ข้อความต้นฉบับในหน้า
ขุนพลแก้วผู้น้าวธนูแห่งคุณธรรม
ย่อมทำให้กองทัพไทยกลายเป็นกองทัพ
ที่มีพลังอย่างมหาศาล เป็นกองทัพที่
เกรียงไกรยิ่งใหญ่ สามารถรับได้ทั้ง
ศึกภายนอกและศึกภายใน จะเป็นเป้า
หลอมดวงใจ ประสานรอยร้าวต่าง ๆ
ได้กลมกลืนแนบสนิทด้วยรัศมีแห่ง
เมตตาธรรม และสามัคคีธรรมที่จะ
รวบรวมใจนักรบไทยทุกดวงได้มีพลัง
แห่งความศรัทธาในความดีงาม มีความ
คิดสร้างสรรค์ เสียสละ เพื่อที่จะพัฒนา
ประเทศชาติให้เจริญทั้งทางโลกและ
ทางธรรม ให้เป็นอารยประเทศอย่าง
แท้จริง เป็นหนึ่งในกองทัพธรรมที่
คอยสนับสนุนค้ำจุนพระพุทธศาสนา
ให้เจริญรุ่งเรือง มั่นคง หยั่งรากลึกลง
บนแผ่นดินไทย ให้เป็นดินแดนแห่ง
พุทธธรรม เป็นแผ่นดินแห่งแรกที่เกิด
ความสงบสุขสันติอย่างแท้จริง
รัศมีแห่งธรรมจากแผ่นดินสยาม
แห่งนี้จะแผ่คลุมโอบอุ้มมนุษยชาติทั้ง
มวลให้คืนสู่ความสุขสมปรารถนา จะ
เป็นสิ่งสมานไมตรีของผู้นำทุกประเทศ
ให้หันกลับมาใช้ “เมตตาธรรม ค้ำจุน
โลก” แทนการใช้อาวุธมหาประลัย
เป็นเครื่องค้ำประกัน
ประเทศไทยจักได้ชื่อว่าเป็นผู้
ดับเปลวไฟแห่งสงครามให้มอดดับสนิท
เป็นแห่งแรก และเป็นผู้จุดประทีปแห่ง
สันติภาพให้สว่างไสวไปทั่วโลก ดับ
ความหายนะที่อาจเกิดขึ้นแก่โลกได้ทุก
เมื่อได้ในที่สุด
การที่พลเอกเชาวลิต ยงใจ
ยุทธ ผู้บัญชาการทหารบก ท่าน
ได้กรุณาเปิดใจให้สัมภาษณ์พิเศษ
แก่หนังสือ “กัลยาณมิตร” ทำให้เรา
ได้ทราบถึงแก่นแท้ของจิตใจของท่าน
ที่มีคุณธรรมครอบครองอยู่อย่างเต็ม
เปี่ยม อันเป็นนิมิตหมายว่า ประเทศไทย
โชคดีเป็นอย่างยิ่ง ที่มียอดขุนพลแห่ง
กองทัพไทยผู้มองเห็นคุณค่าความสำคัญ
ของธรรมะในพระพุทธศาสนา นำมา
เป็นหลักชัยในชีวิตท่าน ยึดมั่นหลัก
ทํางาน บริหารประเทศอย่างแน่วแน่ใน
หลัก จธรรม คุณธรรม และสันติ
สวยมมาตลอด...
ในวาระโอกาสที่วันแม่แห่ง
ชาติ คือ วันที่
๑๒ สิงหาคม ซึ่ง
ตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม
ราชินีนาถ จะเวียนมาถึงอีกครั้ง
เราชาวไทยนับว่าเป็นผู้มีบุญและ
โชคดีอย่างยิ่ง ที่ได้ “พระแม่”
ผู้ประเสริฐ ท่านคิดว่า ในวันนี้
เราประชาชนชาวไทยซึ่งเสมือน
เป็นลูกของพระองค์ท่าน ในวัน
พิเศษนี้ เหล่าธรรมทายาท คือ
บัณฑิตผู้มีความรู้ทางโลกและ
ทางธรรม ผู้เป็นกำลังในอนาคต
ของชาติ ได้บรรพชาอุปสมบท
ถวายเป็นพระราชกุศลให้แก่พระ
องค์ท่านในโอกาสอันเป็นมหา
มงคลนด้วย
นี้ด้วย จึงได้ชื่อว่าจงรักภักดี
และบูชาบุคคลที่ควรบูชาอย่างสูง
สุด ท่านผู้บัญชาการทหารบก
มีความรู้สึกอย่างไรบ้าง ที่ปัจจุบัน
เยาวชนของชาติกำลังหันมาสนใจ
ในการปฏิบัติธรรมในพระพุทธ
ศาสนามากขึ้น
กขึ้น ท่านคิดว่า จะมี
แนวโน้มต่อการพัฒนาประเทศชาติ
อย่างไรบ้าง
"ในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชน
Kalyanamitra.org
คนหนึ่ง หากจะพูดกันเรื่องพระพุทธ
ศาสนาแล้วเป็นเรื่องสำคัญ ความเข้าใจ
ลึกซึ้งจนเกิดศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา
อย่างแท้จริง เป็นหน้าที่ของพุทธศาสนิก
ชนทุกคน แต่ประการสำคัญอยู่ที่ว่า ผู้
ที่เป็นพุทธศาสนิกชนทั้งหลายนั้นจะนำ
พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์
มาเป็นหลักในการดำเนินวิถีชีวิตใน
ทางโลกได้อย่างไร จึงจะเป็นไปอย่าง
เหมาะสม ถูกต้อง บังเกิดความราบรื่น
ในชีวิต ที่ผมกล่าวเช่นนี้ หมายถึง
พุทธศาสนิกชนที่เป็นปุถุชนธรรมดาที่
ต้องอยู่ในท่ามกลางสภาวะแวดล้อมของ
การแข่งขันการต่อสู้ การแสวงหาผล
ประโยชน์ อำนาจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ล้วน
แล้วแต่เป็นกิเลสตัณหาทั้งสิ้น
และ
มนุษย์ทุกคนคงไม่สามารถหลีกเลี่ยง
ธรรมชาติแห่งความเป็นจริงเหล่านี้ไปได้
ตัวผมเองก็เช่นกัน ยังต้องตกอยู่ภายใต้
วงจรของชีวิตมนุษย์เช่นเดียวกับคน
ทั่วไป
การที่จะนำพระธรรมคำสั่งสอน
ของพระพุทธองค์มาเป็นหลักหรือเป็น
แนวทางในการดำเนินวิถีชีวิต มีความ
จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการฝึกฝน
ในทางปฏิบัติ และโดยเฉพาะการปฏิบัติ
ธรรมที่จะปลูกฝังจนกระทั่งให้เกิด
ความรู้สึกศรัทธา เชื่อถือ มีความเข้าใจ
และเกิดความสำนึกที่มีคุณธรรมประจำ
ใจได้นั้น จะต้องเริ่มต้นกันตั้งแต่ใน
เยาว์วัย หลายท่านคงจะเห็นแล้วว่า
ในความรู้สึกของพุทธศาสนิกชนโดย
ทั่วไป จะเริ่มสนใจที่จะเข้าปฏิบัติธรรม
ในระยะเวลาที่อยู่ในวัยพอสมควรแล้ว
และส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลที่แก่เฒ่า
ไม่มีภาระหน้าที่การงานใดผูกพัน
อยู่แล้วก็หันเข้าหาหนทางสงบ เข้าวัด
ปฏิบัติธรรมในช่วงสุดท้ายของชีวิต
๓๗