ข้อความต้นฉบับในหน้า
๖๒
นั้นแทบช็อค นึกว่าตายแล้วเรา มื้อนี้
คงได้กินปลาทูซีกเดียวเสียแน่ ๆ ไม่รู้
จะทำอย่างไร ได้แต่นั่งเบียดกันจ้องดู
มือหลวงพี่ตาเป้ง ใจหายใจคว่ำอยู่อย่าง
นั้น ในใจจะภาวนาว่าอย่างไรคงไม่ต้อง
บอกนะ
แม้ครั้งที่ ๒ ที่ ๓ ท่านก็เจาะเอาเฉพาะ
ไข่แดงอีก ทำอย่างนี้เรื่อย ๆ
ความที่เกรงว่าจะถูกโยมนินทา
พระที่ได้รับนิมนต์ก็เลยต้องตักไข่ขาว
ฉันตามไปอย่างนั้น ธรรมเนียมชาวบ้าน
เมื่อพระฉันเรียบร้อยแล้ว เขาจะเก็บ
พอหลวงพี่พลิกอีกด้านหนึ่งของ ข้าวปลาอาหารที่เหลือไปเลี้ยงดูแขกที่
ปลาตัวที่สามเท่านั้น เสียงเด็กทั้งสอง
ก็ดังแหวกความเงียบขึ้นพร้อมกันโดย
ไม่ได้นัดหมาย
“เฮ้ย ๆ พลิกแล้ว ...”
หลวงพี่ได้ยินก็ชะงัก นึกขึ้นได้
ว่า... “เออ....เราลืมลูกศิษย์ไปเสียแล้ว”
แต่แหม.... กว่าท่านจะนึกได้ก็เกือบ
หมดอีกตัว
ขอฝากไว้กับพวกเรา รักษา
มารยาทในการกินอาหารให้ดี ถ้า
กับข้าวมีแค่ ๒-๓ อย่าง ก็อย่าทำตัว
เป็นคนเห็นแก่กินไปตักกับข้าวมา
โปะไว้ที่ตัวคนเดียวเสียตั้งครึ่ง ตั้ง
ค่อนจาน
ใครที่มีบริวารไปด้วย ถึงมือ
จะกินข้าวปลาอาหารอะไรก็อย่าเอา
แต่ตัวรอด คิดถึงลูกน้องบ้าง
อีกเรื่องหนึ่งชาวบ้านมาเล่าให้ฟัง
เป็นเรื่องของพระเหมือนกัน (ความจริง
พระที่มีมารยาทดี ๆ มีเป็นหมื่น เป็น
แสน....) เขาเล่าว่า เมื่อตอนที่เขาบวช
ได้รับนิมนต์ไปฉันที่บ้านโยมคนหนึ่ง
วันนั้นเขาจัดไข่ต้มมาถวายเต็มจานเลย
น้ำปลาน้ำจิ้มก็อร่อย
มีพระองค์หนึ่งร่วมไปด้วย พระ
องค์นี้โปรดปรานไข่ต้มเป็นพิเศษ แต่
ท่านโปรดเฉพาะไข่แดง ตักครั้งแรกก็เจาะ
ไข่แดงไปทั้งฟอง เหลือแต่ไข่ขาวไว้
มาช่วยงานอีกต่อหนึ่ง ถ้าพระฉันไว้ไม่
เรียบร้อยชาวบ้านก็เห็นหมด
วันนั้นโชคไม่ดีเลยท่านต้องตาม
ตักไข่ขาวฉันเสียหลายใบ จะเตือนพระ
องค์นั้นตอนฉันก็ไม่ได้โอกาส เพราะ
โยมคอยนั่งปรนนิบัติอยู่ใกล้ ๆ พอฉัน
เสร็จ ขณะที่เดินกลับวัดมาได้ครึ่งท
งทาง
พระองค์นั้นก็ทำหน้าระรื่นเดินแซงขึ้น
มาคุยด้วย ฟังแล้วก็ฉุนกึกเพราะท่านว่า
“แหม ท่านกับผมนี่ไปด้วยกัน
ได้ดีจริง ๆ ท่านชอบไข่ขาว ผมชอบไข่แดง”
มาแบบนี้ถ้าไม่สั่งสอนเสียตอนนั้นก็
ไม่รู้จะไปสอนตอนไหน พระองค์แรก
ก็เลยบอกท่านตรง ๆ ว่า
“นี่ท่าน.....ที่หลังไปฉันข้าวที่ไหน
ละก็รักษามารยาท รู้จักประมาณเสีย
บ้าง ผมน่ะตามธรรมดาทั้งไข่ขาว ไข่
แดงไม่ชอบทั้งนั้น ผมชอบกับอย่างอื่น
แต่ท่านเล่นฉันแต่ไข่แดง ทิ้งไข่ขาวไว้
เกลื่อน ญาติโยมเขาจะคิดยังไง เขาคง
นึกอย่างเดียวว่าพระพวกนี้ตะกละ ผม
ขายหน้าเขาเลยต้องเก็บไข่ขาวฉันตาม
หลังท่าน ไม่ใช่เพราะชอบหรอกนะ
คราวหน้าถ้าจะฉันไข่อีกละก็ ทั้งไข่แดง
ไข่ขาวฉันให้มันพอ ๆ กันด้วย”
ใครรู้ตัวว่าไม่รู้จักประมาณใน
การกิน ต้องรีบแก้ไขเสีย มิฉะนั้นจะถูก
เพ่งเล็งว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว ไม่มีใคร
อยากคบ
หลวงพ่อเองก็เคยพลาด
แต่ไม่ใช่เพราะความเห็นแก่ตัว เป็น
เพราะไปติดนิสัยการรับประทานอาหาร
แบบฝรั่งมา
ครั้งนั้นยังไม่ได้เข้าวัด ไปเรียน
อยู่ต่างประเทศ ๒ ปี เนื่องจากเป็น
นักเรียนทุนเขาจึงจัดให้อยู่หอพัก อาหาร
การกินเป็นแบบฝรั่งไปหมด เช้าขึ้นมาก็
ไข่ดาวหมูแฮม มื้อกลางวัน มื้อเย็น
กินแต่สะเต๊ก เจอแต่เนื้อล้วน ๆ ไม่ค่อย
ได้กินข้าวเท่าไร พอกลับมาเมืองไทย
เลยเผลอตัวกินกับเติบไปพักหนึ่ง ยังดี
ที่รู้ตัวเร็วแล้วรีบแก้ไข ไม่อย่างนั้นคง
เป็นขี้ปากชาวบ้าน ถูกนินทาไม่มีชิ้นดี
สำหรับเรื่องมารยาทในการกิน
อาหารนี้ต้องดูความเหมาะสมด้วยเหมือน
กัน กล่าวคือ ถ้าไปที่ไหนเขาเลี้ยงอาหาร
ฝรั่ง ก็ต้องกินแบบฝรั่ง หากมีแต่กับไม่มี
ข้าว ก็อย่าไปเรียกเอาโน่นเอานี่ให้เขา
มองหน้า แล้วแอบไปหัวเราะเยาะเอา
ทีหลัง เขาเชิญไปกินอาหารจีนก็ต้อง
กินแบบอาหารจีน กินตะเกียบ อย่าไป
เรียกหาซ้อน หาส้อมให้เขายุ่งยากใจ
เป็นพระได้รับนิมนต์ไปฉันอาหารฝรั่ง
ขึ้นเถรตรงตามตัวหนังสือในพระวินัย
มื้อนั้นอดแน่....
(อ่านต่อฉบับหน้า)
Kalyanamitra.org