การสอนศีลธรรมในพระพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 8 หน้า 107
หน้าที่ 107 / 128

สรุปเนื้อหา

พระกาย และกำลังทางพระปรีชาสามารถ อาจารย์วิศวามิตรผู้ประสิทธิ์ประสาท วิชาความรู้ให้ก็ยอมรับว่า พระองค์ ทรงเรียนจบความรู้ที่ตนสั่งสอน แล้ว ยังดัดแปลงจากของเก่าขึ้นใช้ได้ดีใหม่ ๆ อีกเป็นอันมาก พระเกียรติของพระองค์ เรื่องชำนาญในวิชารบ กำจายไปทั่ว พระนครใกล้เคียง ถึงกับเจ้าผู้ครองพระ นครต่าง ๆ เตรียมพร้อมที่จะอยู่ใต้ พระอำนาจหากถึงคราวที่จะทรงปราบ ดาภิเษก สถาปนาพระองค์เป็นบรม จักรพรรดิราช ปราบหัวเมืองใหญ่น้อย ทั้งสี่ทิศ ให้ขึ้นอยู่ภายใต้ขอบขัณฑสีมา อันเดียวกัน แต่พระบรมศาสดามิได้ทรง เป็นนักรบที่กระหายเลือด ทรงมีพระ เมตตากรุณาต่อมนุษย์นิกรทุกหมู่เหล่า ปรารถนาที่จะแผ่ธรรมเสนา กองทัพธรรม แทนจตุรังค์นี้เสนากองทัพมีองค์สี่ คือ ทัพช้าง ทัพม้า ทัพรถ และทัพเดินเท้า ทรงมุ่งจะให้ประชาชนมีความสุขสงบ และข้อส

หัวข้อประเด็น

- การสอนศีลธรรมในพระพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระกาย และกำลังทางพระปรีชาสามารถ อาจารย์วิศวามิตรผู้ประสิทธิ์ประสาท วิชาความรู้ให้ก็ยอมรับว่า พระองค์ ทรงเรียนจบความรู้ที่ตนสั่งสอน แล้ว ยังดัดแปลงจากของเก่าขึ้นใช้ได้ดีใหม่ ๆ อีกเป็นอันมาก พระเกียรติของพระองค์ เรื่องชำนาญในวิชารบ กำจายไปทั่ว พระนครใกล้เคียง ถึงกับเจ้าผู้ครองพระ นครต่าง ๆ เตรียมพร้อมที่จะอยู่ใต้ พระอำนาจหากถึงคราวที่จะทรงปราบ ดาภิเษก สถาปนาพระองค์เป็นบรม จักรพรรดิราช ปราบหัวเมืองใหญ่น้อย ทั้งสี่ทิศ ให้ขึ้นอยู่ภายใต้ขอบขัณฑสีมา อันเดียวกัน แต่พระบรมศาสดามิได้ทรง เป็นนักรบที่กระหายเลือด ทรงมีพระ เมตตากรุณาต่อมนุษย์นิกรทุกหมู่เหล่า ปรารถนาที่จะแผ่ธรรมเสนา กองทัพธรรม แทนจตุรังค์นี้เสนากองทัพมีองค์สี่ คือ ทัพช้าง ทัพม้า ทัพรถ และทัพเดินเท้า ทรงมุ่งจะให้ประชาชนมีความสุขสงบ และข้อสำคัญที่สุดไม่ใช่แต่มีตาเฉย ๆ หากให้มีแววตาหรือกล่าวอีกอย่างหนึ่ง ก็คือปัญญา สามารถเข้าใจและรู้เท่า ชีวิตของตนเองและผู้อื่น "ดูก่อนสุรเสนะ! คำพูดของชาย คน นท่าให้พ่อ ก ด ค่าของคน บางคนที่ว่า เรื่องของศีลธรรมหรือ * พระราชพิธีอภิเษกของพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่ง ได้ราชสมบัติมาด้วยการรบชนะข้าศึก (อภิเษก แต่งตั้งโดยการทำพิธีรดน้ำ) "พระราชาธิราช หมายถึง พระราชาผู้ยิ่งใหญ่ มีราชอาณาเขตปกครองกว้างขวางมาก บ้าน เมืองในปกครองมีความร่มเย็นเป็นสุข ปราบ ข้าศึกศัตรูด้วยธรรม ไม่ต้องใช้อาชญาและศัสตรา มีรัตนะ ๗ ประการประจำพระองค์ คือ ช้าง แก้ว ม้าแก้ว นางแก้ว ขุนคลังแก้ว ขุนพลแก้ว จักรแก้ว แก้วมณี ศาสนา เป็นเรื่องของคนอ่อนแอที่ผู้เข ไม่ได้ จึงมาคิดตั้งคำสอนขึ้น เพื่อ ให้คนแข็งแรงไม่กล้าข่มเหง หรืออีก อย่างหนึ่ง ก็เพื่อที่จะหลอกให้คนอยู่ใน อำนาจได้ง่าย ๆ แต่เมื่อมาพิจารณาดู จากพระประวัติของพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้ว กลับตรงกันข้าม พระองค์เป็นยอด นักรบผู้เคยประลองมีฝีมือชนะเลิศมาแล้ว และพร้อมที่จะกรีฑาทัพไปรุกรานข่ม เหงคนได้ทุกแห่ง เป็นผู้เข้มแข็งทั้ง กำาลังกายและกำาลังจิต จึงไม่กลัวความ ลำาบากตรากตร้า บุกป่าฝ่าดงทุกชนิด แล้วพระองค์ผู้ทรงเก่งกาจในทางรับนั้น เอง กลับมาสั่งสอนคนให้ตั้งอยู่ใน ความสงบ ไม่ให้ข่มเหงเบียดเบียนกัน ในเมื่อพระองค์พร้อมที่จะเบียดเบียน คนอื่นได้เต็มที่ นี่หรือศีลธรรมเป็น เรื่องของคนอ่อนแอ? ของคนที่ไม่มี ทางจะใครได้? พระศาสดาทรงเป็นผู้ นำทางให้เห็นว่า เรื่องของศีลธรรมเป็น เรื่องของคนมีแววตา คือ ปัญญา ไม่ตก เป็นทาสของความยืดยัดด้วยอำนาจ ความโลภ ความโกรธ หรือความหลง พระองค์ตรัสว่า “ยอดของนักรบ ไม่ใช่ผู้ชนะผู้อื่น จํานวนพันจำนวนแสน ผู้ที่เป็นยอด นักรบแท้นั้น คือผู้ชนะตัวเองได้ ไม่ตก เป็นทาสของกิเลสร้ายที่สิงอยู่ภายในจิต ใจ” หรือในข้อที่มีผู้อ้างว่า เรื่องของ ศาสนาหรือศีลธรรม เป็นเรื่องที่ต้อง การหลอกให้คนอื่นหลงจมอยู่ใต้อำนาจ ของคนชั้นมั่งมีเป็นต้น เราก็จะเห็นได้ อีกว่า คำพูดเหล่านี้เมื่อนำมาพิจารณา เทียบเคียงคู่กับความจริงในพระพุทธ ศาสนาแล้ว ก็ตรงกันข้าม คือพระพุทธ ศาสนาไม่สอนให้ใครเป็นทาสของใคร พระพุทธศาสนาสอนอย่างช่วยปลด ปล่อยให้คนพ้นจากความเป็นทาส ทั้ง ทางกายและจิตใจ ทางกาย ทรงสอน ไม่ให้พุทธศาสนิกซื้อทาสขายทาส ไม่นิยมให้ข่มเหงคนที่อ่อนแอกว่า ให้มี เมตตากรุณา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คนที่ ยากจนคนแค้น ทรงสอนให้รู้จักพึ่งตัว เอง ไม่งมงายวิงวอนร้องขอต่อสิ่งศักดิ์ สิทธิ์โดยไม่ลงมือทำอะไรให้เกิดผล ให้ขยันทำมาหาเลี้ยงชีพในทางที่ชอบ ทั้งยังสอนไม่ให้ถือชั้นวรรณะ หาก ให้ถือความประพฤติดีงามเป็นเกณฑ์ ผู้ปฏิบัติได้อย่างนี้ ย่อมไม่เป็นทาส ใคร และไม่ทำใครให้เป็นทาส, ส่วน ทางใจนั้น ทรงสอนไม่ให้มนุษย์เป็น ทายของกิเลสทั้งประเภทอยากได้ ประ เภทโกรธเคือง และประเภทหลงใหล มัวเมา เมื่อคนไม่เป็นทาสของอะไร ทั้งทางกายและทางจิตใจเช่นนี้ จึงเห็น ได้ชัดว่าพระพุทธศาสนาสอนเพื่อ ปลดปล่อยทาส ไม่ใช่สอนให้ใครเป็น ทาย. แม้พระบรมศาสดาเองก็ไม่ใช่จะ ทรงมุ่งหวังให้ใครมาสักการะ เคารพ บูชาพระองค์ ทรงประกาศอยู่เสมอว่า ประพฤติพรหมจรรย์มิใช่เพื่อลาภสัก การะและสรรเสริญ นอกจากนั้นยัง อือการปฏิบัติถูกเป็นเกณฑ์คือ ใคร ปฏิบัติถูกแล้วเชื่อว่า บูชาพระองค์ ด้วยบุชาสูงกว่าธูปเทียนดอกไม้, บาง ครั้งก็เคยตรัสว่า ผู้กระชายสังฆาฏิ คือผ้าห่มซ้อมกันหนาวของพระองค์ ก็หาใช่อยู่ใกล้พระองค์ไม่ แต่ถ้าผู้ใด ประพฤติดีปฏิบัติชอบจึงชื่อว่าได้อยู่ ใกล้พระองค์แท้, นี่แลจะเห็นได้ว่า พระบรมศาสดาทรงสั่งสอน เพื่อประ โยชน์ของผู้ประพฤติปฏิบัติชอบอย่าง แท้จริง หาได้มุ่งลาภสักการะอย่างไรไม่ Kalyanamitra.org ๙๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More