ข้อความต้นฉบับในหน้า
สะอาด
มีท่าน้ำที่เต็มไปด้วยทราย บรมศาสดา เมื่อพระองค์ออกบวช
เป็นผลให้ได้ทิพยสมบัติและเบญจ
สวรรค์”
ทอง ดาษดื่นไปด้วยดอกบัวนานา ได้เสด็จมาลูบหลังข้าพเจ้าด้วยพระ กามคุณเหล่านี้ ในพิภพดาวดึงส์
พันธุ์ เมื่อลมพัดมาเกษรก็ฟุ้งกระ หัตถ์อันอ่อนนุ่ม แล้วตรัสกับข้าพเจ้า
จายไปทั่ว ต้นไม้ทั้งหลายก็อุดมไป ว่า ให้ข้าพเจ้าพาพระองค์ไปให้ได้
ด้วยไม้มีดอกและผลงามสะพรั่ง ตลอดคืนนี้ พระองค์หวังจะได้ตรัสรู้
บัลลังก์ทองของท่านก็ปูลาดไปด้วย พระโพธิญาณ และจะช่วยเหลือ
ผ้าอันอ่อนนุ่ม มีเสียงดนตรีและ
สัตว์โลกให้ข้ามพ้นสังสารวัฏ ข้าพ
การฟ้อนรำขับร้องอันเป็นทิพย์ ท่าน เจ้าได้ฟังดังนั้น ก็เกิดความยินดีเป็น
ได้วิมานทองอันพร้อมด้วยสมบัติ อย่างยิ่ง ครั้นข้าพเจ้าพาพระพุทธ
และรัศมี ด้วยผลของทานหรือการ
รักษาศีล หรือผลของการกราบไหว้
หรือผลของการสำรวมจิต อย่างใด
หรือ ขอท่านจงบอกอาตมาเถิด”
เทพบุตรกล่าวตอบด้วยความ
ยินดีว่า
“ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า เมื่อ
ข้าพเจ้าอยู่ในโลกมนุษย์ ได้เกิดเป็น
ม้าชื่อกัณฐกะ ได้เป็นสหชาติ คือ
เกิดร่วมวัน เดือน ปีเดียวกับพระ
องค์เสด็จถึงประเทศอื่นแล้ว พระ
องค์ก็จะจากข้าพเจ้าไป แต่ก่อน
จากไป ข้าพเจ้าก็ใช้ลิ้นเลียพระยุคล
บาทของพระองค์แล้วร้องไห้ มอง
พระองค์อยู่จนลับสายตา ข้าพเจ้า
อาลัยและเสียใจอย่างหนัก
ตอนท้ายว่า
กัณฐกเทพบุตรได้กล่าวใน
“ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า เมื่อ
ท่านไปเฝ้าพระศาสดาแล้ว จึงกราบ
ทูลพระองค์ด้วยว่า ข้าพระองค์ขอ
ถวายนมัสการพระยุคลบาทมาว่า
ข้าพระองค์จะไปเฝ้าขอเห็นพระองค์
ผู้ทรงพระคุณยากที่บุคคลจะเห็นได้
พระมหาโมคคัลลานเถระ
เมื่อได้ฟังการกล่าวชี้แจงของกัณฐก
เทพบุตรดังนี้แล้ว จึงลงจากเทวโลก
จน เข้าไปเฝ้ากราบทูลแด่พระบรมศาสดา
ตามถ้อยคำของกัณฐกเทพบุตรที่
กระทั่งสิ้นใจตาย แล้วจึงได้มาเกิด
ในวิมานนี้ ด้วยอานุภาพแห่งความปีติ
ที่พระองค์ เสด็จออกมานี้จะได้
ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณ จึง
ฝากมานั้น
อ่านต่อฉบับหน้า
ธันวาคม ๒๕๓๖ กัลยาณมิตร ๙๑