ข้อความต้นฉบับในหน้า
ถ้ำที่ขุดเข้าไปในภูเขา ที่อชันตา หลังคารูปโค้งและทำเป็นซี่ ๆ
เสาที่สลักลวดลาย คงเป็นการเลียนแบบอาคารที่ทำด้วยไม้ที่มีมาก่อน
ปกครองตลอดทั่วอินเดีย ยังความเจริญสูงสุด เมื่อกาสเตส ผู้นี้คือ ฟาเรียน พระภิกษุจีนผู้เดิน
และความสุขมาสู่ประชาชน วิกรมาทิตย์เป็น ทางมาอินเดียเพื่อแสวงหาพระคัมภีร์ไตรปิฎก
พระนามหนึ่งของจันทรคุปตะที่ ๒ เรื่องดังกล่าว ฉบับแท้ ท่านได้เริ่มเดินทางจากประเทศจีนไป
จึงน่าจะหมายถึงพระองค์ ในวังของพระองค์มี ตั้งแต่ พ.ศ.๙๔๒ และกลับถึงประเทศจีน พ.ศ.
แก้ว ๙ ชนิด หรือที่เรียกว่า “นวรัตน์” ข้อโต้แย้ง ๙๕๗ รวมเวลาถึง ๑๕ ปี รายละเอียดเกี่ยวกับ
สำคัญประการเดียวคือ การที่กล่าวกันว่าวิกร การเดินทางของท่านให้ความรู้เรื่องวัดวาอาราม
มาทิตย์เป็นผู้ให้กำเนิดศักราชวิกรม ซึ่งเป็นระบบ และเล่าเรื่องพุทธตำนานมีเพียงสองสามประโยค
การกำหนดเวลาที่สำคัญที่สุดของอินเดีย และ ที่กล่าวเกี่ยวกับสภาวะทางสังคม ส่วนที่เกี่ยวกับ
ยังคงใช้กันอยู่ในอินเดียตอนเหนือในปัจจุบัน พระเจ้าจันทรคุปตะไม่มีกล่าวถึงเลย ทั้ง ๆ ที่
ศักราชนี้เริ่มต้นตั้งแต่ปี ๕๔ ก่อนคริสตกาล ดัง ท่านฟาเรียนพำนักอยู่ในอินเดียเป็นเวลาประมาณ
นั้นจะเห็นได้ว่านิยายดังกล่าว จัดพระองค์ไว้เร็ว
5 ปีในรัชสมัยของพระองค์ อย่างไรก็ตามท่าน
ไปถึง ๔๐๐ ปี เชื่อกันว่า กาลทาส กวีและนักแต่ง ฟาเรียนได้กล่าวถึงความสงบสันติในอินเดีย
บทละครที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอินเดีย ผู้มีความ อาชญากรรมรุนแรงเกือบไม่มีเลย การบริหารงาน
สัมพันธ์เกี่ยวเนื่องอยู่กับวิกรมาทิตย์ มีผลงานที่ เป็นไปอย่างอะลุ่มอล่วย ท่านกล่าวว่าการเดิน
ได้อาศัยเป็นหลักฐานชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงว่า เขา ทางจากด้านหนึ่งไปสู่อีกด้านหนึ่งของจักรวรรดิ
เขียนงานของเขาประมาณระยะนี้
เป็นไปได้โดยไม่ถูกทำร้ายและไม่จำเป็นต้องมี
ความเจริญรุ่งเรืองและความผาสุกของ หนังสือเดินทาง ศาสนาพุทธยังคงเจริญรุ่งเรือง
จักรวรรดิในสมัยจันทรคุปตะ พิสูจน์ยืนยันได้ แม้ว่าพระเจ้าจันทรคุปตะที่ ๒ จะนับถือศาสนา
โดยนักเดินทางชาวต่างประเทศผู้หนึ่ง แต่น่า ฮินดูก็ตาม และลัทธิฮินดูเทวนิยมก็แพร่หลายมาก
เสียดายที่เผอิญไม่เป็นผู้ช่างสังเกตและรอบรู้เช่น บันทึกของท่านฟาเหียนแสดงให้เห็นว่า
ธันวาคม ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๖๙