ข้อความต้นฉบับในหน้า
ห่วงใยความปลอดภัยของพระองค์ ในสถานการณ์ตอนนั้น
ทุกคนไม่รู้จะทําอย่างไร ในที่สุดก็พร้อมใจกันสวดมนต์
ขอให้อำนาจพระคุณของพระรัตนตรัยคุ้มครองให้พระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปลอดภัย เป็นภาพที่น่าประทับ
ใจยิ่งนักสมกับที่ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ เวลาผ่านไป
หลายชั่วโมง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็เสด็จกลับมา
โดยไม่มีใครซึ่งอยู่ในที่นั้นรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แค่ทุกคนก็
ดีใจที่พระองค์เสด็จกลับมาโดยปลอดภัย หลังจากนั้นมา
พื้นที่แถบนั้นก็มีโครงการตามพระราชดำริเกิดขึ้นหลายแห่ง
และเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๕ นี้เอง อาสาสมัครชาวญี่ปุ่น
ท่านนั้นมีโอกาสได้คุยกับกลุ่มราษฎรซึ่งเคยอยู่ในเหตุการณ์
ดังกล่าวได้เล่าว่า “ตั้งแต่เกิดมาพวกผมไม่เคยปลูกข้าวท่า
กิน รู้จักแค่การดัดไม้เลื่อยไม้เท่านั้น เรื่องโลกภายนอกก็
ไม่รู้ เพราะถูกพวกพ่อค้าข้าราชการที่ชั่วหลอกใช้ มีอยู่
คราวหนึ่งถูกตำรวจมาจับกุม จึงพากันหนีเตลิดเข้าป่าไป
และได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากกลุ่มผู้ก่อการร้าย ซึ่ง
ได้มีการอบรมการใช้อาวุธให้ เพื่อแผนการแบ่งแยกดินแดน
แต่ไม่นึกเลยว่าวันหนึ่งพระเจ้าอยู่หัวท่านได้เสด็จมา ทรง
ขับรถจี๊บมาเอง ตอนกลางวันแสกๆ แล้วเสด็จขึ้นไปบน
เขา ถนนหนทางก็ไม่มี ทรงนั่งคุกเข่าคุยกับพวกผม และ
ตรัสสอนว่า
การโกรธเคืองกัน ไม่มีประโยชน์ต่อใครเลย ความ
ขัดแย้งและการสู้รบกันก็ไม่ได้เกิดประโยชน์กับใครเลย
จะเป็นการนองเลือดของชนชาติเดียวกันเอง ซึ่งมีได้เกิด
ผลดีกับใครทั้งนั้น ทางที่ดี ควรหันหน้าเข้าหากัน ร่วม
แรงร่วมใจกันช่วยกันสร้างบ้านเกิดของตน หมู่บ้านของ
ตนให้เจริญ เพื่อลูกหลาน ซึ่งเป็นหน้าที่ที่จะต้องทำให้สม
กับที่เกิดเป็นมนุษย์
ราษฎรกลุ่มนั้นยังเล่าต่อไปว่า พวกเขาฟังรับสั่งแล้ว
รู้สึกว่า... “พระองค์ทรงเป็นเสมือนพระพุทธเจ้าที่ทรงลงโปรด
สัตว์โลกในเมืองมนุษย์, เมื่อประชาชนกลุ่มนั้นได้ฟังพระ
ราชกระแสรับสั่งแล้ว ในพุ่งขึ้นก็ได้เข้ามอบตัว มอบ
อาวุธแก่เจ้าหน้าที่บ้านเมือง ต่างซาบซึ้งในพระเมตตา
กรุณาของพระองค์ที่ให้โอกาสพวกเขาได้กลับตัวกลับใจ
และด้วยพระบารมีปกเกล้า ทางฝ่ายบ้านเมืองก็ไม่เอาโทษ
ปล่อยให้ราษฎรเหล่านี้ได้กลับไปพัฒนาหมู่บ้านของตนตาม
อาสาสมัครชาวญี่ปุ่นเล่าต่อไปว่า “พระราชกรณีย
กิจครั้งนั้น เป็นที่ชื่นชมสรรเสริญของอาสาสมัครชาวต่าง
ประเทศเป็นอย่างยิ่ง ต่างรู้สึกว่าคนไทยโชคดีเหลือเกินทีม
พระประมุขผู้ประเสริฐเช่นนี้
พระเมตตาและพระมหา-
กรุณาธิคุณของพระองค์ใหญ่หลวงจริงๆ แม้ในยามที่ต้อง
เข้าไปอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้าย ก็ทรงสามารถแก้ไข
สถานการณ์ได้เป็นอย่างดี และยังเสด็จพระราชา เนินไป
เยี่ยมเยียนราษฎรตั้งแต่เหนือจดใต้ ทุกปีและทุกวัน รับรู้
ทุกข์สุขของชาวไทยทุกคน จึงเป็นการไม่เหมาะสมเลย
ชาวต่างชาติบางคนที่ไม่เข้าใจคนไทย
ชอบแสดงกิริยา
หยิ่งยโสไม่สุภาพต่อคนไทย เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าแท้จริง
แล้วทั้งองค์พระมหากษัตริย์และประชาชนชาวไทยนั้นต่าง
มีเมตตาจิต มีน้ำใจอันกว้างขวางต่อชาวต่างชาติต่างภาษา
ยิ่งนัก อย่างที่ไม่มีที่ใดในโลกเสมอเหมือน ประเทศไทยจึง
ไม่มีช่องว่างระหว่างเชื้อชาติ ศาสนา ของคนในชาติเลย
นับเป็นเสน่ห์ที่ลึกซึ้งของดินแดนที่เรียกว่าโหดเฉก อาสา
สมัครชาวญี่ปุ่นกล่าวด้วยความประทับใจทิ้งท้าย
ในวโรกาสมหามงคลสมัยปีกาญจนาภิเษก ที่พระ
มาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริ
ราชสมบัติเป็นปีที่ ๕๐ ควรที่สุดแล้วที่ชาวไทยจะได้รู้รัก
สามัคคี ค่า เนินรอยคามเบื้องยุคลบาท สร้างความสามัคคี
อันดีต่อกัน สร้างสังคมให้มีความสดใสรุ่งโรจน์ ช่วยกัน
ปลูกฝังคุณธรรมความสำนึกที่ดีให้เกิดขึ้นแก่คนไทยทุกระ
ดับชั้น มีการช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเผื่อแม่ซึ่งกันและกัน ให้
เป็นประเทศตัวอย่างแก่สากลโลก ที่เป็นอารยชาติอย่าง
แท้จริง ให้สมกับที่มีสงค์ประนุชผู้ทรงทศพิธราชธรรมปก
ครองประเทศ เพราะโลกนี้เราจักต้องพึ่งพาอาลัยกัน ไม่มี
ประเทศใดอยู่โต้อย่างโดดเดี่ยว การอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบ
สุข ต้องอาศัยการให้และการแบ่งปัน ด้วยเมตตาธรรมซึ่ง
เป็นเครื่องค้าจุนโลก
พระราชประสงค์ต่อไป
๒๗
. กัลยาณมิตร
มลนายฉ่ำ ๒ ๓๗