา บัณฑิตมาตีราคา เขาเอามือลูบไปที่ไม้ทุกชิ้นที่ใช้ ต้องปะทะลมและไอเค็มจากท้องทะเล ทำให้ ประกอบเป็นตัวรถขึ้นมา เอามือเคาะ นัยน์ตาพร่ามัว และในที่สุดนัยน์ตาก็บอดสนิททั้ง ทั้งคัน แล้วกล่าวว่า รถคันนี้ไม่สมควรเป็นราชรถ เพราะสร้างด้วยต้นไม้ที่มีโพรง ทำให้ความแข็ง เมื่อนัยน์ตาบอดแล้ว ถึงแม้จะยังเป็นที่นับ แรงของรถหย่อนลงไป พระราชาทรงทราบก็ทรง ถือของชาวทะเลทั่วไป แต่เขาเห็นว่าตนเองทำ พอพระทัย พระราชทานเงินให้เขา - กระษาปณ์ หน้าที่ต้นหนไม่ได้อีกแล้ว จึงได้เลิกทำการค้าขาย เท่าที่เคยให้ ทางทะเลเลี้ยงชีวิต แต่ด้วยความสามารถที่เคย ต่อมามีคนนำผ้ากัมพล ซึ่งเป็นผ้าเนื้อดีราคา เป็นพ่อค้าอยู่นานปี เขาจึงไปสมัครเป็นพนักงาน แพงมาเสนอขาย สุปารกะใช้มือลูบไปที่ผ้าทั้งผืน ตีราคาสินค้าให้กับพระราชา โดยเฉพาะสินค้าที่มี ค่า เช่น ช้างแก้ว ม้าแก้ว และเพชรนิลจินดา 3 แล้วบอกว่าผ้านี้มีรอยหนูกัดอยู่รอยหนึ่งคนทั้งหลาย ไม่แน่ใจว่าเขาจะพูดจริง เพราะทุกคนก็เห็นว่าผ้า นี้สวยงามเสมอกันทั้งผืน เขาจึงให้นำผ้าไปซัก ก็เห็นรอยนั้น พระราชาทรงพอพระทัยมาก แต่ก็ พระราชทานรางวัลให้เขาเพียงแค่ ๘ กระษาปณ์ เท่าเดิมอีก วันหนึ่ง มีคนนำช้างสีดำสนิทมาถวายพระ ราชา กราบทูลว่าเป็นช้างมงคล พระราชาจึงให้ เรียกสุปารกะบัณฑิตมาดู สุปารกะบัณฑิตผู้ตาบอด ได้ใช้มือคลำช้างไปทั่วตัวแล้วกล่าวว่า ช้างตัวนี้ ไม่สมควรเป็นช้างมงคลหัตถี เพราะเท้าหลังทั้ง สุปารกะบัณฑิตมาคิดว่า พระราชาช่างไม่ สองข้างของมันค่อมอยู่หน่อยหนึ่ง เป็นเพราะว่า เห็นคุณค่าในงานที่เขาทำเลย ทั้ง ๆ ที่เขาทำให้ เมื่อตอนที่แม่คลอดมัน แม่ช้างเอาขารับมันไว้ไม่ พระองค์ไม่ต้องสูญเสียพระราชทรัพย์เป็นอันมาก ไหว มันเลยตกกระแทกพื้น ทำให้ขาหลังทั้งคู่ ดูหรือค่าจ้างเพียงแค่ครั้งละ 6 กระษาปณ์ เท่า ๆ ค่อมงอไป คนทั้งหลายถามเจ้าของช้างที่นำมาขาย กับเงินค่าจ้างตัดผมเท่านั้นเอง เมื่อพระราชาไม่ เขาก็ยอมรับว่าจริง พระราชาทรงทราบก็ดีพระทัย เห็นคุณค่าของเรา เราจะอยู่รับใช้ไปทำไม 3 ธันวาคม ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๗๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More