ผู้ขัดลาภพระอรหันต์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 8 หน้า 16
หน้าที่ 16 / 128

สรุปเนื้อหา

AC ประตูบ้านแห่งหนึ่งกินด้วยท่าทางที่ หิวกระหาย และหวาดระแวงเหมือนกับ อีกาที่แอบมาขโมยกินอาหารอย่างนั้น ดูแล้วชวนสลดสังเวชยิ่งนัก พระสารีบุตร รู้สึกสงสารจับใจ จึงเดินเข้าไปใกล้ ๆ แล้วซักถามความเป็นมาของเด็กน้อย ที่ต้องมาตกระกำลำบากเช่นนี้ เมื่อทราบ แล้วจึงชวนให้บวชเณร ซึ่งเด็กน้อยก็ ยินดียิ่งนัก พระสารีบุตรได้แบ่งอาหารที่ บิณฑบาตให้กิน แล้วพาไปเชตวัน มหาวิหาร จัดการอาบน้ำถูขี้ไคลให้ แล้วให้บวชเป็นสามเณร ทำให้เด็กน้อย มีชีวิตที่ดีขึ้น ครั้นอายุครบ ๒๐ ปีแล้ว จึงได้บวชเป็นพระภิกษุ ได้รับฉายาว่า "โลสกติสสภิกขุ" น่าแปลกจริง ๆ ที่พระโลสกติสสะ เมื่อยังเด็กก็ต้องอดอยากยากแค้น ผอม โซไม่มีจะกิน แต่พอเป็นเณรเป็นพระแล้ว แทนที่จะได้ฉันอย่างเต็มอิ่มเต็มมื้อก กลับอด ๆ อยาก ๆ อีก ทุกครั้งที่ออก บิณฑบาต ชาวบ

หัวข้อประเด็น

- ผู้ขัดลาภพระอรหันต์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

AC ประตูบ้านแห่งหนึ่งกินด้วยท่าทางที่ หิวกระหาย และหวาดระแวงเหมือนกับ อีกาที่แอบมาขโมยกินอาหารอย่างนั้น ดูแล้วชวนสลดสังเวชยิ่งนัก พระสารีบุตร รู้สึกสงสารจับใจ จึงเดินเข้าไปใกล้ ๆ แล้วซักถามความเป็นมาของเด็กน้อย ที่ต้องมาตกระกำลำบากเช่นนี้ เมื่อทราบ แล้วจึงชวนให้บวชเณร ซึ่งเด็กน้อยก็ ยินดียิ่งนัก พระสารีบุตรได้แบ่งอาหารที่ บิณฑบาตให้กิน แล้วพาไปเชตวัน มหาวิหาร จัดการอาบน้ำถูขี้ไคลให้ แล้วให้บวชเป็นสามเณร ทำให้เด็กน้อย มีชีวิตที่ดีขึ้น ครั้นอายุครบ ๒๐ ปีแล้ว จึงได้บวชเป็นพระภิกษุ ได้รับฉายาว่า "โลสกติสสภิกขุ" น่าแปลกจริง ๆ ที่พระโลสกติสสะ เมื่อยังเด็กก็ต้องอดอยากยากแค้น ผอม โซไม่มีจะกิน แต่พอเป็นเณรเป็นพระแล้ว แทนที่จะได้ฉันอย่างเต็มอิ่มเต็มมื้อก กลับอด ๆ อยาก ๆ อีก ทุกครั้งที่ออก บิณฑบาต ชาวบ้านมักไม่ค่อยจะใส่ บาตรให้ พอมีใครเขาตักบาตรให้ทัพพี เดียว คนอื่น ๆ กลับมองเห็นเป็นว่ามี อาหารล้นบาตรแล้วเลยไม่ใส่ให้อีก ท่านจึงไม่ได้ฉันเต็มอิ่มสักที แต่ท่านก็ สู้อดทน มีความเพียรในการบำเพ็ญ ภาวนาอย่างยิ่งยวด แม้ว่าท้องจะหิว ก็ตาม จนกระทั่งในที่สุด ก็สามารถ ทำใจให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกาย บรรลุ กายธรรมพระอรหัต หมดกิเลสเปน พระอรหันต์จนได้ แต่ถึงแม้ว่าท่านจะ เป็นพระอรหันต์แล้วก็ตาม ท่านก็ยังคง บิณฑบาตไม่ค่อยได้อาหาร มีของไม่ค่อย พอฉัน ท่านจึงอด ๆ ๆ อยาก ๆ ตลอดเวลา ร่างกายจึงซูบผอม อ่อนแอ ทรุดโทรม น่าสงสารยิ่งนัก วันหนึ่ง พระสารีบุตรทราบว่า พระโลสกติสสะใกล้จะปรินิพพานเต็มที่ แล้ว จึงคิดจะช่วยให้ท่านได้ฉันอาหาร เต็มอิ่มสักมื้อ จึงชวนท่านไปบิณฑบาต ด้วย แต่ปรากฏว่าเมื่อเดินไปด้วยกัน เลยไม่มีใครใส่บาตรให้ทั้ง ๒ องค์ ซ้ำร้าย ไม่มีใครยกมือไหว้เสียอีก พระสารีบุตร เห็นท่าไม่ดี จึงบอกให้พระโลสกติสสะ กลับไปนั่งรอที่หอฉันก่อน แล้วท่านก็ ออกบิณฑบาตตามลำพัง คราวนี้ ท่าน ได้รับนิมนต์ให้ไปฉันภัตตาหารในบ้าน หลังหนึ่ง ท่านจึงบอกให้คนในบ้านนั้น นำอาหารส่วนหนึ่งไปถวายพระโลสก ติสสะที่หอฉัน แต่เจ้ากรรม คนที่ยก อาหารไปกลับลืมว่าจะยกไปไหน ยก ไปให้ใคร คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก ก็เลย จัดการกินเสียเอง เมื่อพระสารีบุตร กลับมา ทราบว่าพระโลสกติสสะยังไม่ได้ ฉันอาหารก็รู้สึกสลดใจ แต่เห็นว่ายังพอ มีเวลาอยู่ จึงได้ถือบาตรเดินเข้าไปใน พระราชวัง พระเจ้าโกศลทรงรับบาตร ของท่านมา แต่ทรงเห็นว่าเลยเวลาอาหาร แล้ว จึงได้ถวายของหวาน ๔ อย่าง แทน คือ เนยใส เนยขึ้น น้ำผึ้ง และ น้ำอ้อย พระสารีบุตรนำของหวานนั้น ไปให้พระโลสกติสสะฉัน โดยที่ท่านถือ บาตรไว้ให้ เพราะเกรงว่าถ้าหากท่าน วางบาตร หรือให้พระโลสกติสสะถือเอง ของหวานนั้นอาจจะอันตรธานหาย ไปก็ได้ พระโลสกติสสะจึงได้ฉันของ หวานนั้นจนอิ่ม และวันนั้นเอง ท่าน ก็ปรินิพพาน เมื่อท่านปรินิพพานแล้ว พระ สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้จัดการเผาศพ ของท่านและเก็บพระธาตุหรือกระดูก พอมีใครเขา ตักบาตรให้ ทัพพีเดียว คนอื่น ๆ กลับ มองเห็นเป็นว่า มีอาหารล้นบาตรแล้ว เลยไม่ใส่ ให้อีก บรรจุไว้ในเจดีย์ หลังจากเสร็จสิ้นงานศพแล้ว พระภิกษุทั้งหลายได้นั่งคุยกันในธรรมสภา ถึงชีวิตของพระโลสกติสสเถระว่าท่าน อด ๆ อยาก ๆ มีลาภน้อยขนาดนี้ แต่ แปลกที่ทำไมท่านถึงบรรลุธรรมขั้นสูงได้ ขณะนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จไปยังธรรมสภา เมื่อทรงทราบว่า พระภิกษุทั้งหลายกำลังสนทนากันถึง เรื่องอะไรแล้ว จึงตรัสว่า “การที่พระโลสกติสสเถระ เป็นผู้มีลาภน้อยเพราะเคยไปขัด ลาภผู้อื่น แต่ที่สามารถบรรลุธรรม ได้ ก็เพราะเคยบำเพ็ญเพียรภาวนา มาอย่างดีในอดีตชาตินั่นเอง” เห็นไหมคะว่า ทุกสิ่งทุกอย่าง ในโลกนี้มีเหตุมีผลเสมอ ไม่มีอะไรเป็น เรื่องบังเอิญหรอกค่ะ หลังจากที่พระ พุทธองค์ตรัสดังนั้นแล้ว ได้ทรงนำเรื่อง ในอดีตชาติของพระโลสกติสสะมา เล่าให้พระภิกษุสงฆ์ฟัง ดังนี้ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More