การบันทึกในใจและการระลึกชาติ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 8 หน้า 21
หน้าที่ 21 / 128

สรุปเนื้อหา

ทุก ๆ ร้อยปี เอาผ้าบางเหมือนควันไฟไปลูบที่หนึ่ง มันก็ ว่า เครื่องคอมพิวเตอร์มันบันทึกวันนั้น มันบันทึกวันนี้ จะสึกไปนิดหนึ่ง นึ่ง อีกร้อยปีก็มาลูบอีกทีหนึ่ง เมื่อไหร่มันสึก อย่ามาคุยเลย ใจบันทึกได้มากกว่านั้น ค่อย ๆ ฝึกไป ไปจนกระทั่งภูเขาลูกนี้มันราบเสมอกับพื้นดิน เมื่อนั้นกัป แล้วจะรู้เอง หนึ่ง ไม่รู้กี่ปี พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ สมัยที่เกิดเป็น พระโพธิสัตว์กว่าจะมาเป็นพระพุทธเจ้า ได้ใช้เวลาบำเพ็ญ เดรัจฉาน ไม่ใช่เพียงแต่ความคิดและสติปัญญาเท่านั้น กันนั้น เริ่มจากโครงสร้างเลยทีเดียว งาม จากคำที่ว่า “สัตว์เดรัจฉาน” คือสัตว์ที่มีลำตัว ขนานไปกับพื้น แล้วนกเพนกวินทำไมจึงมีลำตัวตั้งฉาก กับพื้นคะ บารมีอย่างน้อยที่สุด ๔ อสงไขยแสนมหากัป เขียนเลข ๔ ที่ทำให้คนต่างจากสัตว์เดรัจฉาน ความแตกต่าง ล

หัวข้อประเด็น

- การบันทึกในใจและการระลึกชาติ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ทุก ๆ ร้อยปี เอาผ้าบางเหมือนควันไฟไปลูบที่หนึ่ง มันก็ ว่า เครื่องคอมพิวเตอร์มันบันทึกวันนั้น มันบันทึกวันนี้ จะสึกไปนิดหนึ่ง นึ่ง อีกร้อยปีก็มาลูบอีกทีหนึ่ง เมื่อไหร่มันสึก อย่ามาคุยเลย ใจบันทึกได้มากกว่านั้น ค่อย ๆ ฝึกไป ไปจนกระทั่งภูเขาลูกนี้มันราบเสมอกับพื้นดิน เมื่อนั้นกัป แล้วจะรู้เอง หนึ่ง ไม่รู้กี่ปี พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ สมัยที่เกิดเป็น พระโพธิสัตว์กว่าจะมาเป็นพระพุทธเจ้า ได้ใช้เวลาบำเพ็ญ เดรัจฉาน ไม่ใช่เพียงแต่ความคิดและสติปัญญาเท่านั้น กันนั้น เริ่มจากโครงสร้างเลยทีเดียว งาม จากคำที่ว่า “สัตว์เดรัจฉาน” คือสัตว์ที่มีลำตัว ขนานไปกับพื้น แล้วนกเพนกวินทำไมจึงมีลำตัวตั้งฉาก กับพื้นคะ บารมีอย่างน้อยที่สุด ๔ อสงไขยแสนมหากัป เขียนเลข ๔ ที่ทำให้คนต่างจากสัตว์เดรัจฉาน ความแตกต่าง ลงไปตัวหนึ่ง เติมศูนย์อีก ๑๔๐ ตัว โลกมันเป็นหมอกเพลิง แล้วก็เย็นลง มีผู้คนมาอยู่ แล้วในที่สุดมันก็กลับไปเป็น หมอกเพลิงอีก นับอย่างนี้ไป ๔ อสงไขยครั้ง กับอีกแสนครั้ง รวมกันเข้าไป นั่นละ เป็นระยะเวลาน้อยที่สุดที่พระสัมมา สัมพุทธเจ้าใช้สำหรับฝึกตนเองให้เป็นคนดี สามารถที่จะ สอนให้คนอื่นรู้ตามได้อีกด้วย ใช้เวลากันขนาดนั้น เพราะฉะนั้นเวลาปฏิบัติธรรม เราจึงได้ซาบซึ้งกันนัก กันหนาว่า แหม เรานี่โชคดีนะ เกิดมาได้มาเจอศาสนา ของพระองค์ แม้ไม่เจอพระองค์ก็ยังได้เจอคำสอน นี่ถ้า ให้เราไปค้นเองว่า บาปเป็นยังไงบุญเป็นยังไง ไม่รู้หรอก บุญเป็นยังไงขนาดพระองค์เสียเวลาค้นกันมาเสีย ๔ อสงไขย กับแสนกัป เสียเวลากันอย่างนี้ ตอบ ไปผ่าซากดู ลักษณะโครงกระดูกที่ว่าตั้งฉาก นะ หมายถึงกระดูกสันหลังตั้งฉาก พวกนกเพนกวินที่เห็น อย่างนั้น ลักษณะกระดูกสันหลังของมันไม่ได้ตั้งฉากนะ ไปผ่าดูแล้วจะพบ เหมือนอย่างไก่ ดูเผิน ๆ เหมือนจะตั้ง แต่มันทอด ๆ จึงดูเหมือนว่ากระดูกสันหลังจะตั้ง แต่มัน ไม่ตั้ง เพราะว่ายังเป็นเดรัจฉาน เมื่อยังไม่ตั้ง หาศูนย์กลาง กายยังไม่เจอหรอก เพราะฉะนั้น เมื่อเกิดมาเป็นคน มีสิทธิ์ หาศูนย์กลางกายเจอ รีบหาเสียนะ จะได้ไม่พลาดท่าเป็น เพราะฉะนั้น พวกเราเกิดมาแล้วได้พบพระพุทธศาสนา ก็ให้ถือว่าเป็นโชคอย่างยิ่ง ถ้าให้พวกเรากันเองน่ะหรือ พวกกระดูกสันหลังนอน ๆ อย่างนั้นละ หาไม่เจอละ E อย่าว่าแต่ ๔ อสงไขยเลย อีกกี่ล้านอสงไขย เราค้นไม่เจอ หรอก ขนาดท่านวางเส้นทางให้ยังคลำไม่เจอเลย เนห์ มาเจอตัวเลขอสงไขยเข้ายังงงไปเลย ไม่รู้ใช้ทำอะไรเรา มุสา ถาม - ไม่ตอบ, รู้ - ไม่บอก, ตอบ แต่ตอบผิด ศึกษาพระพุทธศาสนาแล้วจะเข้าใจ เวลาพระอรหันต์ท่าน อันไหนผิดศีลข้อ ๔ กันแน่ ? ระลึกชาติ ไม่ใช่แค่ชาติ ๒ ชาติ ๓ ชาติ ๕ ชาติ ๑๐ ชาติ ล้านชาติ ไม่ใช่ แต่ท่านระลึกชาติเป็นอสงไขย ๆ ทีเดียว ทําไมทําได้อย่างนั้น เพราะพระอรหันต์ ใจท่านใส เป็นแก้ว ใสเป็นเพชร สามารถที่จะระลึกถอยย้อนไปดูได้ เพราะการกระทำต่าง ๆ ที่เกิดในโลกนี้ ถูกบันทึกอยู่ในใจ ของเรานี่เอง เราเกิดมากี่ชาติมันก็บันทึกไว้หมด แต่เป็น บันทึกละเอียด ก็พอจะอุปมาเทียบเคียงกันได้กับวิดีโอเทป ที่สามารถบันทึกได้ทั้งภาพทั้งเสียงนั่นแหละ ส่วนการบันทึกในใจมันก็เป็นภาพเลย ภาพซ้อน ภาพ ๆ ใจเรานี่แหละมันบันทึกไว้ได้ เพราะฉะนั้น เมื่อฝึก แล้วมาเจออย่างนี้เช้า ไม่แปลกใจเลยเวลาใครเขามาบอก - ถาม ถ้ามีคนมาถามคำถามเรา แต่เรานิ่งเสียไม่ตอบ ทั้ง ๆ ที่รู้คำตอบ ถือว่ามุสาไหมคะ ? ตอบ หนูคงจะสับสน ไม่ตอบก็คือไม่ตอบ มุสา หมายถึง พูดโกหกนะ เห็นไม่ชอบมาพากล ตอบแล้วคงไม่ รู้เรื่องหรอกคนอย่างนี้ เราก็เลยไม่ตอบ หรือกำลังเหนื่อย กำลังเพลีย ก็เลยไม่ตอบ อันนี้ไม่ใช่มุสา มุสาคือ พูดปด แล้วนี่พูดหรือยังล่ะ นี้จะผิดหรือไม่ผิดน่ะ องค์ประกอบของอา พิจารณาอย่างนี้ ไปจดเอาไว้ Q. เรื่องนั้นเป็นเรื่องไม่จริง ๒. แล้วเราก็รู้ว่ามันไม่จริง Kalyanamitra.org ๑๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More