ข้อความต้นฉบับในหน้า
8405
สุปารกะบัณฑิตจึงเก็บข้าวของเดินทางกลับ พ่อค้าทุกคนแม้จะเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา
บ้านเดิมของตนที่เมืองท่ากรุกัจฉะ ขณะนั้นพวก แต่เขามองเห็นคุณค่า มองเห็นความสามารถของ
พ่อค้ากำลังเตรียมเดินทางไปค้าขายยังเมืองไกล สุปารกะบัณฑิต ซึ่งแม้จะตาบอดก็ตาม เขาจึง
ซึ่งต้องใช้ต้นหนที่มีฝีมือ ทุกคนคิดถึงแต่สุปารกะ ยินดีช่วยเหลือพ่อค้าเหล่านี้
3
บัณฑิต จึงพากันมาขอร้องให้ท่านเป็นต้นหนให้ เรือสินค้าแล่นออกสู่ทะเลใหญ่ไปได้โดยสวัสดี
ท่านก็อ้างว่า ท่านเป็นคนตาบอดจะเป็นต้นหนได้ เป็นเวลา ๗ วัน พอเข้าสู่วันที่ 6 ก็บังเกิดมีลม
อย่างไร แต่พ่อค้าทั้งหลายก็ไม่อาจจะหาใครที่ ผิดฤดูพัดขึ้นอื้ออึง ทำให้เรือหลงทางแล่นหาทิศ
พอจะไว้ใจให้พาเรือออกทะเลไกลได้ เพราะใน ทางไม่เจอ ต้องลอยอยู่ในท้องมหาสมุทรเป็นเวลา
การเดินทางเรือนั้น ถ้าหากได้ต้นหนไม่เก่ง ก็ นานถึง ๔ เดือนเต็ม ๆ จนกระทั่งแล่นเข้าสู่
หมายความว่าทุกคนอาจจะไม่ได้กลับบ้านอีกเลย ห้วงน้ำที่มีปลาประหลาด รูปร่างคล้ายคน แต่มี
พ่อค้าทั้งหลายจึงพากันมาอ้อนวอนสุปารกะบัณฑิต จมูกแหลมยาว จึงพากันมาถามสุปารกะบัณฑิต
สุปารกะบัณฑิตพิจารณาตามตำรับต้นหนก็
“นายขอรับ ขอได้โปรดช่วยพวกกระผมเดิน ทราบว่าเรือได้แล่นหลงเข้ามาในเขตที่เรียกว่า “ธุร
เรือด้วยเถิด ทั้ง ๆ ที่นายตาบอดนั่นแหละ แต่ มาลี” ซึ่งในทะเลนี้อุดมไปด้วยเพชรทั้งสิ้น เขา
ความสามารถของนายยังสูงกว่าพวกกระผมทุก ๆ จึงคิดว่าถ้าบอกข้อความนี้แก่ลูกเรือทั้งหลาย พวก
คนรวมกัน ขอให้นายช่วยพวกกระผมด้วยเถิด” ลูกเรือก็จะเกิดความโลภ ขนเพชรขึ้นมาเต็มเรือ
บ่อย ๆ โดยอ้างว่า
ๆ
“ถ้าอย่างนั้น ก็ตกลง ฉันจะเป็นต้นหนให้ จะทำให้เรือจมได้ เขาจึงบอกเพียงให้ลูกเรือทิ้งตา
แต่ฉันจะทำอะไรได้แค่ไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับพวก
ท่านทุกคนที่จะเป็นตาให้ฉันนะ”
ข่ายลงไปแบบจับปลา แล้วแล่นเรือชลอช้า ๆ
พอเรือพ้นเขตห้วงน้ำนี้แล้ว จึงดึงตาข่ายขึ้นมา ก็
๗๘ กัลยาณมิตร ธันวาคม ๒๕๓๖