ข้อความต้นฉบับในหน้า
๒๘
ให้เป็นผู้เปิดการบรรยาย และได้บรรยาย
เป็นคนแรก เป็นการปฐมนิเทศให้ผู้
เข้าชมได้เข้าใจว่า พุทธศาสนาคืออะไร
และมีสาระสำคัญอะไรบ้างที่น่าสนใจ
ในการเดินทางจาก Oxford มา
ลอนดอนนี้ Professor Gombrich ทำ
หน้าที่ขับรถเอง โดยมีอาตมานั่งไปด้วย
ข้าง ๆ ในฐานะลูกศิษย์และผู้ติดตาม
ระหว่างการเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมง
ก็ได้คุยกันในสาระสำคัญมากมายเกี่ยว
กับพระพุทธศาสนา Professor Gombrich
ได้เล่าถึงเบื้องหลังของการจัดนิทรรศการ
คราวนี้ว่า เป็นรายการที่มุ่งเน้นการ
อภิปรายทางวิชาการเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น
ผู้ที่ต้องการจะมาชมศิลปะวัตถุทาง
พุทธศาสนา ก็คงไม่สมความตั้งใจเท่า
ใดนัก และก็เป็นความจริงที่ว่า บรรดา
สิ่งที่นำออกมาแสดงในงานนี้ มีเพียง
ประมาณหนึ่งในร้อยของศิลปะวัตถุ
ทางพุทธศาสนาที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ
ของเขาได้สะสมไว้เท่านั้น ยังมีอีกเป็น
จำนวนมากที่เป็นวัตถุมีค่า หาได้ยาก
และเขาไม่นำออกแสดงให้ประชาชนชม
บรรดาศิลปะวัตถุที่นำออกมาแสดงทุก
ชิ้น มีป้ายบอกชื่อผู้บริจาค หรือแหล่ง
ที่มาอันชอบธรรมแจ้งไว้ชัดเจน และ
เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปอีกว่า ในบรรดา
สมบัติวัตถุโบราณอันล้ำค่าอีกมากมาย
ที่มิได้นำออกมาแสดงนี้ ส่วนใหญ่เจ้าของ
ศิลปะวัตถุได้มาโดยวิธีการอันไม่เปิดเผย
ประเทศตะวันตก ซึ่งผู้รู้คุณค่าของ
ศิลปกรรมจะเป็นแหล่งลูกค้ารายใหญ่
ของสินค้าวัตถุโบราณเหล่านี้ ส่วน
ประชาชนเจ้าของประเทศผู้มีศิลปกรรม
ล้ำค่าเหล่านั้น มิได้ตระหนักในคุณค่า
ของสิ่งที่ตนมีอยู่เลย หรือแม้บางประเทศ
จะมีผู้รู้จักประมาณคุณค่าของโบราณ
วัตถุเหล่านั้น แต่ในเมื่อกฎหมายของ
ประเทศไม่ศักดิ์สิทธิ์พอ และไม่เอื้ออำนวย
ให้มีผู้คุ้มครองวัตถุโบราณอันล้ำค่าเหล่านี้
ไว้ได้ ก็เป็นธรรมดาที่สิ่งของมีค่าจาก
ประเทศทางเอเชียหลายประเทศ ได้หลั่ง
ไหลหลบเงื้อมมือกฎหมายเข้าไปสู่
ประเทศตะวันตกมากมายอย่างคาด
ไม่ถึง Professor Gombrich ได้เล่าถึง
เรื่องคัมภีร์โบราณของศรีลังกา ซึ่งเป็น
ของมีค่ามหาศาล แต่พระภิกษุในประเทศ
นั้น ท่านไม่ทราบถึงคุณค่าและไม่เห็น
ความสำคัญของศิลปะโบราณ คัมภีร์
โบราณเหล่านี้ ซึ่งไม่อาจหาจากที่ไหน
อีกแล้วในโลก จึงถูกละทิ้งไว้ตามวิหาร
ร้างต่าง ๆ เป็นอาหารของปลวกและ
แมลงทั้งหลาย ถ้าไม่มีนักวิชาการชาว
ตะวันตกเที่ยวตระเวนเสาะหาจากแหล่ง
โน้น แหล่งนี้มารวมสะสมไว้แล้ว ความรู้
อันมีคุณค่ามหาศาลจากคัมภีร์เหล่านี้
จะไม่มีโอกาสได้ปรากฏสู่สายตาชาว
โลกได้เลย อีกประเทศหนึ่งที่ปัญหานี้
กำลังเป็นที่วิตกอย่างหนักคือ ประเทศ
เนปาล ซึ่งนักวิชาการทั้งหลายของโลก
พากันเกรงว่า ต่อไปประเทศนี้อาจจะไม่
มีวัตถุโบราณสำคัญ ๆ ไว้เป็นสมบัติของ
ชาติเพื่อการค้นคว้าอีกต่อไป เพราะ
วัตถุโบราณอันมีค่า ได้ถูกลักลอบนำ
ส่งออกขายนอกประเทศ อันเนื่องจาก
ประชาชนไม่รู้คุณค่าของศิลปกรรม
ของชาติ และมุ่งแต่จะหารายได้พิเศษ
ให้แก่ตนเองเป็นประการแรก ของที่มีค่า
มหาศาลของบ้านเมืองจึงต้องอันตรธาน
ไปในที่สุด
เมื่อเดินทางไปถึงพิพิธภัณฑ์ ต้อง
รออยู่พักหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงออกมาต้อนรับ
เจ้าหน้าที่ผู้นี้ รู้สึกว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่
ระดับสูงของพิพิธภัณฑ์ เพราะมีอายุพอ
สมควร การแต่งกายและท่วงทีวาจา
แสดงว่า เป็นผู้มีการศึกษาดีและอยู่ใน
สังคมที่ดี พอเห็นอาตมามาด้วย แกก็มี
สีหน้าไม่ค่อยดี พูดเปรยๆ ว่า การจัด
นิทรรศการครั้งนี้คงไม่ถูกใจคนทุกคน
นัก เพราะมีหลายคนเขียนจดหมายมา
ต่อว่า โดยกล่าวหาว่ามีการใช้คำพูดที่ไม่
แสดงความเคารพต่อพระพุทธศาสนา
อาตมาทำเป็นไม่รู้เรื่อง ทั้ง ๆ ที่ทราบดี
ว่า ชายผู้นี้หมายถึงอะไร เพราะใน
นิทรรศการที่แสดงนี้ มีหลายตอนใช้
คำพูดที่ไม่เหมาะสม และผู้ที่เขียนจดหมาย
มาต่อว่าคงเป็นชาวพุทธ โดยเฉพาะ
เป็นพระภิกษุหรือแม่ชีชาวตะวันตก
เป็นแน่
คนที่เข้าใจวัฒนธรรมตะวันตก
และรู้จักภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี เมื่อ
ได้อ่านข้อความที่บรรยายไว้ในนิทรรศ
การนี้แล้ว จะรู้สึกสะดุดใจอยู่หลายตอน
เช่น ในบางแห่ง เรียกพุทธศาสนาว่า
“Cult” ซึ่งแปลว่า “พิธีกรรม” ซึ่งตาม
ความเข้าใจของชาวตะวันตกเขาถือ
ว่า เป็นการไม่ให้เกียรติกัน ไม่ยกย่องว่า
เป็นศาสนา เป็นลัทธิที่มีพิธีกรรมต่าง ๆ
เปรียบได้กับการกระทำของคนบางพวก
เช่น พ่อมด หมอผี ก็เรียกว่า "Cult
เช่นเดียวกัน และคำว่า “บาตร” ใส่
อาหารของพระภิกษุ เขาก็ใช้คำว่า
“Begging-bowl” ถ้าแปลตามตัวอักษร
ดูคล้ายกับว่า พระถือภาชนะไปยืนขอ
อาหารจากชาวบ้านมาเลี้ยงชีพ ที่ถูกควร
จะเรียกว่า “Alms-bow” หรือ “ภาชนะ
สำหรับรับงาน" จะเหมาะสมกว่า หมาย
ความว่าพระภิกษุจะใช้บาตรรับอาหาร
จากผู้ที่ประสงค์จะถวายเป็นทาน ข้อ
สังเกตอีกประการหนึ่งคือ นิทรรศการนี้
มิได้ให้ความกระจ่างแก่ผู้ชม เกี่ยวกับ
Kalyanamitra.org