ชัยชนะที่แท้จริง วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 8 หน้า 109
หน้าที่ 109 / 128

สรุปเนื้อหา

ความชั่วอื่น ๆ ที่ยังไม่เกิดก็จะเกิดขึ้น ที่เกิดแล้วก็จะเจริญยิ่งขึ้น คนพาล เมื่อกล่าวด่าหยาบก็สําคัญว่าชนะ ความ อดทนของผู้รู้เท่าต่างหากเป็นชัยชนะ แท้. ผู้โกรธตอบคนที่โกรธย่อมเลวยิ่ง กว่าคนโกรธก่อน คนที่ไม่โกรธตอบ คนโกรธได้เป็นผู้ชนะสงครามอันยาก ที่จะชนะได้ “ดูก่อนสุรเสนะ! เจ้าจงตรองดูเถิด พระธรรมคำสั่งสอนของท่านสอน ให้พวกเรารักสงบ ให้ทำการใด ๆ ด้วย ไม่มีโลภโกรธหลงหนุนหลังอยู่ แม้คำ พูดที่ไม่เท็จ แต่พูดแล้วเกิดผลร้ายท่าน ก็ยังสอนให้เว้น ในที่สุด ท่านก็ผ่อนให้ เราชนะสงครามอันยากที่จะชนะนั้น ก็คือหัดไม่โกรธคน, นี่แหละท่านสม เป็นอาจารย์วิหาร แท้ ท่านเป็นพระราชา แห่งธรรม ยกกองทัพธรรมหรือทัพ ความสงบเที่ยวโปรยปรายเผยแผ่ทั่วไป เมื่อพระธรรมคำสั่งสอนเผยแผ่ไปถึงที่ ใด ก็ทำที่นั้นให้บริสุทธิ์ สดชื่น เ

หัวข้อประเด็น

- ชัยชนะที่แท้จริง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ความชั่วอื่น ๆ ที่ยังไม่เกิดก็จะเกิดขึ้น ที่เกิดแล้วก็จะเจริญยิ่งขึ้น คนพาล เมื่อกล่าวด่าหยาบก็สําคัญว่าชนะ ความ อดทนของผู้รู้เท่าต่างหากเป็นชัยชนะ แท้. ผู้โกรธตอบคนที่โกรธย่อมเลวยิ่ง กว่าคนโกรธก่อน คนที่ไม่โกรธตอบ คนโกรธได้เป็นผู้ชนะสงครามอันยาก ที่จะชนะได้ “ดูก่อนสุรเสนะ! เจ้าจงตรองดูเถิด พระธรรมคำสั่งสอนของท่านสอน ให้พวกเรารักสงบ ให้ทำการใด ๆ ด้วย ไม่มีโลภโกรธหลงหนุนหลังอยู่ แม้คำ พูดที่ไม่เท็จ แต่พูดแล้วเกิดผลร้ายท่าน ก็ยังสอนให้เว้น ในที่สุด ท่านก็ผ่อนให้ เราชนะสงครามอันยากที่จะชนะนั้น ก็คือหัดไม่โกรธคน, นี่แหละท่านสม เป็นอาจารย์วิหาร แท้ ท่านเป็นพระราชา แห่งธรรม ยกกองทัพธรรมหรือทัพ ความสงบเที่ยวโปรยปรายเผยแผ่ทั่วไป เมื่อพระธรรมคำสั่งสอนเผยแผ่ไปถึงที่ ใด ก็ทำที่นั้นให้บริสุทธิ์ สดชื่น เชือก เย็น ด้วยการตั้งอยู่ในคุณงามความดี แต่ก็อาจมีบางคนเห็นไปว่า ถ้าเราหัด ไม่โกรธใคร เราก็ควรจะไปอยู่ในป่า ไม่ใช่มาอยู่ปนกับมนุษย์อย่างนี้ เพราะ ถ้าอยู่รวมกันแล้ว จะหัดอยู่สงบไม่โกรธ เคืองรบราฆ่าฟันกับใคร ๆ นั้น ก็เท่ากับ มัดมือมัดเท้าของรอง ให้ศัตรูรันทำ ย่ำยีเอาตามพอใจนั่นเอง, คนที่พูดเช่น นั้น ถ้าได้ฟังถ้อยคำของจันทรายละ อำมาตย์ กล่าวกับภคในวันสนทนากัน ที่กรุงราชคฤห์แล้วก็คงหายเข้าใจผิด ความรักสงบนั้นไม่ใช่มัดมือมัดเท้าไป ให้ศัตรู ยังมีคุณธรรมอีกมากหลาย ที่ควรบำเพ็ญเป็นการปลูกมิตรทำให้คน รักใคร่นับถือ และทำให้ศัตรูยอมแพ้ เมื่อเราหัดบำเพ็ญตนเป็นคนดีจนไม่มี ๔ ศัตรูแล้ว ก็จะมีความเป็นอยู่อย่าง ผาสุก ไม่ต้องนอนสะดุ้งผวา เพราะมี ผู้จองเวรอยู่รอบข้าง “ดูก่อนสุรเสนะ! ตลอดเวลา ที่ขบวนเกวียนพักอยู่ในสาวัตถี พ่อได้ ไปฟังพระธรรมเทศนาทุกเพลาเย็นมิได้ ขาด รู้สึกว่าเหมือนกับได้ชุบตัวขึ้นใหม่ ในทางศีลธรรม, พระบรมศาสดาไม่ ได้ทรงเกณฑ์ให้คนทุกคนต้องออกบวช เพราะธรรมะในศาสนานี้มีเป็นชั้น ๆ พอเหมาะแก่คนทุกประเภท จะพึงประ พฤติปฏิบัติให้เป็นคนดีได้ทั้งสิ้น แต่ก็ เป็นธรรมดาอยู่เอง ที่ผู้ต้องการประพฤติ ปฏิบัติธรรมะชั้นสูง จะพึงออกบวชเพื่อ ตัดความกังวลต่าง ๆ และมีโอกาสประ พฤติได้เต็มที่ แต่ถึงอย่างไร แม้ผู้ไม่ ออกบวช ก็อาจนำธรรมะชั้นสูงมาสอนใจ ได้ เพราะท่านสอนไม่ให้โง่ในชีวิต ผู้ ละเมอเพ้อคลั่งกับชีวิตของตน จนไม่มี เวลาจะใช้ปัญญาพิจารณาดูให้เห็นเป็น เพียงของเด็กเล่นนั้น ก็จะเป็นเด็กอยู่จน แก่ จะหัวเราะและร้องไห้กับความอื่น ๆ ลง ๆ ของชีวิตนี้ เหมือนเด็ก ๆ ที่หลง ของเล่นแล้วหัวเราะเมื่อได้มา และร้อง ให้เมื่อมีผู้แบ่งไปหรือของนั้นแตกสลายลง “เมื่อพ่อกลับจากสาวัตถีถึงพา ราณสีแล้ว อีก ๒ ปีล่วงมา ตุลินีแม่เจ้า ก็สิ้นชีวิตเพราะเป็นไข้ คงทิ้งเจ้าซึ่งมี อายุได้ขวบปีกว่าให้อยู่กับพ่อตลอดมา จนบัดนี้ แต่แม่เจ้าได้กลายเป็นเทพธิดา ไปแล้วจริง ๆ ผลแห่งคุณความดีนั้น ทำให้มหาชนสร้างศาลไว้เป็นที่ระลึก สำหรับสักการบูชากันทั่วไป คนงานทั้ง หลายนับถือแม่เจ้าเหมือนแม่ของพวก เขา เพราะแม่เจ้าเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วย เหลือด้วยน้ำใจอันดีงาม คนที่รักว่า มีความกตัญญูกตเวทีก็บูชาไปในทาง นั้น เพราะฉะนั้น แม่เจ้าแม้จะตายไป แล้ว แต่ก็เหมือนไม่ตาย เพราะความดี ยังมีอยู่ ให้คนทั้งหลายถือเป็นแบบอย่าง เคารพบูชา “นี่ก็ดึกแล้ว เราควรจะได้พักผ่อน หลับนอนกันเสียที” ขณะที่ธนิยะเล่าจบลงนั้น เป็น เวลาเกินกึ่งมัชฌิมยาม แห่งราตรี ดวง จันทร์คล้อยเคลื่อนไปทางทิศตะวันตก แสงไฟริบหรี่จากฝั่งน้ำด้านปาฏลคาม เมื่อหัวค่ำนั้นหายไปหมดแล้ว ลมเย็นยัง คงพัดเฉื่อยทำให้กระแสแม่คง เป็นละลอก วิ่งไล่กันมีประกายยิบยับเมื่อต้อง แสงจันทร์, ชายหาดแคว้นวัชชีมีแต่ความ เงียบสงบ นาน ๆ จะมีเสียงโคเสียงม้า ร้องห่างเข้าไปในฝั่งด้านใน, เสียงเรไร จักจั่นตามพุ่มไม้ใกล้ฝั่งร้องเป็นระยะ ๆ ชาวเกวียนทั้งหลายพากันหลับสนิท เป็นการพักผ่อนเอาแรงเพื่อการเดินทาง ต่อไปในวันพรุ่ง, ไฟที่สุมค่อย ๆ มอด ไปทีละน้อย แต่กองระวังภัยก็คงทำหน้าที่ ตรวจตราและเปลี่ยนยามกันมิได้ประมาท ใครจะสนใจในความงามตาม ธรรมชาติในขณะนี้หรือไม่ก็ตาม ดวง จันทร์ก็คงโคจรใกล้จะอัสดงไปทุกขณะ กระแสน้ำก็คงไหลลงไม่กลับหลัง ลม ตะเภาซึ่งพัดมาจากทิศทักษิณก็คงพัด ต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง * ยามท่ามกลาง, ในบาลีแบ่งกลางคืนเป็น - ยามยามหนึ่งมี ๔ ชั่วโมง เรียกว่า ปฐมยาม มัชฌิมยาม ปัจฉิมยาม *ดูบทที่ ๒ สหายเก่า จบ - - - - MR. ท ภาค - ไป (อ่านต่อฉบับหน้า) Kalyanamitra.org ๙๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More