ข้อความต้นฉบับในหน้า
cle
"มึงเอา
งเอาแต่กินเหล้า เมาหัว
รา อย่างนี้ เมียถึงถึงได้หนีทิ้ง
ลูกทิ้งเต้าไป น้ำหน้าอย่างมึงมี
ปัญญาเลี้ยงลูกหรือเปล่าวะ”
เพราะประโยคนี้ของพ่อแท้ ๆ
ที่ทำให้ผมหอบลูก ๒ คนกลับเข้า
กรุงเทพฯ อีก ทั้ง ๆ ที่มีเงินในกระเป๋า
ไม่ถึง ๒๐ บาท
“ไปเถอะลูก”
ผมอุ้มลูกชายคนเล็กอายุเพิ่งจะ
ได้ขวบใส่กระบุง พันเชือกร้อยกระบุง
เข้ากับไม้ไผ่ ซึ่งปลายข้างหนึ่งมีถุง
ใส่ผ้าของผมกับลูกผูกไว้
ยกไม้ไผ่ใส่บ่าขึ้นหาบ ขาผมก็
เซแซด ๆ เกือบจะพาลูกล้ม
“พ่อจะไปไหน ?”
เจ้าแดงลูกชายคนโตอายุร่วม
๔ ขวบ ถามอย่างสงสัย
“ไปรับจ้างทาสีที่กรุงเทพฯ”
ผมตอบลูกเสียงอ้อแอ้
“หนูจะไปบอกย่า”
พรุ่งนี้ไม่ดีหรือ
“ค่ำแล้วจะมีรถไปหรือลูก รอไว้ไป
“นานไหมพ่อ?”
“นานลูก นานเป็นวัน ๆ อาจจะ
เป็น ๒ หรือ ๓ วัน ถ้าแดงเดินไวเรา
แม่รีบออกมาห้ามเมื่อรู้ข่าว
“ฉันจะเดินไป”
ก็จะถึงไว”
“หนูจะเดินไว ๆ เอาให้ถึงไว ๆ
ผมตอบสั้น ๆ ไม่ใส่ใจกับท่าที
เลยนะพ่อ”
ห่วงใยของแม่
“แม่บอกไอ้แดงให้มันวิ่งตามมา
นะ"
“ไอ้แดงมันจะเดินไหวหรือ!?...”
ผมรู้ แม่ไม่ได้หมายถึงเจ้าแดง
เพียงคนเดียวหรอก แต่สันดานผมมันเสีย
ลงจะทำสิ่งใดแล้วผิดหรือถูกไม่เคยคิด
ผมเดินไปเรื่อย ๆ เดินช้า ๆ สงสัย
ว่าทำไมเจ้าแดงจึงยังไม่มา
แม่จะเอาตัวมันไว้
“พ่อ ...พ่อรอด้วย”
หรือว่า
เสียงลูกร้องเรียกมาแต่ไกล
“ย่าเอาข้าวให้หนูห่อเบ่อเริ่มแนะ
ปู่ว่าให้เอาไว้เผื่อหลาย ๆ วันเดี๋ยวจะ
อดตายกลางทาง ไม่อดนะพ่อนะ พรุ่งนี้
เราก็ถึงกรุงเทพฯแล้ว”
“ยังไม่ถึงหรอกลูก”
“ทุกทีเราขึ้นรถวันเดียวก็ถึงนี่พ่อ”
“แต่คราวนี้พ่อไม่มีเงินค่ารถ
ผมรีบคว้าข้อมือมันไว้แต่ไม่ทัน.... เราจะเดินไป”
ลบค่ำของวันที่ ๓ ผมกับ
พลูกก็มาถึงรังสิต ผมทิ้ง
ลำไม้ไผ่เอาห่อผ้ายัดใส่กระบุงนิ้ว มืออีก
ข้างอุ้มลูกคนเล็กพาดบ่า เจ้าแดงเดิน
โซเซตามมาห่าง ๆ
อาศัยเงิน ๒ บาทที่ผมแข็งใจกัน
ไว้ จึงใช้เป็นค่ารถเมล์จากรังสิตไปลง
ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ผมตั้งใจจะแวะไปหาคนรู้จัก
เป็น ๒ ผัวเมียขายขนมจีนน้ำยาอยู่
หลังป้ายรถเมล์ กะจะขอยืมเงินเขา
สัก ๑๐ บาท เพื่อซื้อข้าวเหนียวกับหมู
ปิ้งกินกับลูก และเหลือเป็นค่ารถต่อ
เมียทิ้ง
แต่บุญไม่ทิ้ง
Kalyanamitra.org