ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระเรวตเถระ ที่หลั่งออกมาด้วยความ
เอ็นดู นึกเห็นภาพโลหกูฏบรรพตวิหาร
ว่าเป็นสถานที่เหมาะสมแก่อุปนิสัยของ
ตนอย่างยิ่ง และคิดไปว่า น่าจะเป็น
สถานที่สงบสุข ด้วยเป็นเขาไม้ ทั้งเป็น
พรรณไม้หอมอีกด้วย เพียงภูมิภาคแห่ง
ภูเขา ดูก็มีภาษีกว่าเวรัมภวิหารเขาโล้น
ลูกนี้เสียแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งพอใจ เพิ่มกำลัง
อุตสาหะในการเดินทางไปอีกเป็นทวีคูณ
แต่เพราะพระบาทเสนเป็นคนรอบคอบ
ระงับความพอใจไว้ไม่ผลุนผลันออก
เดินทาง โดยมิได้เรียนรู้ถึงลู่ทางในการ
จะขึ้นโลหบรรพตก่อน เพราะเมื่อได้ฟัง
พระเถรเจ้าบอกว่า โลหบรรพตเป็นภูเขา
สูงมาก ทั้งมีภูเขาใหญ่แวดล้อมถึง ๕ ชั้น
แสดงว่ายากแก่การขึ้นเป็นที่สุด แต่คิด
ว่าอย่างไรเสียพระเถรเจ้าคงจะทราบ
ทางขึ้นที่ควรแก่กำลังของตนจะปีนป่าย
และคงไม่สะดวกดายอย่างขึ้นเวรัมภ
บรรพตลูกนี้เป็นแน่แท้ จึงได้เรียนถาม
ขอประทานความรู้กะพระเถระต่อไปว่า
ได้กรุณาบอกสถานที่บำเพ็ญสมณธรรม
ที่เหมาะสมแก่นิสัยของสัตว์ผู้ยากแล้ว
“ข้าแต่ท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์
ขอท่านอาจารย์ได้กรุณาประทานทาง
ขึ้นโลหบรรพตให้ด้วย เสมือนช่วยชี้บอก
อริยมรรคว่าเป็นทางไปสู่เมืองแก้ว กล่าว
คือ อมตมหานครนิพพาน นั้นเกิด
เมื่อพระเรวตเถระ ผู้มากด้วย
ความเอ็นดูเป็นนิสัย ทั้งมีความปรารถนา
ดีต่อศิษย์ผู้ตั้งใจศึกษาปฏิบัติ ได้ฟังคำ
วอนของพระบาทเสนเช่นนั้น ก็นึกชม
ในใจว่า พระรูปนี้ช่างมีทีท่าทั้งกิริยา
วาจา สมเป็นแม่ทัพของพระเจ้ากรุง
อนุราชบุรียิ่งนัก เพราะนอกจากจะ
มีความกล้าหาญ เข้มแข็ง เป็นทุนประจำ
นิสัยแล้ว ยังมีกิริยา วาจานิ่มนวลอยู่
ในอาการสังวร สมเป็นพุทธสาวกอีก
สามารถเรียกร้องความเมตตาปราณีจาก
ทุกคนที่เข้าใกล้ได้ดีมาก จึงกล่าวว่า
“ปาทเสน อันวิถีทางสำหรับมนุษย์
จะเหยาะย่างขึ้นโลหบรรพตหามีไม่ ทั้ง
เชิงเขาใหญ่ที่แวดล้อมโลหบรรพตนั้น
ก็เป็นดงไม้ใหญ่ มากด้วยพาลมฤคราช
ดุร้าย ยังภูตผีปีศาจทั้งหลาย ก็มีใจ
อำมหิต ไม่มีเมตตาจิตแก่คนแปลกหน้า
ที่ผ่านเข้าไปใกล้ อนึ่ง บนภูเขานั้นเป็น
ที่อาศัยแห่งเทพเจ้าผู้เรืองฤทธิ์ พากัน
สัญจรมาสถิตหาความสำราญ จาก
รมณียสถานสุคันธพฤกษชาติทุกเวลา
ปาทเสน ดังนั้นทางที่จะเดินขึ้น
สู่ยอดภูผาโลหบรรพตจึงหามีไม่ ด้วย
มิใช่วิสัยที่หมู่มนุษย์จะพึงสัญจร เพราะ
เป็นสิงขรมหาบรรพต มีแต่ทวยเทพ
วิชาธร และดาบสที่สูงด้วยฌานสมาบัติ
ไปรื่นรมย์สำราญจิต
บาทเสน เราจะให้อาวุธที่ศักดิ์สิทธิ์
รักษาตน เป็นมิ่งมหามงคล เรียกว่า
“พุทธาวุธ” ด้วยเหตุที่พระสัมพุทธทรง
ประทานไว้ จักเป็นเกราะแก้ว ป้องกัน
สรรพภัยยามผ่านมฤคราช ทั้งภูตผีปีศาจ
ทุกประการ ทั้งจะเป็นคุณหนุนให้ถึง
วิหารโลหบรรพต สมดังมโนรถที่เธอ
ปรารถนา"
แล้วพระเรวตะก็สอนให้พระบาท
เสนเรียนคาถามหาเมตตสูตร ซึ่งเป็น
พุทธมนต์ตั้งแต่ต้นจนจบ ตามระบบ
แบบฉบับคาถาประกาศิต ทั้งสอนให้
จำเริญสมาธิจิต อันเป็นมาตรฐานญาณ
วิปัสสนา ทั้งแนะแนวมรรคาทางไปสู่
สำรวม, ความระวัง * ราชสีห์
“วิชาธร หรือพิทยาธร ผู้มีวิชากายสิทธิ์, เทพบุตร
พวกหนึ่ง มีฐานะต่ำกว่าเทวดา มีหน้าที่เล่น
ดนตรีบนสวรรค์
โลหบรรพตให้พระบาทเสนกำหนดไว้
ทุกประการ กับทั้งสั่งให้ดรุณสามเณร
พาลงจากเวรัมภวิหารไปยังภาคพื้นพสุธา
เพื่อจะได้ตั้งหน้าดำเนินไปโลหบรรพต
บำเพ็ญสันติวรบทโดยควรแก่อรหัตวิสัย
สมดังมโนรถที่ตั้งไว้ทุกประการ
เมื่อบาทเสนภิกษุได้รับโอวาท
และคำแนะนำก็ชื่นบาน ลุกขึ้นประณม
มือกราบพระเถรเจ้าด้วยเบญจางค
ประดิษฐ์ แสดงความเคารพด้วยความ
ซาบซึ้งในเมตตาคุณ กรุณาคุณของ
พระเถรเจ้าเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกับเรียน
ปฏิบัติ แสดงความอาลัยในพระเถระ
ผู้เป็นอาจารย์ว่า
“หากปาทเสนศิษย์หน้าใหม่ของ
ท่านอาจารย์จะยังไม่สิ้นชื่อ และสามารถ
ได้บรรลุผลแห่งความพยายามตามที่
ท่านอาจารย์กรุณาแนะนำแล้ว ศิษย์
ของท่านอาจารย์จะมาถวายอภิวาทรับ
ใช้ในมื้อหน้าอีก”
กล่าวเท่านั้นแล้วก็กราบลาถอย
ออกมาด้วยความเคารพ ลงมาหากรุณ
สามเณรที่รออยู่บนแผ่นหินใหญ่ใกล้
เชิงบันได ด้วยใบหน้าเบิกบานแสดง
ความไมตรีปรากฏชัด จึงปราศรัยขอ
ความอนุเคราะห์ว่า
“พ่อเณร ฉันรู้สึกตัวว่าช่างอาภัพ
เสียจริง ๆ เมื่อแรกจะขึ้นมายังเวรัม
วิหารก็ได้อาศัยพ่อเณรช่วย แต่ยังมิทัน
ที่จะได้สนองคุณพ่อเณรแต่ประการ
ใด ก็ต้องลาจากไป ประหนึ่งลูกหนี้ที่
ต้องลาเจ้าหนี้ไป โดยกำหนดเวลาไม่ได้
ว่า เมื่อใดจะได้กลับมาใช้หนี้ ที่ร้าย
อย่างไม่น่าจะปราณีก็คือต้องมารบกวน
ขอให้พ่อเณรช่วยพาลงไปอีก เหมือน
“เรียนปฏิบัติ หมายถึง ขอหารือต่อผู้ใหญ่
Kalyanamitra.org