ข้อความต้นฉบับในหน้า
จ่าอยู่ในกลางดวงเห็น แต่ว่าพูดถึง
จิตดวงเดียวแล้วก็ จิตไม่เกี่ยวด้วย
อารมณ์ทีเดียว อารมณ์ไม่เข้าไป
แตะทีเดียว นิ่งหยุดนิ่งอยู่ศูนย์
กลางดวงธรรมที่ทำ ให้เป็นกายมนุษย์
แล้วผู้ปฏิบัติของตัวก็เห็น ใครเห็น
นี้เป็นทางปฏิบัติ กายมนุษย์ละเอียด
มันเห็น ไม่ใช่กายมนุษย์คนหยาบ
กายมนุษย์ละเอียดที่มันฝันออกไป
กายมนุษย์คนนั้นแหละมันเห็น มัน
อยู่ในกลางดวงนั้นแหละ มันเห็น
ดวงจิตบริสุทธิ์สนิทหลุดจากอารมณ์
ดังนี้ ไม่มีอารมณ์เข้าไปเกี่ยวข้อง
เลยทีเดียว เป็นดวงจิตใสเหน่งอยู่
นั่นแหละ เหมือนไข่แดง แต่ว่ามัน
ไม่ใสอย่างไข่แดงหรอก ใสเหมือน
กระจกส่องเงาหน้า ใสเหน่งทีเดียว
ตากายมนุษย์ละเอียดมันเห็น เพราะ
ว่ามันก็รู้ว่าดวงจิตของมนุษย์เวลานี้
ไม่เกี่ยวด้วยอารมณ์ทั้ง 5 เลย
อารมณ์ทั้ง 5 ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวเลย
หลุดจากกันหมด เห็นอย่างนี้เรียก
ว่า โวสสคคารมมณ์ กริตวา ลภติ
สมาธิ มันก็นิ่ง นิ่งแน่นอนอยู่กับ
ดวงจิต มั่นไม่คลาดเคลื่อน ดวงจิต
นั่นก็ช้อนอยู่กับดวงจ่า
ดวงเห็น
ดวงวิญญาณ ก็ซ้อนอยู่ในกลางดวง
จิตนั่นแหละ ทั้ง x อย่างนี้ ช้อนไม่
คลาดเคลื่อนกันเป็นจุดเดียวกันนั่น
แหละ ไม่ลั่นลอดจากกัน เป็นก้อน
เดียวชิ้นเดียวอันเดียวทีเดียว เห็น
ขัดๆ อย่างนี้เรียกว่า สมาธิในทาง
ปฏิบัติแท้ๆ อย่างนี้เรียกว่าได้สมาธิ
ปริยายเบื้องต่ำ อย่างนี้ สมาธิโดย
ปริยายเบื้องต่ำ
ปริยายเบื้องสูง
ไม่ใช่สมาธิโดย
สมาธิ ท่านวางหลักมาก ไม่
จิตตสเสกคคดี ได้ถึง เอกคุคดา ว่าได้สมาธิแล้ว แต่ว่าสมาธิโดย
ได้ถึงซึ่งความเป็นหนึ่ง จิตดวงนั้น
แหละ ถึงซึ่งความเป็นหนึ่งทีเดียว
ไม่มีสอง ไม่มีเขยื้อน แน่นแน่ว
เหมือนอย่างกับน้ำที่ใส่ไว้ในแก้วตั้ง
ไว้ในที่มั่น ไม่มีลมพัดมาถูกต้องเลย
ไม่เขยื้อนเลยทีเดียว อยู่ที่เดียว
หยุดอยู่กับที่ทีเดียว นั้นได้ชื่อว่า
จิตตสเสกคุคด ถึงซึ่งความเป็น
หนึ่งทีเดียว จิตถึงซึ่งความเป็นหนึ่ง
ขนาดนั้น นั่นได้สมาธิ อย่างนี้เรียก
มิถุนายน ๒๕๓๙ (C) กัลยาณมิตร
ใช่แต่จิตแน่นเท่านี้ ไม่ใช่แต่จิต
ปราศจากอารมณ์ถึงซึ่งความเป็นหนึ่ง
เท่านี้ สมาธิท่านวางหลักไว้ถึง 10
แต่ว่า x0 ยกเป็นปริยายเบื้องสูง
เสีย =! เหลืออีก ๓๒ นั้นก็เป็นที่ทำ
สมาธิเหมือนกัน แต่ว่าเป็นสมาธิ