การบรรลุธรรมและการฝึกจิต วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 8 หน้า 75
หน้าที่ 75 / 128

สรุปเนื้อหา

อุบาสิกา สาธยายอยู่ ไม่นานนัก ก็ได้บรรลุ อนาคามิมรรค อนาคามิผล ก่อนภิกษุ เหล่านั้น จึงรีบกลับมาเสีย เธอทูลว่า อุบาสิกานั้น รู้วาระจิตทุกอย่าง ธรรมดาปุถุชนย่อม คิดดีบ้าง ไม่ดีบ้าง “เธอควรอยู่ที่นั่นแหละภิกษุ” พระศาสดาตรัสบอก ข้า” “ข้าพระองค์อยู่ไม่ได้แน่พระเจ้า “ภิกษุ! เธอสามารถรักษาอะไร สักอย่างหนึ่งไหม?” “อะไรพระเจ้าข้า?” “รักษาจิตของเธอ ที่ข่มได้ยาก จงข่มจิตไว้ให้ได้ อย่าให้คิดถึง อะไรอื่น ให้ดึงลงในอารมณ์อัน ควรแก่สมณะ” และแล้วพระศาสดาตรัสว่า ทุนนิคคหสฺส ลหุโน ยตฺถกามนิปาติโน จิตฺตสฺส ทมโถ สาธุ จิตต์ ทนต์ สุขาวห์ จิตนั้นข่มได้ยาก เป็นธรรมชาติ เบา (คือเกิดขึ้นและดับไปเร็ว) มีปกติตก ไปตามความใคร่ คือตกไปในอารมณ์ที่ น่าใคร่ การฝึกจิตเช่นนั้นเป็นการดี เพราะจิตที่ฝึกดีแล้ว น่าความสุขมาให้ เมื่

หัวข้อประเด็น

- การบรรลุธรรมและการฝึกจิต

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อุบาสิกา สาธยายอยู่ ไม่นานนัก ก็ได้บรรลุ อนาคามิมรรค อนาคามิผล ก่อนภิกษุ เหล่านั้น จึงรีบกลับมาเสีย เธอทูลว่า อุบาสิกานั้น รู้วาระจิตทุกอย่าง ธรรมดาปุถุชนย่อม คิดดีบ้าง ไม่ดีบ้าง “เธอควรอยู่ที่นั่นแหละภิกษุ” พระศาสดาตรัสบอก ข้า” “ข้าพระองค์อยู่ไม่ได้แน่พระเจ้า “ภิกษุ! เธอสามารถรักษาอะไร สักอย่างหนึ่งไหม?” “อะไรพระเจ้าข้า?” “รักษาจิตของเธอ ที่ข่มได้ยาก 2 จงข่มจิตไว้ให้ได้ อย่าให้คิดถึง อะไรอื่น ให้ดึงลงในอารมณ์อัน ควรแก่สมณะ” และแล้วพระศาสดาตรัสว่า ทุนนิคคหสฺส ลหุโน ยตฺถกามนิปาติโน จิตฺตสฺส ทมโถ สาธุ จิตต์ ทนต์ สุขาวห์ จิตนั้นข่มได้ยาก เป็นธรรมชาติ เบา (คือเกิดขึ้นและดับไปเร็ว) มีปกติตก ไปตามความใคร่ คือตกไปในอารมณ์ที่ น่าใคร่ การฝึกจิตเช่นนั้นเป็นการดี เพราะจิตที่ฝึกดีแล้ว น่าความสุขมาให้ เมื่อภิกษุรับว่า “ได้” แล้ว พระ ศาสดาจึงทรงประทานพระโอวาทอื่น อีกเป็นปัจจัยแก่การอยู่ป่า และการ บำเพ็ญเพื่อบรรลุมรรคผล ภิกษุไปอยู่ ที่เดิม บังคับจิตอยู่ ไม่คิดอะไรนอกลู่ นอกทาง มหาอุบาสิกา รู้พฤติการณ์ทั้ง ปวงนั้นแล้ว จึงจัดอาหารอันประณีต มาถวาย ๒-๓ วัน ต่อมาภิกษุนั้นได้บรรลุ อรหัตผล เธอมีความสุขอยู่ในมรรคและ ผลนั้น พลางรำพึงถึงอุปการะของ อุบาสิกาว่า “น่าขอบใจจริงหนอ, อุบาสิกามี อุปการะมากแก่เรา เราได้อาศัยอุบาสิ กาแล้วแล่นออกจากภพได้ มหาอุบาสิกา เป็นที่พึ่งของเราเฉพาะในอัตภพนี้หรือ หนอ? นางเคยเป็นที่พึ่งของเราในอัตภาพ อื่นบ้างหรือไม่หนอ?” ท่านตามระลึกถึงชาติในอดีตถอย หลังไป ๙๙ ชาติได้เห็นแล้วว่า อุบาสิกา นั้นเคยเป็นภรรยาของท่านมา ๙๙ ชาติ นางมีจิตปฏิพัทธ์ในชายอื่น ได้ฆ่าท่าน เสียถึง ๙๙ ชาติมาแล้ว ท่านปลงธรรม สังเวชว่า “น่าสังเวชจริงหนอ! อุบาสิกา ทำกรรมหนักมาแล้วเหลือหลาย” แม้มหาอุบาสิกา นั่งอยู่ในเรือน ใคร่ครวญอยู่ได้รู้เหตุทั้งปวงนั้นแล้ว พิจารณาขึ้นไปถึงชาติที่ ได้เห็น ว่าในชาตินั้นตนได้สละชีวิต คือตาย แทนภิกษุนั้น จึงส่งกระแสจิตไปยังภิกษุ เตือนว่า ๑๐๐ “ขอท่านได้โปรดพิจารณาต่อ ไปถึงชาติที่ ๑๐๐ เถิด” ภิกษุได้สดับเสียงของอุบาสิกา ด้วยโสตธาตุอันเป็นทิพย์ แล้วระลึก ถึงอัตภาพที่ ๑๐๐ ได้เห็นอุปการะของ อุบาสิกาแล้ว มีจิตเบิกบาน กล่าวปัญหา ในมรรค ๔ ผล ๔ แก่อุบาสิกานั้น และ ปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพาน ธาตุ ณ ที่นั้นนั่นเอง * อนุปาทิเสสนิพพาน ดับกิเลสไม่มีเบญจขันธ์ เหลือคือ สิ้นทั้งกิเลสและชีวิต หมายถึง พระ อรหันต์สิ้นชีวิต Kalyanamitra.org ๗๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More