กิจกรรมชมรมและการเมืองในมหาวิทยาลัย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 8 หน้า 28
หน้าที่ 28 / 128

สรุปเนื้อหา

โฆษณาความดีงาม ความน่าสนใจของ ชมรมตนไม่หยุดปาก เพื่อล่าตัวสมาชิก หน้าใหม่ หรือน้องใหม่ที่โผล่เข้ามาฟัง การโฆษณาด้วยความอยากรู้อยากเห็น กิจกรรมต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย โดยที่ คนยังไม่เคยประสบมาก่อน กิจกรรมนอกหลักสูตรของนัก ศึกษา Oxford ดูจะรู้สึกว่าคึกคัก มากกว่าของมหาวิทยาลัยในบ้านเรา เพราะมีชมรมต่าง ๆ นับร้อยแสดงจุด มุ่งหมายอันน่าสนใจแตกต่างกันไป นักศึกษาจะต้องเสียเงินค่าเป็นสมาชิก ชมรม และได้รับบริการทางวิชาการ หรืออื่น ๆ เป็นการตอบแทน บางชมรม ก็ดูแปลกเอาการ เช่น ชมรมต่อต้านการ ทำแท้ง ชมรมทัศนาจรบ้านผีสิง ชมรม นักสำรวจถ้ำ ชมรมนักไต่เขา ฯลฯ ชมรม ที่พยายามโฆษณาตัวเองมากที่สุดก็คือ พรรคการเมืองของนักศึกษา นักการ เมืองรุ่นเยาว์ทั้งหลายในมหาวิทยาลัย มีเทคนิคแปลก ๆ ในการล่าหาตัวสมาชิก ใหม่เข้าพรรค ม

หัวข้อประเด็น

- กิจกรรมชมรมและการเมืองในมหาวิทยาลัย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

โฆษณาความดีงาม ความน่าสนใจของ ชมรมตนไม่หยุดปาก เพื่อล่าตัวสมาชิก หน้าใหม่ หรือน้องใหม่ที่โผล่เข้ามาฟัง การโฆษณาด้วยความอยากรู้อยากเห็น กิจกรรมต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย โดยที่ คนยังไม่เคยประสบมาก่อน กิจกรรมนอกหลักสูตรของนัก ศึกษา Oxford ดูจะรู้สึกว่าคึกคัก มากกว่าของมหาวิทยาลัยในบ้านเรา เพราะมีชมรมต่าง ๆ นับร้อยแสดงจุด มุ่งหมายอันน่าสนใจแตกต่างกันไป นักศึกษาจะต้องเสียเงินค่าเป็นสมาชิก ชมรม และได้รับบริการทางวิชาการ หรืออื่น ๆ เป็นการตอบแทน บางชมรม ก็ดูแปลกเอาการ เช่น ชมรมต่อต้านการ ทำแท้ง ชมรมทัศนาจรบ้านผีสิง ชมรม นักสำรวจถ้ำ ชมรมนักไต่เขา ฯลฯ ชมรม ที่พยายามโฆษณาตัวเองมากที่สุดก็คือ พรรคการเมืองของนักศึกษา นักการ เมืองรุ่นเยาว์ทั้งหลายในมหาวิทยาลัย มีเทคนิคแปลก ๆ ในการล่าหาตัวสมาชิก ใหม่เข้าพรรค มีการโฆษณาทุกรูปแบบ เพื่อมุ่งจะสร้างคะแนนให้แก่พรรคของตน เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยได้จัดเอาพรรค การเมืองต่าง ๆ มารวมหาเสียงในกลุ่ม ใกล้เคียงกัน การหาเสียงจึงมีการพูด กระทบกระเทียบกันอย่างออกรสชาติ ผู้ที่พูดเย้าแหย่โดยอีกฝ่ายหนึ่งจานนต่อ ถ้อยค่า ก็ดีใจว่าพรรคของตนสามารถ สร้างคะแนนน่าในการล่าสมาชิก ฝ่าย ที่เสียเปรียบก็คิดหากลยุทธมาแก้ได้ ทันควัน ดูแล้วก็คือการฝึกโวหารไว้ ขับเคี่ยวกัน โดยการเอาชนะกันด้วย คารมนั่นเอง ห้องโถงอีกห้องหนึ่งในตึกนี้ เป็น กิจกรรมของชมรมทางศาสนา ซึ่งก็มี การแสดงกิจกรรมมากมายเช่นเดียวกัน มีศาสนาบางศาสนาที่เราไม่เคยได้ยินชื่อ ในเมืองไทยปรากฏอยู่มากมาย แม้แต่ คริสต์ศาสนา ก็ยังแยกออกเป็นชมรม นิกายต่าง ๆ หลายชมรม และมีลัทธิ ความเชื่อแตกต่างกันออกไป แม้ว่าจะ เป็นศาสนาเดียวกันและบูชาพระเจ้า องค์เดียวกันก็ตาม แต่ความเชื่อของเขา แตกต่างกันราวราวกับตา และเป็นการ เชื่อชนิดฝังจิตใจโดยไม่ยอมไตร่ตรอง พวกนี้จะแสดงความรู้สึกที่รุนแรง งออกมา องพูด ได้โดยง่าย บางลัทธิจะประกาศออกมา เลยว่า ความเชื่อของตนเป็นเช่นเดียวกับ ความเชื่อของพระเจ้า และเป็นสิ่งที่ถูก ต้องที่สุด ส่วนความดีเลวนั้นไม่ต้อง ถึง เพราะเขามีความเชื่อว่า หากทำตาม ลัทธิของเขาแล้ว เมื่อตายก็ไปสวรรค์ ทางเดียว ส่วนศาสนิกชนในศาสนาอื่น นั้น แม้ทำความดี เขาก็เชื่อว่า ต้องตก นรก เพราะศาสนาอื่นนอกจากของเขา ถือเป็นศาสนาของซาตาน (มาร) ทั้งนั้น เมื่ออาตมาย่างเท้าเข้าไปใน ห้องนั้น สายตาหลายสิบคู่ก็หัน มาจับจ้องที่อาตมา สีเหลืองของ ผ้ากาสาวพัสตร์และรูปร่างหน้าตา ที่บอกว่าเป็นภิกษุมาจากต่างถิ่น ทำให้บุคคลเหล่านั้นมองมาที่อาตมา ด้วยอาการต่าง ๆ กัน บางคนก็ตก ตะลึงเหมือนเห็นมนุษย์ต่างดาว บางคนก็คงคิดกระหยิ่มที่จะได้ล่า เหยื่อรายใหม่อย่างง่าย ๆ พวก ความรู้สึกออกมาได้ ใครที่เคยไปสวนลุม พินีและโยนเศษขนมปังให้ปลาเป็นอาหาร เมื่อเศษขนมปังตกลงไปในพื้นน้ำ ฝูง ปลาต่างกรูกันมาแย่งเศษขนมปังฉันใด อาการที่พวกคลั่งศาสนากลุ้มรุมกันมา ล้อมอาตมา ก็มีสภาพคล้ายกันฉันนั้น ต่อจากนั้นก็มีคำถามโปรยปรายมารอบ ทิคว่า “ท่านมีความเชื่อในอะไร?” ไม่?” “ทำไมต้องแต่งตัวแปลกเช่นนี้ “พระเจ้าของท่านคือใคร?” “สัจธรรมที่ท่านแสวงหาคืออะไร?” “ท่านเชื่อเรีย อเรื่องตายแล้วเกิดหรือ เมื่ออาตมาพยายามรวบรวมสติ อธิบายเกี่ยวกับพุทธศาสนาสั้น ๆ มี หลายคนไม่เข้าใจ และที่ร้ายกว่านั้น คือ ไม่ยอมเข้าใจหรือรับฟังเหตุผล เมื่อ อาตมาชี้แจงให้ฟังก็ขัดคอขึ้นกลางคัน บ้าง เถียงไปข้าง ๆ ๆ ๆ บ้าง และสรุป ได้ว่า ความเชื่อของตนเท่านั้นที่ถูกต้อง ที่สุด เช่น มีนักศึกษาคนหนึ่งบอกอาตมา ว่า สัจธรรมที่ยิ่งกว่าสัจธรรมทั้งปวง ก็คือ การฟื้นคืนชีพของพระเยซูหลัง จากตายไปแล้ว ๓ วัน เพื่อจะมาไถ่บาป ของมนุษย์ อาตมาก็เลยหมดหนทางที่ จะอธิบาย เหมือนกับอ่านนิยายคนละ เรื่อง และการพูดกับคนที่ปิดหู ปิดตา ปิดใจ ไม่รับฟังเหตุผลและความคิดเห็น ที่คลั่งศาสนาหัวรุนแรงหน่อยก็ถลา | ของผู้อื่นเลยนั้น เป็นสิ่งที่น่าเบื่อหน่าย เข้ามา คล้ายกับจะมาจับอาตมา ซักฟอกปะทะคารม หรือเพื่อประ ที่สุด จึงได้แต่วางอุเบกขา คิดว่า เรา พยายามให้ความสว่างแก่เพื่อนมนุษย์ สงค์จะจับพระภิกษุองค์นี้มาเข้ารีต แล้ว แต่ถ้าเขาไม่ยอมรับและมีความ เช่นนั้น สายตาที่มองมาไม่แสดงให้เห็น | สุขที่จะยึดถืออยู่เช่นนั้น ก็ต้องยุติไว้ก่อน คุณธรรมแฝงอยู่เลย อาตมานึกปลง แต่เรื่องที่น่าเสียดายก็คือ ในบรรดา สังเวชอยู่ในใจ เพราะยากที่จะอธิบาย ชมรมทางศาสนาที่มีมากมายใน ๒๖ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More