ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทุก ๆ ร้อยปี เอาผ้าบางเหมือนควันไฟไปลูบที่หนึ่ง มันก็ ว่า เครื่องคอมพิวเตอร์มันบันทึกวันนั้น มันบันทึกวันนี้
จะสึกไปนิดหนึ่ง
นึ่ง อีกร้อยปีก็มาลูบอีกทีหนึ่ง เมื่อไหร่มันสึก อย่ามาคุยเลย ใจบันทึกได้มากกว่านั้น ค่อย ๆ ฝึกไป
ไปจนกระทั่งภูเขาลูกนี้มันราบเสมอกับพื้นดิน เมื่อนั้นกัป แล้วจะรู้เอง
หนึ่ง ไม่รู้กี่ปี
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ สมัยที่เกิดเป็น
พระโพธิสัตว์กว่าจะมาเป็นพระพุทธเจ้า ได้ใช้เวลาบำเพ็ญ
เดรัจฉาน
ไม่ใช่เพียงแต่ความคิดและสติปัญญาเท่านั้น
กันนั้น เริ่มจากโครงสร้างเลยทีเดียว
งาม จากคำที่ว่า “สัตว์เดรัจฉาน” คือสัตว์ที่มีลำตัว
ขนานไปกับพื้น แล้วนกเพนกวินทำไมจึงมีลำตัวตั้งฉาก
กับพื้นคะ
บารมีอย่างน้อยที่สุด ๔ อสงไขยแสนมหากัป เขียนเลข ๔ ที่ทำให้คนต่างจากสัตว์เดรัจฉาน ความแตกต่าง
ลงไปตัวหนึ่ง เติมศูนย์อีก ๑๔๐ ตัว โลกมันเป็นหมอกเพลิง
แล้วก็เย็นลง มีผู้คนมาอยู่ แล้วในที่สุดมันก็กลับไปเป็น
หมอกเพลิงอีก นับอย่างนี้ไป ๔ อสงไขยครั้ง กับอีกแสนครั้ง
รวมกันเข้าไป นั่นละ เป็นระยะเวลาน้อยที่สุดที่พระสัมมา
สัมพุทธเจ้าใช้สำหรับฝึกตนเองให้เป็นคนดี สามารถที่จะ
สอนให้คนอื่นรู้ตามได้อีกด้วย ใช้เวลากันขนาดนั้น
เพราะฉะนั้นเวลาปฏิบัติธรรม เราจึงได้ซาบซึ้งกันนัก
กันหนาว่า แหม เรานี่โชคดีนะ เกิดมาได้มาเจอศาสนา
ของพระองค์ แม้ไม่เจอพระองค์ก็ยังได้เจอคำสอน นี่ถ้า
ให้เราไปค้นเองว่า บาปเป็นยังไงบุญเป็นยังไง ไม่รู้หรอก
บุญเป็นยังไงขนาดพระองค์เสียเวลาค้นกันมาเสีย ๔ อสงไขย
กับแสนกัป เสียเวลากันอย่างนี้
ตอบ ไปผ่าซากดู ลักษณะโครงกระดูกที่ว่าตั้งฉาก
นะ หมายถึงกระดูกสันหลังตั้งฉาก พวกนกเพนกวินที่เห็น
อย่างนั้น ลักษณะกระดูกสันหลังของมันไม่ได้ตั้งฉากนะ
ไปผ่าดูแล้วจะพบ เหมือนอย่างไก่ ดูเผิน ๆ เหมือนจะตั้ง
แต่มันทอด ๆ จึงดูเหมือนว่ากระดูกสันหลังจะตั้ง แต่มัน
ไม่ตั้ง เพราะว่ายังเป็นเดรัจฉาน เมื่อยังไม่ตั้ง หาศูนย์กลาง
กายยังไม่เจอหรอก เพราะฉะนั้น เมื่อเกิดมาเป็นคน มีสิทธิ์
หาศูนย์กลางกายเจอ รีบหาเสียนะ จะได้ไม่พลาดท่าเป็น
เพราะฉะนั้น พวกเราเกิดมาแล้วได้พบพระพุทธศาสนา
ก็ให้ถือว่าเป็นโชคอย่างยิ่ง ถ้าให้พวกเรากันเองน่ะหรือ พวกกระดูกสันหลังนอน ๆ อย่างนั้นละ หาไม่เจอละ
E
อย่าว่าแต่ ๔ อสงไขยเลย อีกกี่ล้านอสงไขย เราค้นไม่เจอ
หรอก ขนาดท่านวางเส้นทางให้ยังคลำไม่เจอเลย เนห์
มาเจอตัวเลขอสงไขยเข้ายังงงไปเลย ไม่รู้ใช้ทำอะไรเรา
มุสา
ถาม - ไม่ตอบ, รู้ - ไม่บอก, ตอบ แต่ตอบผิด
ศึกษาพระพุทธศาสนาแล้วจะเข้าใจ เวลาพระอรหันต์ท่าน อันไหนผิดศีลข้อ ๔ กันแน่ ?
ระลึกชาติ ไม่ใช่แค่ชาติ ๒ ชาติ ๓ ชาติ ๕ ชาติ ๑๐ ชาติ
ล้านชาติ ไม่ใช่ แต่ท่านระลึกชาติเป็นอสงไขย ๆ ทีเดียว
ทําไมทําได้อย่างนั้น เพราะพระอรหันต์ ใจท่านใส
เป็นแก้ว ใสเป็นเพชร สามารถที่จะระลึกถอยย้อนไปดูได้
เพราะการกระทำต่าง ๆ ที่เกิดในโลกนี้ ถูกบันทึกอยู่ในใจ
ของเรานี่เอง เราเกิดมากี่ชาติมันก็บันทึกไว้หมด แต่เป็น
บันทึกละเอียด ก็พอจะอุปมาเทียบเคียงกันได้กับวิดีโอเทป
ที่สามารถบันทึกได้ทั้งภาพทั้งเสียงนั่นแหละ
ส่วนการบันทึกในใจมันก็เป็นภาพเลย ภาพซ้อน
ภาพ ๆ ใจเรานี่แหละมันบันทึกไว้ได้ เพราะฉะนั้น เมื่อฝึก
แล้วมาเจออย่างนี้เช้า ไม่แปลกใจเลยเวลาใครเขามาบอก
-
ถาม ถ้ามีคนมาถามคำถามเรา แต่เรานิ่งเสียไม่ตอบ
ทั้ง ๆ ที่รู้คำตอบ ถือว่ามุสาไหมคะ ?
ตอบ หนูคงจะสับสน ไม่ตอบก็คือไม่ตอบ มุสา
หมายถึง พูดโกหกนะ เห็นไม่ชอบมาพากล ตอบแล้วคงไม่
รู้เรื่องหรอกคนอย่างนี้ เราก็เลยไม่ตอบ หรือกำลังเหนื่อย
กำลังเพลีย ก็เลยไม่ตอบ อันนี้ไม่ใช่มุสา มุสาคือ พูดปด
แล้วนี่พูดหรือยังล่ะ
นี้จะผิดหรือไม่ผิดน่ะ
องค์ประกอบของอา
พิจารณาอย่างนี้ ไปจดเอาไว้
Q.
เรื่องนั้นเป็นเรื่องไม่จริง
๒. แล้วเราก็รู้ว่ามันไม่จริง
Kalyanamitra.org
๑๕