ข้อความต้นฉบับในหน้า
“ถ้าอย่างนั้นก็ยิ่งดี โปรดบอก
วิธีมาเถอะเจ้าค่ะ”
“เอาอย่างนี้นะโยม พอออกจาก
ที่นี่แล้วขอให้โยมตรงไปที่โบสถ์ทันที
เลยนะ เข้าไปกราบพระประธาน แล้วตั้ง
ใจอธิษฐานขอสละชีวิตตัวเองเป็นพุทธ
บูชา ต่อจากนั้นให้นั่งสมาธิหลับตา
ภาวนาเจริญพุทธคุณ โดยไม่ยอมลุก
จากที่ ให้ภาวนาไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะ
สิ้นลม”
“โอ้โฮ! อย่างนั้นเห็นจะไม่ไหว
“ทำไมจะไม่ไหวละโยม”
ดอกเจ้าค่ะ”
สิเจ้าคะ”
“จีนอิฉันทำอย่างนั้นก็เมื่อยแย่
“อ้าว! ที่ความตายยังไม่กลัว แล้ว
ไฉนจะต้องมากลัวเพียงแค่ความเมื่อย
สงสัยว่า
“ข้อแนะนำเรื่องการฆ่าตัวตาย
ของหลวงพ่อนั้นถึงจะได้ผลดีก็ตาม แต่
จะไม่กลายเป็นเรื่องหลอกไปหรือครับ”
“วิธีการเช่นนี้ไม่เข้าข่ายว่าเป็น
การพูดปดหรือหลอกลวงทั้งสิ้น แต่เรียก
ว่าเป็น กุศโลบาย (กุศลอุบาย) คือ เป็น
วิธีการที่ชักนำไปสู่ทางที่ชอบ เพราะ
บางครั้งการสอนคนบางคนนั้น ถ้าสอน
ตามตรงอาจไม่ได้ผล จึงต้องหากลวิธีให้
เขาได้คิดเองจึงจะเข้าใจ วิธีการแบบนี้
พระพุทธเจ้าเคยทรงใช้มาแล้ว เอาละ
หลวงพ่อจะเล่าให้ฟัง
เมล็ดผักกาดนั้น ไม่มีครอบครัวใดที่
ไม่เคยมีคนตายมาก่อนเลย ทำให้นาง
เริ่มคิดได้ว่า มีคนเป็นจำนวนมากมาย
เหลือเกินที่เคยประสบทุกข์เช่นเดียวกับ
นาง แต่เขาก็ยังคงมีชีวิตอยู่กันมาได้
ไฉนตัวเองจะต้องมาเศร้าโศกร่ำร้อง
เรียกหาในสิ่งที่ไม่อาจเป็นไปได้เล่า
นางคิดได้ดังนั้นจึงทิ้งศพบุตรไว้
ในป่า แล้วกลับไปเฝ้าพระบรมศาสดา
อีกครั้งหนึ่ง
คราวนี้พระพุทธองค์ทรงเห็นว่า
นางกีสาโคตมี ได้เข้าใจสภาวธรรมได้
ด้วยตัวเองบ้างแล้ว จึงได้ทรงเทศนาจน
สมัยหนึ่ง ขณะที่พระผู้มีพระภาค | นางได้บรรลุธรรมในที่สุด”
เจ้าประทับอยู่ ณ เชตวนาราม เมือง
สาวัตถี มีหญิงผู้หนึ่ง อนาจกิสาโคตมี
อุ้มลูกซึ่งตายแล้วเข้าไปเฝ้าพระองค์
ซึ่งยังอยู่ห่างไกลจากความตายอีกมาก เพื่อขอยาชุบชีวิตให้ลูกฟื้นคืนมาได้
มายนัก”
พอเจอไม้นี้เข้า ทำเอาหญิงนั้น
ถึงกับต้องนิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง และค่อย ๆ
พยักหน้าช้า ๆ เหมือนกับจะได้คิดขึ้น
มาบ้าง แล้วจึงก้มลงกราบหลวงพ่อ
จากนั้นหลวงพ่อได้เทศน์เตือนสติอีก
ครั้ง ซึ่งคราวนี้เอกเห็นแกนั่งฟังอย่าง
ตั้งอกตั้งใจ
ที่
“เป็นพระคุณอย่างยิ่งเจ้าค่ะ
ท่านกรุณาชี้ทางสว่างให้ ต่อจากนี้ไป
อิฉันจะยึดเอาขันติธรรมเป็นที่ตั้ง ไม่
ยอมแพ้ง่าย ๆ อีกแล้ว”
เป็นอันว่าทุกสิ่งทุกอย่างจบลง
ด้วยดี สังเกตได้จากสีหน้าของหญิงผู้นั้น
ดูดีขึ้นมาก ผิดจากตอนแรกราวกับเป็น
คนละคนกันทีเดียว และเมื่อแกลากลับ
ไปแล้ว เอกยังคงมีข้อข้องใจอยู่อีก จึง
ได้กราบเรียนถามหลวงพ่อด้วยความ
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพิจารณาเห็น
ว่า ในเวลานั้นถึงจะทรงเทศนาอย่างไร
คงไม่ได้ผล เพราะนางกีสาโคตมีผู้นี้
เอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญ จึงได้ทรงใช้
กุศโลบาย เพื่อให้นางได้เข้าใจสภาวธรรม
ในขั้นแรกด้วยตนเองเสียก่อน โดยรับ
สั่งให้นางกีสาโคตมี ไปหาเมล็ดผักกาด
มาเพื่อประกอบตัวยาสัก ๑ กำมือ
และพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรง
กำชับไว้ว่า เมล็ดผักกาดที่หามานั้น
จะต้องได้จากครอบครัวที่ไม่เคยมีคน
ตายมาก่อนเลย
นางวิสาโคตมีเมื่อรับพุทธบัญชา
มาแล้ว ก็อุ้มศพลูกไปเที่ยวตระเวนหา
เมล็ดผักกาดตามบ้านเรือนเรื่อยไป แม้
จะใช้ความพยายามสักเพียงใดก็ยังไม่
อาจหาเมล็ดผักกาดตามที่ต้องการได้
เพราะทุกบ้านเรือนที่นางแวะไปถามหา
หลวงพ่อเล่าเรื่องราวของนาง
กีสาโคตมีแล้ว สรุปให้ฟังต่อไปอีกว่า
“ความทุกข์ แปลว่า สภาวะอัน
ทนได้ยาก แต่ไม่มีทุกข์ใดที่ยากเกินกว่า
ที่จะทนได้ และความทุกข์นั้นยิ่งกลัว
มากเท่าใด ก็ยิ่งทุกข์มากเท่านั้น”
คำสอนของหลวงพ่อครั้งนี้ ได้ให้
ข้อคิดต่อเอกมากทีเดียว จริงของหลวงพ่อ
ความทุกข์เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
แต่เราอาจชนะความทุกข์ได้ด้วยความ
อดทน เพราะคนที่มีความอดทน มีกำลัง
ใจเข้มแข็ง ไม่หวั่นต่อทุกข์ทั้งปวงเท่านั้น
จึงจะสามารถมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ได้อย่าง
สง่าผ่าเผยและมีความสุข
902
Kalyanamitra.org