ข้อความต้นฉบับในหน้า
ขยิก เหมือนเงาะที่หลุดออกจากป่าจริง ๆ
ทุกคนแสดงได้ถึงบทจริง ๆ พอถึงบทโศก
น้ำตาไหลออกตากันเลย ทุกอย่างจบลง
ได้ด้วยดี แม้วันนั้นข้าพเจ้าจะไม่ได้วัตถุ
สิ่งใดเป็นเครื่องตอบแทน แต่รอยยิ้มและ
สีหน้าท่าทางที่แสดงออกถึงความเบิก
บานใจและเป็นสุขของคุณครูทุกท่าน
ณ ที่นั้น โดยเฉพาะคุณครูใหญ่ ทำให้
ข้าพเจ้าปีติใจยิ่งนัก เพราะพระคุณของ
ครูอาจารย์นั้นเหลือล้น หากปราศจาก
ท่าน ข้าพเจ้าคงเป็นผู้ที่โง่เขลาเบา
ปัญญา ไหนเลยจะยืนหยัดมาจนถึง
ทุกวันนี้ ซึ่งยากนักที่ข้าพเจ้าจะตอบ
แทนพระคุณท่านได้หมด ความสุขที่
ท่านได้รับในวันนี้เป็นเพียงเศษส่วนอัน
น้อยนิด ที่เหล่าลูกศิษย์ได้มอบให้ท่าน
ด้วยใจที่สำนึกในพระคุณท่าน และที่
สำคัญอีกอย่างคือ ความสามัคคีที่เป็น
น้ำหนึ่งใจเดียวของเพื่อน ๆ ทุกคน
จึงทำให้งานของเราสำเร็จลงทุกครั้ง
รวมทั้งการเรียน การเล่นและการทำกิจ
กรรมร่วมกัน
ระวังมือที่สาม
เมื่อฐานะเริ่มดีขึ้นบ้างพอมีเงิน
เหลือเก็บ ข้าพเจ้าก็ได้จักรยานคู่ชีพขี่ไป
โรงเรียน และขี่กลับมารับประทานข้าว
กลางวันที่บ้าน หลังเลิกเรียนก็จะขี่
จักรยานไปช่วยคุณแม่ขายขนมที่ตลาด
ตอนเย็นก็ห่อขนมกลับมาบ้าน และช่วย
คุณน้า คุณยายประดิษฐ์ดอกไม้ที่ทำ
จากรังไหมขาย ซึ่งทำให้ทางบ้านมีราย
ได้เพิ่มขึ้น จึงผ่อนส่งที่ดินผืนหนึ่ง ปลูก
เป็นบ้านสวนแล้วให้คุณพ่อคุณแม่ไปอยู่
wwwww
ส่วนข้าพเจ้าเมื่อเรียนจบชั้นประถม
ก็สอบเข้าเรียนต่อโรงเรียนผดุงนารี ซึ่ง
เป็นโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดมหา
สารคาม เพราะคุณน้า คุณยายท่าน
ย้ายมาอยู่ที่นี่ ข้าพเจ้าจึงต้องติดตามมา
ด้วย แต่เมื่อถึงเย็นวันศุกร์ และช่วงปิด
เทอมข้าพเจ้าจะกลับไปช่วยคุณพ่อคุณ
แม่ที่จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นประจำ เพราะที่
บ้านนอกจากจะเลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ ปลูกผัก
สวนครัวและผลไม้ คุณแม่ยังทำขนม
ไปขายที่ตลาดด้วย กิจวัตรประจำวันของ
ข้าพเจ้าตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอนก็คือ
ล้างข้าวของเครื่องใช้ หุงข้าวช่วยพี่ชาย
ตักน้ำรดต้นไม้ เก็บกวาดบ้าน ช่วยคุณ
พ่อคุณแม่ทำขนม เช่น ทองหยิบ ทอง
หยอด ฯลฯ เสร็จแล้วก็ไปช่วยขายของที่
ตลาด เย็นก็กลับบ้านหุงข้าวต้มแกง ถ้า
วันไหนมีกับข้าวสำเร็จรูปก็เหนื่อยน้อย
หน่อย หลังรดน้ำต้นไม้เสร็จ ก็ทานข้าว
และสนทนากันตามประสาพ่อลูก ตรง
แคร่ไม้ไผ่หลังบ้าน ส่วนคุณแม่ถ้าขาย
ของที่ตลาดไม่หมดก็จะไปขายต่อที่หน้า
โรงภาพยนตร์ เมื่อถนนชีวิตมิได้โปรย
ด้วยกลีบดอกไม้นานาพันธุ์ อุปสรรคนา
นับประการก็เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า
เพราะผลของกิเลสมารที่ลุ่มเร้าในหัวใจ
ของทุกคนในครอบครัว เมื่อมีมือที่สาม
เข้ามาเกี่ยวข้อง ครอบครัวของข้าพเจ้าจึง
เหมือนลิ้นกระทบฟันบ่อยขึ้น จนเกือบจะ
กลายเป็นแก้วที่ประสานกันไม่สนิท
เมื่อเปิดเรียนก็กลับมาอยู่กับคุณ
น้าคุณยาย เนื่องจากที่บ้านปลูกผลไม้
หลายชนิด เวลามีผลก็แจกญาติพี่น้อง
เพื่อนบ้าน และขนไปให้เพื่อนที่โรงเรียน
กินบ่อย ๆ นอกจากนี้ยังปลูกดอกมะลิไว้
หลายต้น เวลาออกดอกขาวสะพรั่งเต็ม
ต้น ข้าพเจ้าเลยกลายเป็นแม่ค้าพวงมาลัย
อยู่ช่วงหนึ่ง ไม่คิดที่จะทำเป็นอาชีพหลัก
หรอก พอดีช่วงนั้นท่านอยู่ว่าง ไม่ได้ทำ
อะไร เราสามคนน้า ยาย หลานจึงช่วย
Kalyanamitra.org
๕๓