สมาธิในทางปฏิบัติ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2539 ฉบับที่ 6 หน้า 14
หน้าที่ 14 / 128

สรุปเนื้อหา

สมาธิโดยปริยายเบื้องสูงบาลีว่า ภิธ ภิกฺขุ าวิจฺเจา กาเมหิ ภิกษุกู้ศึกษาในธรรมวินัย ของพระตถาคตเจ้า สงัดแล้วจากกาม ทั้งหลายสงัดแล้วจากอกุศลธรรมทั้งหลาย เข้าถึงยิ่งปฐมฌาบ ๕ ประการ วิตก วิจาร ปีติ สุข เกิดจากวิเวก ก็เข้าเป็นองค์ ๕ ประการ ปฐมฌาน ทุติยฌานเล่า วิดทุกวิจาราน รูปสมาย สงบวิตก วิจาร เลียได้ ความตรึก ความตรอง ตรวจตรา ไม่มี สงบวิตกวิจารเลียได้ ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เข้าถึงซึ่งทุติยฌาน ความ เพ่งที่สองระคนด้วยองค์ ๓ ประการ คือ ปีติ สุข เกิดแต่วิเวกเหมือนกัน นี่เข้าถึงทุติยฌาน ปีติยา จ วิราคา อุเปกขโก จ วิหรติ ปราศไปจากความปีติ ไม่มี ปีติ เข้าถึงซึ่งตติยฌาน ความเพ่งที่ สาม ระคนด้วยองค์ ๒ ประการคือ สุข เกิดแต่วิเวก หรือ “สุขา” “เอกัคคตา” อย่างนี้ก็ได้ เพราะ เกิดแต่วิเวก ระงับสุข สุขสุส จ ปหา

หัวข้อประเด็น

- สมาธิในทางปฏิบัติ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สมาธิโดยปริยายเบื้องสูงบาลีว่า ภิธ ภิกฺขุ าวิจฺเจา กาเมหิ ภิกษุกู้ศึกษาในธรรมวินัย ของพระตถาคตเจ้า สงัดแล้วจากกาม ทั้งหลายสงัดแล้วจากอกุศลธรรมทั้งหลาย เข้าถึงยิ่งปฐมฌาบ ๕ ประการ วิตก วิจาร ปีติ สุข เกิดจากวิเวก ก็เข้าเป็นองค์ ๕ ประการ ปฐมฌาน ทุติยฌานเล่า วิดทุกวิจาราน รูปสมาย สงบวิตก วิจาร เลียได้ ความตรึก ความตรอง ตรวจตรา ไม่มี สงบวิตกวิจารเลียได้ ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เข้าถึงซึ่งทุติยฌาน ความ เพ่งที่สองระคนด้วยองค์ ๓ ประการ คือ ปีติ สุข เกิดแต่วิเวกเหมือนกัน นี่เข้าถึงทุติยฌาน ปีติยา จ วิราคา อุเปกขโก จ วิหรติ ปราศไปจากความปีติ ไม่มี ปีติ เข้าถึงซึ่งตติยฌาน ความเพ่งที่ สาม ระคนด้วยองค์ ๒ ประการคือ สุข เกิดแต่วิเวก หรือ “สุขา” “เอกัคคตา” อย่างนี้ก็ได้ เพราะ เกิดแต่วิเวก ระงับสุข สุขสุส จ ปหานา ทุกฺขสฺส จ ปหานา ละสุขละทุกข์ เลียได้ หรือดับความดีใจเสียใจอัน มีในก่อนเลียได้ เข้าถึงจตุตถฌาน ความเพ่งที่สี่ ระคนด้วยองค์ เอ ปัจจุบัน อนาคต โผฏฐัพพารมณ์ บ้าง ที่เป็นของเก่า ของใหม่ ของ ปัจจุบัน หรือธรรมารมณ์บ้างที่เกิด อยู่ในเดี่ยวนั้น ที่ล่วงไปแล้ว และที่ จะเกิดต่อไป อารมณ์เหล่านี้แหละ วุ่นอยู่กับใจ ติดอยู่กับใจ เปลื้อง จากกันไม่ได้ ไม่หลับนอน ตลอด คืนยังรุ่งก็ไม่หลับ เพราะอารมณ์ มันเข้าไปติดกับใจ มันไปเกี่ยวข้อง กับใจ มันไปบังคับใจเสีย นอนไม่ หลับ มันไม่หลุด เมื่อไม่หลุดเช่นนี้ ละก็เรียกว่าสละอารมณ์ไม่ได้ เมื่อสละอารมณ์ได้ในทาง ประการ มีสติบริสุทธิ์ เฉย อยู่สอง ประการเท่านั้น ที่จับตามวาระพระ มาลี ได้ความอย่างนี้ นี่เป็นปริยัติ แท้ๆ ยังไม่เข้าถึงทางปฏิบัติ ส่วนสมาธิในทางปฏิบัติ เป็น ในทางปฏิบัติละก็มีรสมีชาติดี ไข่แดงกับไข่ขาวอยู่ด้วยกันจริง ๆ ไฉน นัก สมาธิในทางปฏิบัติว่าโดยปริยาย เบื้องต่ำเบื้องสูงแบบเดียวกัน อริยสาวกในธรรมวินัยของ ปฏิบัติ ไม่เกี่ยวด้วยอารมณ์เลย ใจ หลุดจากอารมณ์เหมือนอะไรเหมือน แต่ว่าไม่เกี่ยวกัน ไข่แดงมีเยื่อหุ้ม อยู่นิดหนึ่ง บางๆ ไม่เกี่ยวกับไข่ ขาวด้วย ไข่ขาวหุ้มอยู่ข้างนอกไม่ พระตถาคตเจ้านี้ นี่สมาธิในทาง ติดกัน รสชาติของไข่แดงก็รสหนึ่ง ปฏิบัติ กระทำอารมณ์ทั้ง 5 รูปา- รสชาติของไข่ขาวก็รสหนึ่งไม่เข้ากัน รมณ์ สัททารมณ์ รสารมณ์ คันธา อยู่คนละทางเห็นปรากฏทีเดียว เห็น รมณ์ โผฏฐัพพารมณ์ ธรรมารมณ์ ที่ไหน อยู่ที่ไหน จึงเป็นทางปฏิบัติ ไม่ให้ติดกับจิต หลุดจากจิตทีเดียว เห็นปรากฏชัดอยู่ในกลางดวงธรรม เหลือแต่จิตล้วนๆ ไม่มีอารมณ์ ที่ทำ ให้เป็นกายมนุษย์ ใสบริสุทธิ์ เข้าไปแตะทีเดียว เหมือนอะไร เท่าฟองไข่แดงของไก่ กลางกาย เหมือนคนที่เวลานอนใกล้จะหลับ มนุษย์นี่ ดวงธรรมที่ทำ ให้เป็นกาย เมื่อยังไม่หลับมีอารมณ์เข้าไปติดอยู่ มนุษย์ก็ใสบริสุทธเท่าฟองไข่แดง รูปารมณ์บ้าง นึกถึงอดีตบ้าง ปัจจุบันบ้าง อนาคตบ้าง สัททารมณ์ บ้าง ที่เป็นอดีต ปัจจุบัน อนาคต คันธารมณ์บ้าง ที่เป็นอดีต ปัจจุบัน อนาคต รสารมณ์บ้าง ที่เป็นอดีต ของไก่นั่นแหละ แต่ส่วนจิตที่เป็น สมาธิก็อยู่กลางดวงธรรมที่ทำ ให้ เป็นกายมนุษย์นั่นแหละ ไม่ใช่จิต ดวงเดียว ในกลางดวงจิตมีวิญญาณ แต่ดวงจิตอยู่ในกลางดวงจิ ดวง กัลยาณมิตร ใจป่า. มิถุนายน ๒๕๓๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More