ข้อความต้นฉบับในหน้า
ระมหาโมคคัลลานเถระอัคร
- สาวกเบื้องซ้ายแห่งองค์สม
เด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ท่านเป็นพุทธสาวกผู้เป็นกำลังอัน
สำคัญยิ่ง ในการช่วยพระพุทธองค์
ประกาศพระพุทธศาสนา เป็นผู้มี
มหิทธิฤทธิ์ สามารถทรมานเวไนย
สัตว์ผู้มีทิฏฐิมานะให้ละพยศได้ จัด
เป็นคุณลักษณะพิเศษเฉพาะตน อย่าง
ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน ด้วยเหตุนี้
จึงได้รับยกย่องว่า เป็นเลิศกว่าพระ
สาวกทั้งหลายในทางมีฤทธิ์ สามารถ
หาเหตุผลมาชี้แจงสั่งสอนผู้คนทั้ง
หลาย ให้รู้บาปบุญคุณโทษได้อย่าง
ชัดแจ้ง ประดุจได้พบเห็นมาด้วย
ตนเอง แล้วนำมาบอกเล่าฉะนั้น
เรื่องราวแห่งพระอริยสาวก
ผู้ทรงคุณอันประเสริฐในพระพุทธ
ศาสนาเป็นสิ่งที่พวกเราชาวพุทธควร
จะได้เรียนรู้และจดจำเป็นแบบอย่าง
ในการสร้างความดี นอกเหนือไปจาก
พุทธประวัติ เพราะนอกจากจะได้
ทราบถึงประวัติความเป็นมาอันเป็น
เครื่องสนับสนุนว่า ท่านเหล่านั้นมี
ชีวิตปรากฏอยู่จริง เมื่อครั้งพุทธกาล
แล้ว ยังได้ทราบถึงเกียรติคุณของ
พระอริยสาวกผู้ทรงคุณความดีเป็น
- เอกในพระพุทธศาสนาว่าท่านดำเนิน
ชีวิตผ่านพ้นอุปสรรคได้อย่างไร กว่า
ที่จะบรรลุเป้าหมายสูงสุดของชีวิตคือ
หมดกิเลสเข้าสู่กระแสพระนิพพาน
ในที่สุด
มารดาของทั้งสอง
กันข้ามทั้งสองกลับแสดงอาการเฉย
ชา เกิดความเบื่อหน่ายในชีวิต อัน
เป็นความคิดเห็นที่ตรงกันว่า
“ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ ตัว
ละครที่กำลังแสดงอยู่นี้ อยู่ได้ไม่ถึง
๑๐๐ ปี ก็ต้องตายไปแล้ว มีตัว
ละครใหม่มาแสดงแทน เราเอง
ก็มาหลงดูอยู่ทำไม ไฉนจึงไม่แสวง
หาความหลุดพ้น"
การเบื่อหน่ายในการดูละคร
ครั้งนี้ ส่งผลให้เกิดความเบื่อหน่าย
ในเพศฆราวาสติดตามมา ดังนั้น
อุปติสสะและโกลิตะ
พร้อมด้วย
บริวารคนละ ๒๕๐ จึงชวนกันออก
ได้จัดหาเด็ก
บวช เป็นปริพาชกในสำนักของอา
จารย์สัญชัย ซึ่งตั้งสำนักในเมือง
ราชคฤห์ และกำลังมีชื่อเสียงโด่งดัง
ทั้งสองเป็นคนฉลาด ศึกษา
พระมหาโมคคัลลานเถระมี หนุ่มวัยเดียวกันมาเป็นบริวารคนละ
นามเดิมว่า โกลิตะ เกิดในตระกูล ๕๐๐ เวลาจะไปเล่นน้ำในแม่น้ำ
พราหมณ์ ที่หมู่บ้านโกลิตะ เมือง หรือจะไปหาความสำราญในอุทยาน คำสอนของอาจารย์สัญชัยอยู่ไม่นาน
นาลันทา บิดามีตำแหน่งเป็นนาย อุปติสสะจะมีวอทองเป็นพาหนะนั่ง ก็เจนจบ แต่ก็พบว่ายังไม่ใช่คำสอน
ไป ส่วนโกลิตะจะมีรถเทียมม้า
บ้าน ส่วนมารดามีนามว่า โมคคัลลี
ลานเถระนั้น อยู่ไม่ไกลจากรุงราช
คฤห์ และหมู่บ้านของพระสารีบุตร
เถระ (อุปติสสะ) พอที่จะไปมาหา
กันได้โดยไม่ล่ามาก
ที่จะทำให้พ้นทุกข์ได้ จึงชวนกัน
หมู่บ้านของพระมหาโมคคัล- อาชาไนยเป็นพาหนะพาไป โดยมี เดินทางไปตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อ
บริวารห้อมล้อมคนละ ๕๐๐ หาผู้ที่จะทำให้เขาได้พ้นทุกข์ตามที่
ครั้งหนึ่งอุปติสสะและโกลิตะ ต้องการ จึงตกลงแยกทางกันไป
ไปชมมหรสพดูละครบนยอดเขา แสวงหาโมกขธรรม และถ้าใครพบ
ซึ่งเป็นงานประจำปีอย่างหนึ่งในเมือง ก่อนก็ต้องนำข่าวนั้นมาบอกแก่อีก
ตระกูลของโกลิตะ มั่งคั่งทัด ราชคฤห์ ซึ่งในแต่ละปีที่ผ่านมานั้น
เทียมกับตระกูลของอุปติสสะ และ ขณะนั่งดูมหรสพอยู่ทั้งอุปติสสะ
ผูกสัมพันธ์กันมานานถึง ๒ ชั่วอายุ และโกลิตะจะมีความรู้สึกคล้อยตาม
คนฉะนั้นจึงได้รับการเลี้ยงดูคล้ายๆ บทบาทของตัวละคร ถึงตอนหัวเราะ
กัน ตั้งแต่วัยเด็กก็ได้เป็นเพื่อนสนิท สนุกสนานก็หัวเราะสนุกสนาน ถึง
ร่วมสถาบันศึกษาและเที่ยวด้วยกัน ตอนเศร้าก็เศร้าตามแต่ในปีนี้ทั้งสอง
มาโดยตลอด
ฝ่ายหนึ่งด้วย
ช่วงนั้นเป็นช่วงที่พระสัมมา
สัมพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว และได้สั่งสอน
ธรรมแล้ว ๑ พรรษา มีพระอรหันต
สาวก ๖๐ รูป ซึ่งส่งไปประกาศพระ
ศาสนาตามเมืองต่าง และหนึ่ง
กลับไม่มีความรู้สึกเหมือนเก่า ไม่ ในพระอรหันตสาวกนั้นมีพระอัสสชิ
ๆ
ครั้นเติบโตเป็นหนุ่ม บิดา แสดงอาการเหมือนอย่างเคย ตรง ซึ่งอุปติสสะได้เดินทางไปพบท่าน
ธันวาคม ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๘๔