ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไปสำโรง พรุ่งนี้ผมคงได้เงินจากงาน
ทาสีบ้าน ถึงผมจะขี้เมาแต่งานผมไม่เคย
เสีย ฝีมือทาสีของผมก็ประณีต เถ้าแก่
รับเหมาทำบ้านคร้านจะรีบรับผมไว้
ทำงานแทบไม่ทัน
“เจ้านั้นไม่ได้มาขายหลายวัน
แล้ว เมียเขาไม่สบายต้องผ่าตัด
คงอีกนานกว่าจะกลับมาขายได้
คำตอบของแม่ค้าข้าง ๆ ทำให้
หัวผมหมุน ตัวผมเบา แผ่นดินก็เปลี่ยน
สีเอียงวูบวาบไปมา
ผมรีบเกาะต้นไม้พยุงกายไว้ไม่ให้
กระบุงลง เอาถุงผ้าออกจากกระบุง
แล้ววางนอนไว้กับพื้น ยกลูกลงจากบ่า
ให้ฟุบหลับต่อบนกองผ้า
ผมนั่งพับเพียบกับพื้นข้าง ๆ
ลูก ตามองดูเจ้าแดงซึ่งไปยืนเลียปาก
อยู่ข้างกระทะทอดไก่
ถ้าผมออกเดินตอนนี้ อย่างช้า
ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นพรุ่งนี้ ผมก็คง
กระเสือกกระสนไปจนถึงสำโรง
แต่ผมไม่ได้เดินตัวเปล่า นอกจาก
ผู้อ่านส่งมา
กัลยาณมิตรพรรณี โรจนธรรมกุล
เผลอรับปาก
เขาหลายครั้ง
ว่าจะเลิก
ล้ม
ห่อผ้าและลูกคนเล็กแล้ว คราวนี้ผมคง
ต้องแบกเจ้าแดงอีกคน ตอนนี้ ที่เจ้าแดง
มันมีแรงยืนอยู่ได้ก็เพราะกลิ่นไก่ทอด
แต่พอเดิน
ผ่านร้านเหล้า
ถ้าผมบอกให้มันออกเดินโดยไม่มีของ
แม้ค้าคนนั้นมองผมงง ๆ แต่ไม่
ได้ยินเสียงเรียก
ให้กิน มันก็คงล้มแผละอยู่ตรงนั้น
ปริปากถาม
“ไป ไปยืนที่อื่น เดี๋ยวน้ำมัน
ก็ใจอ่อน
ผมพยายามตั้งสติ รวบรวมกำลัง
กระเด็นใส่”
แข็งใจเดินผละออกมา
“พ่อ ..หนูหิว”
ผมถลึงตาใส่เจ้าแดง แล้วเดิน
ลากขานำหน้ามันไป
“พ่อจะไปไหน ?”
คำถามของลูกทำให้ผมได้คิด
เราจะไปสำโรง แต่ทางนี้ไม่ใช่ ผม
มองไปที่ตึกฝั่งตรงกันข้าม
“โรงพยาบาลเด็ก”
ผมหยุดใต้ต้นไม้ข้างทาง วาง
แม่ค้าไก่ทอดไม่ได้ห่วงมันหรอก
เขารังเกียจสารรูปของมันต่างหาก
แต่เจ้าแดงก็ยังคงยืนนิ่งไม่
ไหวติง
มันไม่ได้ยิน...
หรือไม่มีแรงจะก้าวขาก็ไม่รู้
“ทำบุญทำทานกับคนพิการด้วย
ครับ... ๆ ๆ ๆ .”
Kalyanamitra.org
๗๓