คุณสมบัติของผู้นำ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 8 หน้า 112
หน้าที่ 112 / 128

สรุปเนื้อหา

กล่าวล่วงเกินให้เจ็บใจแล้ว อย่าว่าแต่ ฝืนยิ้มเลย เพียงสามารถระงับโทสะเอา ไว้ได้ โดยไม่ตอบโต้อีกฝ่ายหนึ่งเข้าบ้าง ก็นับได้ว่าเป็นคนเก่งคนหนึ่งทีเดียว ในตอนแรกที่เอกได้ยินคำเสียดสี สบประมาทเช่นนี้ ก็รู้สึกเจ็บใจอยากจะ ตอบโต้อีกฝ่ายหนึ่งให้ได้รับความเจ็บ อายบ้าง แต่ก็ยังสู้ทนอดกลั้นเอาไว้ได้ เพราะนึกถึงคำที่หลวงพ่อเคยสอนเอาไว้ ว่า ถ้าหากรู้ตัวว่ากำลังโกรธเต็มที่ และ ก่อนที่จะตัดสินใจพูดหรือทำอะไรต่อ ไปนั้น ขอให้สะกดใจนับยาว ๆ จาก ๑๐ เสียก่อน คำสอนของหลวงพ่อข้อนี้เอง ที่ ช่วยให้เอกรอดพ้นจากการทะเลาะวิวาท ถึง ได้ทุกครั้ง เพราะกว่าเอกจะนับได้ถึง ๑๐ นั้น ความโกรธของตัวเองก็ค่อย ๆ ลดลง จนระงับไปได้ในที่สุด หลวงพ่อ ท่านบอกว่าการนับ ๑ ถึง ๑๐ อุบายอย่างหนึ่งที่ปู่ย่าตายายของเรา สั่งสอนกันมา เพื่อให้มีส

หัวข้อประเด็น

- คุณสมบัติของผู้นำ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กล่าวล่วงเกินให้เจ็บใจแล้ว อย่าว่าแต่ ฝืนยิ้มเลย เพียงสามารถระงับโทสะเอา ไว้ได้ โดยไม่ตอบโต้อีกฝ่ายหนึ่งเข้าบ้าง ก็นับได้ว่าเป็นคนเก่งคนหนึ่งทีเดียว ในตอนแรกที่เอกได้ยินคำเสียดสี สบประมาทเช่นนี้ ก็รู้สึกเจ็บใจอยากจะ ตอบโต้อีกฝ่ายหนึ่งให้ได้รับความเจ็บ อายบ้าง แต่ก็ยังสู้ทนอดกลั้นเอาไว้ได้ เพราะนึกถึงคำที่หลวงพ่อเคยสอนเอาไว้ ว่า ถ้าหากรู้ตัวว่ากำลังโกรธเต็มที่ และ ก่อนที่จะตัดสินใจพูดหรือทำอะไรต่อ ไปนั้น ขอให้สะกดใจนับยาว ๆ จาก ๑๐ เสียก่อน คำสอนของหลวงพ่อข้อนี้เอง ที่ ช่วยให้เอกรอดพ้นจากการทะเลาะวิวาท ถึง ได้ทุกครั้ง เพราะกว่าเอกจะนับได้ถึง ๑๐ นั้น ความโกรธของตัวเองก็ค่อย ๆ ลดลง จนระงับไปได้ในที่สุด หลวงพ่อ ท่านบอกว่าการนับ ๑ ถึง ๑๐ อุบายอย่างหนึ่งที่ปู่ย่าตายายของเรา สั่งสอนกันมา เพื่อให้มีสติยับยั้งก่อนที่ นี้ เป็น จะกระทำสิ่งใดโดยลุแก่อำนาจโทสะ นับเป็นคาถาขับไล่ความโกรธที่ศักดิ์ สิทธิ์บทหนึ่งทีเดียว ความอดกลั้นของเอกนั้นดูจะ ได้ผลดีเกินคาด เพราะนอกจากจะ สามารถหลีกเลี่ยงการทะเลาะวิวาท ผิดใจกันได้แล้ว ยังมีผลทำให้เพื่อน ๆ ที่ชอบก่อเรื่องเหล่านั้นไม่อยากมาตอแย ก่อเรื่องกับเอกอีกต่อไป เพราะคนประเภทนี้จะรู้สึกพอใจ และสนุกสนานต่อเมื่อเห็นว่า คนที่ตัว เองพูดล่วงเกินเอาไว้นั้นมีปฏิกิริยาตอบ โต้ ยิ่งแสดงอาการเป็นเดือดเป็นแค้นให้ เห็นได้มากเท่าใด ก็ยิ่งพอใจมากเท่านั้น ครั้นมาพบคนที่มีความอดกลั้นสูงอย่าง เอกเข้า จะว่าอย่างไร ก็ไม่ยอมตอบโต้ ซ้ำยังทำเห็นเป็นเรื่องไร้สาระไปเสียอีก พวกนี้ก็เลยหมดสนุก และเปลี่ยนไปก่อ เรื่องกับคนอื่นแทน สิ่งหนึ่งที่ทำให้เอกไม่รู้จะเดือดร้อน ต่ออาการดูแคลนของคนบางคนเท่าใด นัก ก็คือเอกไม่เคยมีความรู้สึกว่าการ เป็นเด็กวัดนั้น จะเป็นปมด้อยหรือเป็น เรื่องน่าอายแต่ประการใด กลับมีความ ภูมิใจเสียอีก ที่ตนมีโอกาสดีกว่าคนอื่น ๆ ได้ใกล้ชิดพระศาสนา ได้เรียนรู้ขนบ ธรรมเนียมของชาวพุทธ และคนที่เข้าวัด มาหาพระนั้น ส่วนใหญ่ก็เป็นคนดีมี ศีลธรรมทั้งสิ้น เพราะคนที่ไม่มีศีลธรรม นั้น ยากนักที่จะยอมย่างกรายเข้ามาใน วัด ฉะนั้นสิ่งที่เอกได้พบได้ยินได้ฟังนั้น จึงเป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่มีเสียงรบกวน จากคนเมาสุรา หรือเสียงทะเลาะเบาะ แว้งด่าทอกัน เหมือนสังคมชาวบ้าน ทั่วไป หลวงพ่อท่านเคยสอนเอาไว้ว่า คนโง่นั้นมักจะทำตัวเปรียบเสมือนทัพพี ที่ไม่รู้รสแกง คือแม้จะอยู่ใกล้ชิดกับของ ดีมีประโยชน์แค่ไหน แต่ก็ไม่เคยได้รับ ประโยชน์จากสิ่งนั้นเลย เปรียบเหมือน คนที่อยู่ในวัดได้ใกล้ชิดพระศาสนาเสีย เปล่า แต่ไม่อาจซึมซับรับเอาคุณธรรม ของศาสนาเข้าไว้ในจิตใจได้แล้ว ก็จะ เป็นเช่นทัพพีที่ไม่รู้รสแกงนั่นเอง นอกจากนั้น หลวงพ่อท่านยังพูด ให้กำลังใจแก่ลูกศิษย์ต่อไปอีกว่า คนที่ ได้ดีเป็นใหญ่เป็นโตในบ้านเมืองนั้น มีไม่น้อยเลยที่ได้อาศัยเติบโตมาด้วยข้าว ก้นบาตรพระมาก่อน และกว่าที่แต่ละ คนจะก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จเป็นเจ้าเป็น อย่างดี มีความอดทนเหนือกว่าคนอื่น ๆ หลวงพ่อท่านต่อไปอีกว่า การ มีความอดทนเหนือกว่าผู้อื่นนั้น เป็น คุณสมบัติที่สำคัญของผู้นำ และระดับ ของความอดทนนั้น จะเป็นเครื่องวัดว่า ใครมีกำลังใจเข้มแข็งเพียงไร กล่าวคือ คนที่สามารถอดทนต่อการล่วง เกินของบุคคลที่สูงกว่าตน เพื่อรักษา ตนให้พ้นภัย ถือเป็นเรื่องธรรมดา คนที่สามารถอดทนต่อการล่วง เกินของบุคคลที่เสมอกับตน เพื่อรักษา มิตรภาพไว้ ถือว่ามีความอดทนสูง คนที่สามารถอดทนต่อการล่วง เกินของบุคคลที่ต่ำกว่าตน เพื่อ รักษาความเป็นผู้ดีของตนโดยไม่ได้ตอบ หรือนำมาใส่ใจ แม้ตนจะมีกำลังมากกว่า อย่างนี้ถือว่ามีความอดทนสูงสุด หลวงพ่อท่านได้สรุปว่า ความ อดทนต่อการล่วงเกินของคนอื่นได้ ๆ โดยจิตใจไม่หวั่นไหวหรือเคียดแค้น ชิงชังตอบนั้น เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ความอดกลั้น คำสอนของหลวงพ่อทำให้เอกคิด ย้อนกลับไปถึงเมื่อครั้งที่เคยถูกเพื่อนใน ห้องเรียนใช้วาจากล่าวเสียดสียั่วโทสะ มาแล้ว ดีแต่ว่าได้ใช้คาถานับ ๑ ถึง ๑๐ ระงับใจเอาไว้ได้เสียก่อน พยายาม ตัดใจคิดเสียว่า “แพ้เป็นพระ ชนะเป็น มาร” แต่ถึงกระนั้น เอกยังรู้สึกว่ากว่า จะผ่านภาวะนั้นมาได้ ก็ต้องใช้ความ อดกลั้นอย่างสูงทีเดียว นี่เป็นเพียงการอดทนต่อการล่วง เกินของบุคคลที่เสมอกับตนเท่านั้น ฉะนั้น เอกจึงยังไม่มั่นใจนักว่า หาก ถูกคนที่ต่ำกว่ามาก้าวร้าวล่วงเกิน นายคนได้นั้น จะต้องรู้จักฝึกฝนตน แล้ว ตัวเองจะอดกลั้นไว้ได้เพียงไร ๑๐๒ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More