ข้อความต้นฉบับในหน้า
เสีย คอยกำหนดทางตามตำสามเณรบอก
ทุกประการ เมื่อเป็นที่พอใจแล้วหันหน้า
มาจะขอบคุณตรุณสามเณรที่ได้กรุณา
พาลงมาพร้อมกับบอกทางให้ด้วย เพียง
พริบตาเดียวภาพตรุณสามเณรก็อันตร
ธานไปจากที่นั้น
พระบาทเสนต้องตะลึงในความ
อัศจรรย์แห่งอานุภาพของดรุณสามเณร
ถึงอุทานออกมาว่า
“แหม! สามเณรน้อยน่ารักองค์นี้
มีอิทธิฤทธิ์ยิ่งนัก จะหาสิ่งใดมาเปรียบ
เป็นเครื่องประมาณไม่ได้เลยว่า อานุภาพ
ของท่านผู้รู้ทั่วถึงธรรมมีเท่าใด”
แล้วก็พลันรำลึกถึง พระพุทธคุณ
พระธรรมคุณ พระสรพคุณ ตามลำดับ
ในที่สุดก็ระลึกถึงพระเรวตเถระ แล้ว
ก็ทรุดกายลงนั่งแหงนหน้าขึ้นเบื้องบน
มองเวรัมภวิหาร หมอบกราบลงที่พื้นดิน
ด้วยความเคารพถึง ๓ ครั้ง รำพึงถึง
ความดีของท่านที่ได้เมตตาปราณีตน
ทุกประการ สุดท้ายก็ขมวดความคิด
ไว้ว่า ขอให้ความปรารถนาของเราถึงที่
มุ่งหมายเถิด จักพยายามมากราบเท้า
ท่านอีกสักครั้ง พร้อมกับมาขอบคุณ
พ่อเณรน้อยด้วย โธ่! อารามดีใจ มองดู
แนวทางที่ท่านชี้ให้ดูเสียเพลิน ไม่ทัน
ได้ขอบคุณท่าน มิใช่เราจะเป็นคนใจ
ทราม หรือปากหนักอะไรเลย เถอะ! ถ้า
ปาทเสนยังไม่สิ้นแรงในเมื่อหน้า คงจะ
ได้มาสนองพระคุณท่านให้จงได้ คิด
แล้วก็ออกเดินทางมุ่งหน้าตรงไปยัง
โลนบรรพต ตามแนวทางที่พระเรวต
เถระ และตรุณสามเณรบอก
พระบาทเสนเดินทางในระยะนี้
ได้ลดความเร็วลง ไม่ให้เป็นการรีบร้อน
อย่างที่แล้ว ๆ มา ค่อยเป็นค่อยไป พร้อม
กับหยุดพักผ่อนตามระยะทางโดยลำดับ
ด้วยมิได้เดินเปล่าพักเปล่า หากแต่พยา
ยามสารวมจิตกำาหนดอารมณ์แห่งพระ
กรรมฐานพร้อมไปด้วย ซึ่งเป็นการ
สะสมทุนรอนไปใช้บนยอดภูเขาโลห
บรรพตดีมาก
ครั้นรอนแรมมาถึงป่าใหญ่ใกล้
des
เชิงภูเขา ก็สำรวมจิตจำเริญเมตตสูตร
พุทธาวุธที่พระเรวตเถระสอนมา ด้วย
อานุภาพแห่งพุทธมนต์นั้น บรรดาพาล
มฤคราชและสัตว์ร้ายตลอดภูตผีปิศาจ
ทั้งหลายที่ใจ มหิต กลับมีจิตรักใคร่
เคารพ ยาเกรง เหมือนสัตว์เลี้ยงในบ้าน
เห็นเจ้าของบ้านมา ต่างแสดงความ
สนิทสนม แสดงกิริยาน่าดูน่ารัก เป็น
ที่พอใจของพระบาทเสนเป็นอย่างมาก
ด้วยเห็นอานุภาพของพุทธมนต์ และสมาธิ
จิตที่ปรากฏผลขึ้นโดยเฉพาะหน้า
ในเวลาราตรีนั้น เทพดาเจ้าป่า
และเจ้าเขา ต่างมีความเอ็นดูพระบาทเสน
พากันเข้ามาหาในรูปคนแก่ ถามทุกข์สุข
ในการเดินทาง พร้อมทั้งจัดปานะ น้ำร้อน
น้ำเย็น มาถวายให้ดื่มระงับความกระหาย
พระบาทเสนดีใจมาก เมื่อเห็นคนชาวป่า
ชาวเขามาสนทนาด้วย จึงได้แจ้งความ
ประสงค์ให้เขาทราบ พร้อมกับขอร้อง
ให้เขาแนะนำในการขึ้นโลหบรรพต
วิหารด้วย
อุทาน
“ยากมาก พระคุณท่าน”
เทพดาเจ้าเขาผู้มาในร่างคนชรา
“แต่ก็ไม่เกินวิสัยของคนตั้งใจจริง”
คนชรากล่าวต่อไป “ผมเชื่อในความ
สามารถของพระคุณท่านที่ไม่เห็นความ
ลำบากเหนื่อยยากแต่ประการใด ยอม
สละชีวิตอุทิศต่อพระสัมพุทธเจ้า และก็
ได้พยายามมาถึงขั้นนี้ ซึ่งก็มีน้อยคน
จริง ๆ เท่าที่ผมได้เห็น
ดังนั้นการขึ้น
โลหบรรพตวิหารจึงอยู่ในวิสัยของท่าน
โดยไม่ต้องวิตก นิมนต์พักให้สบายเสีย
ก่อนเถิด”
เมื่อชายชราพูดให้กำลังใจพระ
ปาทเสนแล้ว ก็กล่าวสืบไปว่า
“พระคุณท่าน สำหรับภูเขา ๕ ลูก
แวดล้อมโลหบรรพตสูงลดหลั่นเป็น
ชั้น ๆ ขึ้นไปนั้น แม้จะไม่มีทางเดินด้วย
ไม่มีคนสัญจรไปมาก็จริง แต่เป็นเวลา
ปลายฤดูฝน กำลังสายฝนที่ตกลง
มาบนยอดภูเขานั้น ได้ไหลบ่าพาเอาใบ
ไม้แห้งลงมาเชิงเขาลื่น ทั้งใบไม้ใหม่ก็ยัง
ไม่ทันร่วง รอยทางที่สัตว์อาศัยเดินก็ยัง
ปรากฏอยู่ พระคุณท่านจะอาศัยเดินตาม
รอยเท้าสัตว์ขึ้นไปได้อยู่ สำหรับโลห
บรรพตนั้นสูงชันมาก พระคุณท่านจะ
ต้องพักรออยู่จนเวลาบ่าย ด้วยที่บนภูเขา
โลหบรรพตนั้น มีไม้หน้าต้นหนึ่ง ลำต้น
สูงใหญ่เหนือไม้ทั้งหลาย ดังนั้น พอ
เวลาบ่ายลมพัดมาแต่ปัจฉิมทิศ แรงจัด
ด้วยกำลังแรงของลมจะพัดเอายอดหว้า
ต้นนั้นอ่อน ทอดลงมาถึงยอดเขาลูกที่ ๕
นั้น ในขณะนั้น พระคุณท่านจะจับยอด
กิ่งหว้านั้นขึ้นไปได้ตามประสงค์ ความ
จริงก็เป็นการเสี่ยงภัยอยู่สักหน่อย แต่ก็
ไม่มีวิธีอื่น ฉะนั้น จะต้องพยายามด้วย
ความรอบคอบและฉับพลัน ซึ่งทั้งนี้ทั้ง
นั้น ผมเชื่อมั่นในความสามารถของท่าน
เป็นอย่างดี พร้อมกับถวายความยินดีใน
ความสำเร็จดังมโนรถไว้ล่วงหน้าด้วย”
แล้วเทพดาเจ้าในร่างชายชรานั้น
ก็ลาไป
(อ่าน
อฉบับหน้า)
* ทิศตะวันตก
Kalyanamitra.org
๓๔