ข้อความต้นฉบับในหน้า
ตนเองก็ต้องติเตียนตนเองอยู่เนืองนิจ”
พระนางศิษยรักษิตาทรงนิ่ง ใน
ความนิ่งนั้นแววแห่งความเคียดแค้นชิง
ซึ่งปรากฏออกมาทางพระเนตรทั้งสอง
เจ้าชายกุณาละก็ทรงทราบแน่นอน ใคร
บ้างจะไม่ทราบเรื่องอย่างนี้ สุข ทุกข์
เกลียดชัง และรัก เป็นเรื่องที่รู้กันไม่ยาก
พระนางศิษยรักษดาเสด็จจาก
ไปโดยมิได้ตรัสอะไรแม้แต่คำเดียว แต่
ในพระทัยของพระนางอัดแน่นไปด้วย
ไฟโทสะพยาบาท และความละอายระคน
กัน ตั้งแต่บัดนั้นมาพระนางก็ตั้งพระทัย
แน่วแน่ที่จะทำร้ายเจ้าชายกุณาละ
บังเอิญเวลานั้นเมืองตักศิลา ซึ่ง
แต่เหล่า
ที่ตรัสออกไป อาจทรงเสียดายความงาม ให้พระนางเร่าร้อนจนสุดกลั้นจึงสวมกอด ตั้งอยู่ทางภาคเหนือและอยู่ในปกครอง
อันมาถึงที่แล้วปล่อยให้หลุดลอยไปได้ เจ้าชายเคลียพระพักตร์ลงที่พระอังสา ของพระเจ้าอโศกเป็นกบฏขึ้นอีก พระ
เพราะอารมณ์เขลา มีอยู่เสมอมิใช่หรือ เจ้าชายปล่อยให้อาการเยี่ยงนั้นเป็นไป ราชาทรงทราบข่าวนี้ ตั้งพระทัยว่าจะ
ที่บุคคลต้องเสียใจในการกระทำอันรุน เพียงชั่วครู่ เมื่อทรงทราบแน่ว่า นั่นคือ เสด็จไปด้วยพระองค์เอง
แรงของตนต่อผู้อื่น แล้วอยากทำความดี อารมณ์ทางเพศของพระนาง หาใช่ เสนาบดีทูลทัดทานไว้ ถวายเหตุผลว่า
คืน เพื่อเป็นการปลอบประโลมใจ และ ความเมตตากรุณาฉันมารดากับบุตรไม่ เรื่องเพียงเท่านี้พระองค์ไม่ควรเสด็จไป
เป็นการขออภัยไปด้วย คนฉลาดจึงมัก เจ้าชายจึงผลักพระนางออกห่าง แล้ว เพียงมีพระบรมราชโองการให้พระราช
ประสพผลสำเร็จในช่วงจังหวะนี้เสมอ” ตรัสเพื่อให้พระนางสำนึกในหน้าที่และ โอรสองค์ใดองค์หนึ่งเสด็จไปก็พอแล้ว
พระราชาจึงมีพระราชดำรัสสั่ง
ดังนั้นพระนางศิษยรักษิตา จึง ความเป็นผู้ใหญ่ว่า
เสด็จไปหาเจ้าชายอีกเป็นครั้งที่สอง มี “ข้าแต่พระชนนี! หม่อมฉันพอ ให้เจ้าชายกุณาละเสด็จไปปราบกบฏ
อาการประหนึ่งรู้สึกผิดในการกระทำที่ ใจสละชีพเพื่อรักษาหน้าที่และรักษา เสด็จออกไปส่งถึงภายนอกพระนคร
แล้วมา ดำรัสพระวาจาให้เป็นที่รื่นรมย์ ความบริสุทธิ์ยิ่งกว่าชีวิต หม่อมฉันไม่ เมื่อจะเสด็จกลับ ได้ทรงสวมกอดพระ
ใจ เจ้าชายเข้าพระทัยว่าพระมารดา ปรารถนามีชีวิตอยู่เพื่อรับความอัปยศ ราชปิโยรส ทรงเพ่งดูพระเนตรของ
เลี้ยงทรงรู้สึกผิดจริง ก็กล่าวคำขออภัย อดสูแก่ผู้สุจริต และความดูหมิ่นสาปแช่ง เจ้าชายแล้วตรัสว่า “นัยน์ตาของเจ้านั้น
โทษบ้างที่พระองค์ได้ล่วงเกินพระมารดา ของเหล่าบัณฑิตชน การมีชีวิตอยู่โดย งามยิ่งนักประหนึ่งอุบลซึ่งประดิษฐาน
ด้วยถ้อยคำที่รุนแรงไปแล้ว ต้องรับอัปยศอดสูเช่นนั้น เป็นเสมือน อยู่ในวงพักตร์ ใครได้เห็นดวงเนตร
“ช่างน่ารักอะไรอย่างนี้” พระนาง คนตายแล้วทั้งเป็น และเป็นการปิดทาง ของเจ้าย่อมเป็นขวัญตา และเป็นสุข
ดิษยรักษิตาตรัสพร้อมกับจับพระหัตถ์ สุคติของตน หม่อมฉันเกรงภัยทั้งใน ชาวตักศิลาได้เห็นดวงเนตรของเจ้าแล้ว
ของเจ้าชายลูบไล้ไปมา
ปัจจุบันภพนี้และภพหน้า จึงไม่กล้า คงอ่อนน้อมยอมอยู่ใต้บารมีแต่โดยดี”
ฤษณะนั้นอารมณ์อันคลุกเคล้า ล่วงเกินข้อบัญญัติของนักปราชญ์ อัน
ด้วยกามกิเลสได้ลุกโหมขึ้นอีก มันเผา จักทำให้ท่านเหล่านั้นตำหนิได้
และ
อ่านต่อฉบับหน้า
ธันวาคม ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๙๕