จริยธรรมและความยุติธรรมในวิชาชีพกฎหมาย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 8 หน้า 71
หน้าที่ 71 / 128

สรุปเนื้อหา

โดยยึดสุจริตธรรมเป็นที่ตั้งแล้วธรรม ย่อมคุ้มครองผู้ประพฤติธรรม ให้มี แต่ความเจริญรุ่งเรืองทั้งชีวิตส่วนตัวและ หน้าที่การงาน ๒. ศีล รักษากาย วาจา ให้ เรียบร้อย คือไม่เบียดเบียนตนและผู้อื่น การเบียดเบียนตนได้แก่ ประพฤติเสเพล เป็นนักเลงหญิง นักเลงสุรา นักเลง การพนัน และคบคนชั่วเป็นมิตร เหล่านี้ ล้วนเป็นอบายมุขที่บั่นทอนสุขภาพ อนามัย ทำให้เสื่อมเสียทั้งชื่อเสียง เกียรติยศ ตลอดจนทรัพย์สิน ในที่สุด ก็จะไม่น่าเชื่อถือ และไม่เป็นที่ไว้วางใจ ของญาติสนิทมิตรสหายอีกต่อไป พาหุสัจจะ ความเป็นผู้ศึกษา มาก คือเป็นผู้ไม่ประมาทในการศึกษา หาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ ทั้งคดีโลก และคดีธรรม รวมทั้งคำพิพากษาฎีกา ต่าง ๆ มีความละเอียดรอบคอบในการ พิจารณาปัญหาข้อเท็จจริง และสามารถ วินิจฉัยให้เข้ากับตัวบทกฎหมายด้วยใจ เป

หัวข้อประเด็น

- จริยธรรมและความยุติธรรมในวิชาชีพกฎหมาย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

โดยยึดสุจริตธรรมเป็นที่ตั้งแล้วธรรม ย่อมคุ้มครองผู้ประพฤติธรรม ให้มี แต่ความเจริญรุ่งเรืองทั้งชีวิตส่วนตัวและ หน้าที่การงาน ๒. ศีล รักษากาย วาจา ให้ เรียบร้อย คือไม่เบียดเบียนตนและผู้อื่น การเบียดเบียนตนได้แก่ ประพฤติเสเพล เป็นนักเลงหญิง นักเลงสุรา นักเลง การพนัน และคบคนชั่วเป็นมิตร เหล่านี้ ล้วนเป็นอบายมุขที่บั่นทอนสุขภาพ อนามัย ทำให้เสื่อมเสียทั้งชื่อเสียง เกียรติยศ ตลอดจนทรัพย์สิน ในที่สุด ก็จะไม่น่าเชื่อถือ และไม่เป็นที่ไว้วางใจ .. ของญาติสนิทมิตรสหายอีกต่อไป พาหุสัจจะ ความเป็นผู้ศึกษา มาก คือเป็นผู้ไม่ประมาทในการศึกษา หาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ ทั้งคดีโลก และคดีธรรม รวมทั้งคำพิพากษาฎีกา ต่าง ๆ มีความละเอียดรอบคอบในการ พิจารณาปัญหาข้อเท็จจริง และสามารถ วินิจฉัยให้เข้ากับตัวบทกฎหมายด้วยใจ เป็นธรรม ๔. วิชาลัมภะ ปรารภความเพียร พยายามฝึกจิตให้ผ่องใส ชวนขวายศึกษา ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในแต่ละคดี ไม่ทอดธุระหรือทำแต่พอผ่าน ถือว่าการ บ่าบัดความเดือดร้อนในคดีความแก่ ทวยราษฎร์ เป็นหน้าที่อันสูงส่ง ที่ตน พึงรับผิดชอบด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม ๔. ปัญญา ความรอบรู้ ในทาง โลกได้แก่ความรู้ทั่ว ๆ ไป และความรู้ เฉพาะวิชาชีพ คือรอบรู้กฎหมายทั้ง สารบัญญัติ และวิธีสบัญญัติ อันได้แก่ ประมวลกฎหมายต่าง ๆ และวิธีพิจารณา ความแพ่ง วิธีพิจารณาความอาญา ตลอดจนรู้เท่าทันในข้อเท็จจริง สามารถ นำไปปรับเข้ากับบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรม ในทาง ธรรมก็มีความละอายและเกรงกลัวต่อ บาป ที่จะเกิดจากการเอนเอียงเข้าข้าง คนผิด เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแต่ตุลาการ ผู้พิพากษาอรรถคดีเท่านั้น ที่จำเป็นจะ ต้องมีจริยธรรม ปราศจากอคติ ๕ ประ การ ดังกล่าวไว้ในกฎหมายตรา ๓ ดวง ลักษณอินทภาพ แม้นักกฎหมายอื่น ๆ เช่น พนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา และทนายความ เป็นต้น ก็จำเป็นจะต้อง มีจริยธรรมควบคู่กันไปกับความรู้ทาง ด้านกฎหมาย เช่นเดียวกับตุลาการผู้ พิพากษาอรรถคดีทั้งปวง เพราะท่าน เหล่านั้นเป็นผู้บังคับใช้และใช้กฎหมาย ซึ่งเป็นวิชาชีพที่สามารถพลิกแพลงคดี ชี้เป็นชี้ตายให้แก่คู่กรณีได้ ด้วยเหตุนี้ นักกฎหมายซึ่งเปรียบ เสมือนผู้ถือดาบอาญาสิทธิ์ คอยปกป้อง คุ้มครองผู้บริสุทธิ์ แต่ฟาดฟันผู้กระทำ ความผิด เพื่อธำรงไว้ซึ่งความสงบสุข แห่งสังคม จึงจําเป็นต้องมีความอดทน เป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความ อดทนต่ออำนาจกิเลสที่ยั่วยุ ได้แก่ ความโลภ โกรธ หลง เป็นต้น อันเป็นที่ มาแห่งอคติ ๔ ประการดังกล่าวแล้ว การที่จะทำใจให้ปราศจากอคติ ประการนั้น มิใช่เรื่องง่ายนัก หาก ไม่ยึดหลักเมตตาธรรม ไม่มีความละอาย และเกรงกลัวต่อบาป อันจะเกิดจาก ความไม่เที่ยงธรรมแห่งตน ซึ่งจะติดตาม ให้ผลข้ามภพข้ามชาติ ตามที่โบราณ จารย์ได้กล่าวยืนยันไว้ในกฎหมายตรา - ควง ลักษณพระอาการ ดังต่อไปนี้ ตุลาการผู้ใดไร้ความเที่ยงธรรม ไม่พิจารณาพิพากษาอรรถคดีให้เป็น ไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เพราะ เห็นแก่สินบน เมื่อละโลกแล้วย่อมถูก เผาไหม้อยู่ในอบายภูมิ ได้รับทุกขเวทนา อันยาวนาน เป็นเปรตมีเล็บใหญ่เท่า ใบจอบ มีไฟลุกท่วม ควักเอาเลือด เนื้อตนบริโภคเป็นอาหาร ครั้นพ้น จากอบายภูมิมาเกิดเป็นมนุษย์ เศษ แห่งบาปนั้นจะติดตามให้ผลอีกหลาย ภพหลายชาติ ทำให้อวัยวะพิกลพิการ เช่นปากเหม็น เป็นต้น นอกจากนั้นในกฎหมายฉบับ เดียวกันนี้ ยังกล่าวถึงอานิสงส์ของ ตุลาการผู้มีจริยธรรมในวิชาชีพว่า ตุลาการผู้ใดพิจารณาพิพากษา อรรถคดี โดยปราศจากอคติ ๔ ประการ ประกอบด้วยศีล จ เกียรติยศและ โภคสิริสวัสดิมงคล แห่งตุลาการผู้นั้น ก็จะเจริญยิ่งขึ้นทุกวัน ดุจพระจันทร์ ในคืนข้างขึ้น ฉะนั้น ความยุติธรรมเป็นยอดปรารถนา ของชนทุกชั้น ทุกเพศและทุกวัย แต่การ ที่จะสร้างสรรค์ให้ความยุติธรรมบังเกิด ขึ้นได้ ต้องอาศัยความละเอียดรอบรู้ใน บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีคุณธรรม คอย ควบคุมหรือกำกับความรู้ในกฎหมาย นั้นอีกชั้นหนึ่ง จึงจะทำให้นักกฎหมาย สามารถใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่ ก่อให้เกิดประโยชน์สุขทั้งแก่ตนและ สังคมได้อย่างเต็มภาคภูมิ ดังประชุม โคลงโลกนิติบทหนึ่งว่า นิติศาสตร์สอนสัตว์ว่า โลกา ครมิตรบิ มาสคา ขาย นิ ปรา เปรมปราช ป Ex ดุจแก้ว กฏทั่วทิศ อ ว เลิศด้วยสกับธรรมา Kalyanamitra.org ๖๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More