ข้อความต้นฉบับในหน้า
A
บ ท ค ว า ม พ เศษ
กัลยาณมิตรกรรณิกา ปัทธวรรธ
มีสุภาษิตเกี่ยวกับกฎหมายบท
หนึ่งกล่าวไว้ว่า
“ปล่อยผู้กระทำผิดเสียสิบคน
ดีกว่าลงโทษผู้ไม่ผิดเพียงคนเดียว”
กฎหมายตรา ๓ ดวง เป็นกฎหมาย
ที่เกิดจากการชำระกฎหมายเก่า ที่มีมา
แต่ครั้งโบราณ แล้วจัดรวบรวมเป็น
ประมวลกฎหมายขึ้นใช้ ตั้งแต่ในรัช
สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า
จุฬาโลก โดยแบ่งกฎหมายตรา
ออกเป็นลักษณะต่าง ๆ เช่น ลักษณ
ผัวเมีย ลักษณโจร ลักษณวิวาท ลักษณ
พยาน ลักษณตระลาการ และลักษณ
อินทภาษ เป็นต้น
ด ดวง
ลักษณอินทภาษ เป็นกฎหมายที่
ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้พิพากษา ผู้ตัดสิน
ความโดยเที่ยงธรรม ตลอดจนบาปบุญ
คุณโทษแห่งความเที่ยงธรรมและไม่
เที่ยงธรรมนั้น ซึ่งเรื่องนี้นักกฎหมายได้
สอดแทรกจริยธรรมไว้ในบทบัญญัติ
แห่งกฎหมาย ทั้งลักษณอินทภาษและ
ลักษณตระลาการ โดยยึดความบริสุทธิ์
ยุติธรรม ปราศจากอคติ ๔ ประการ
เป็นหลักปฏิบัติประจำใจของผู้มีหน้าที่
ผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรมแห่งสังคม
จากบทบัญญัติดังกล่าว แสดงให้
ความแตกฉานในภูมิปัญญา
เห็นถึงความเ
ของบรรพบุรุษไทย ที่สามารถดึงเอา
หลักธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัม
พุทธเจ้า มาใช้ปกครองประเทศให้อยู่
เย็นเป็นสุขตามสมควรแก่อัตภาพ ในรูป
ของอำนาจนิติบัญญัติและอำนาจตุลา
การ จึงไม่เป็นที่สงสัยเลยว่า เหตุใด
บรรพบุรุษไทยจึงสามารถปกป้องคุ้ม
ครองรักษาเอกราชของชาติไทย ให้
ยืนยงคงอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้ ทั้ง ๆ ที่
ประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเคยเป็นศัตรูสำคัญ
ของเรามาก่อน ต่างก็ต้องสูญเสียเอกราช
ให้แก่ประเทศมหาอำนาจไปจนหมดสิ้น
เหลียวมาดูปัจจุบัน คนรุ่นหลัง ๆ
ริยธรรม ในพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาที่
ของนักกฎหมาย
ช่วยค้ำจุนชาติให้รอดพ้นจากความเป็น
ทาสตลอดมา เข้าทำนอง “ใกล้เกลือกิน
ต่าง” เป็นเหตุให้บ้านเมืองไม่สงบสุข
Kalyanamitra.org
๖d