ข้อความต้นฉบับในหน้า
ยังมีเรื่องเกี่ยวกับความ ไปทรงพักผ่อน เพื่อรับไอเย็นสดชื่น
สามารถในการแสดงปฏิภาณโต้ตอบ
ธรรมะของพระปิณโฑลภารทวาชะ
กับพระเจ้าอุเทน ราชาแห่งเมือง
โกสัมพี ซึ่งในครั้งนั้นพระปิณโฑส
ภารทวาชะอยู่จ้าพรรษา ณ โฆสิตฯ
ของธรรมชาติในราชอุทยาน แห่ง
เดียวกับที่พระปิณโฑลภารทวาชเถระ
กำลังนั่งสมาธิอยู่นั่นเอง
ความคิดพ้องกันว่าเหล่ามวลดอกไม้
นานาพันธุ์ในราชอุทยานแห่งนี้
หอมระรื่นชื่นใจ และน่าเดินไปเที่ยว
ชาง
พระเจ้าอุเทนบรรทมอยู่บน
พระแท่นมงคลศิลา ใต้โคนไม้ใหญ่
านาราม หลังจากฉันภัตตาหารเข้า
แผ่กิ่งล้านสาขาร่มรื่น แวดล้อมใกล้
ขมเล่นยิ่งนัก พวกนางจึงพากันไป
เที่ยวเล่นในบริเวณที่ตนหมายตาไว้
ทิ้งให้เพื่อนสนมเพียงคนเดียวเป็นผู้
คอยอยู่ฟ้า และบีบนวดให้พระเจ้า
อุเทนบรรทมหลับต่อไปอีกนาน ๆ
แต่ครั้นได้พบพระปิณโฑลภารทวาช
เถระ จึงพากันเข้าไปกราบนมัสการ
และฟังพระธรรมเทศนาด้วยจิต
คำสอนของพระบรมศาสดาที่ตะลอน
หระคิกษุทั้งหลายไว้ว่า มาเกิดคิกษุทั้งหลาย
แรอทั้งหลายจงรักษาประตูในอินทรีย์ทั้งหลาย
เวลาที่ตาเห็นรูป หูหิ้งเสียง จมูกดมกลิ่น ลิ้นลิ้มรส
กายได้รับสัมบัส ใจรู้ธรรม อย่าถอนมิดไว้อย่า
ถืออบุหบัญชนะไว้อย่าให้ความยินดียินทัยเช้า
ครอบ7 ให้ ช้อปฏิปดีนี้เหละมหาบมิตร เป็นสิ่งที่
ช่วยให้หระอิกษุทั้งหลาย ประหฤดีหรหมจรรย์อยู่
ให้ตลอดชีวิต ท่า ให้รักษาพระธรรมวินัยไว้ให้นาน
เรียบร้อยแล้ว จึงเหาะไปพักผ่อน
อริยาบถอยู่ที่โคนไม้ใหญ่ ริมแม่น้ำ
ศรัทธาเลื่อมใส
ฝ่ายนางสนมผู้กำลังนวด
พระบาทของพระเจ้าอุเทนอยู่นั้น
ก็เขย่าพระบาทให้ทรงตื่นบรรทม
เมื่อทรงตื่นบรรทมแล้วไม่ทรงเห็นใคร
จึงตรัสถามว่า “ไปไหนกันหมด”
“ขอเดชะ เมื่อพระองค์
บรรทมอยู่ เขาพากันไปชมป่า แล้ว
ก็พากันไปนั่งล้อมพระสมณะรูปหนึ่ง
อยู่ที่ริมแม่น้ำคงคาโน่นแน่ะ เพคะ”
นางสนมกราบทูลตอบ
“หนอยแน่ะ” ทรงเปล่งพระ
อุรเสียงคำรามลั่น แทนที่จะพิโรธ
เหล่านางสนมที่พากันละทิ้งหน้าที่
ชิดไปด้วยสาวสนมกำนัลในคอย พระเจ้าอุเทนกลับคิดประทุษร้าย
ปรนนิบัติพัดวีอยู่ไม่ห่าง
คงคา ภายในบริเวณอุทกสถาน ซึ่ง สาราญพระอิริยาบถและเพลิดเพลิน
เป็นราชอุทยานของพระเจ้าอุเทน จนหลับไปในเวลาไม่นานนัก
ทรง
พระเถระด้วยความคิดว่า
“เราจะหามดแดงเอาไปกัด
พระสมณะนั้น” แล้วก็เสด็จไป
ณ ใจกลางกรุงโกสัมพีนั่นเอง
เมื่อเห็นว่าพระราชาหนุ่มของ
ขณะนั้นพระเจ้าอุเทนเสวย พวกตนบรรทมหลับไปแล้ว เหล่า
ทอดพระเนตรเห็นรังบดแดงอยู่บน
ต้นอโศก เนื่องจากรังมดแดงอยู่สูง
น้ำเมามาแล้ว ๗ วัน ยังไม่สร่าง
เมาก็เสด็จพร้อมด้วยข้าราชบริพาร
นางสนมทั้งหลายต่างก็พากันวางงาน
ในมืออย่างฉับพลับ เพราะต่างก็มี
เกินไปไม่ทรงเอื้อมเด็ดลงมาได้ จึง
ทรงเขย่ากิ่งไม้นั้นหวังให้รังมดตกลง
กัลยาณมิตร
มธุไฑ์ขน ๒๕๓๙ 200^1