ข้อความต้นฉบับในหน้า
เ ล่ า น ท า น ใ ห้ ห ล า น ฟั ง
โดย หน้าอี๊ด
สะพานชีวิต
สวัสดีค่ะ หลาน ๆ ที่น่ารักทุกคน
ช่วงนี้เป็นช่วงหยุดเทอม ซึ่งเป็นฤดูกาลที่มะม่วงออกมาก น้าอึดจะเล่านิทานชาดกเกี่ยวกับมะม่วงให้
หลาน ๆ ฟังนะคะ
ในอดีตกาล สมัยพระเจ้าพรหมทัตครองกรุงพาราณสี มีพญากระบี่หรือพญาลิงตัวหนึ่ง มี
รูปร่างสูงใหญ่ มีพละกำลังแข็งแรงดังช้างสาร ปกครองบริวารแปดหมื่นตัวอยู่ในป่าหิมพานต์
ในป่าหิมพานต์นั้น มีต้นมะม่วงใหญ่ต้นหนึ่ง ต้นใหญ่จนมองดูเหมือนภูเขา ใบหนาครึ้ม ผลมะม่วงก็ใหญ่
เกือบเท่าลูกมะพร้าว มีรสหอมหวานอร่อย ใครได้กินเป็นต้องติดใจ
ต้นมะม่วงนี้มีกิ่งใหญ่กิ่งหนึ่งอยู่บนบก อีกกิ่งหนึ่งยื่นไปทางแม่น้ำคงคา ผลที่อยู่บนฝั่งก็ร่วงลงบนบก
ผลที่ยื่นไปทางแม่น้ำคงคาก็ตกลงไปในน้ำ ผลอื่น ๆ ก็ร่วงลงที่โคนต้น
ฝูงกระบี่แปดหมื่นมาเก็บผลมะม่วงกินอย่างเอร็ดอร่อย พญากระบี่นั่งบนกิ่งที่ยื่นออกไปทางแม่น้ำ
กัดกินผลมะม่วงไปพลางก็คิดว่า
“มะม่วงต้นนี้มีรสอร่อยไม่มีที่ไหนในโลกเทียบได้ หากเราปล่อยให้มันแก่แล้วร่วงหล่นลง
แม่น้ำ ถ้าพวกมนุษย์ที่อยู่ทางปลายแม่น้ำเก็บได้ก็จะต้องสืบหา แล้วจะพากันบุกมาถึงที่นี่ พวกเราก็
จะเดือดร้อน เราจะต้องหาวิธีไม่ให้มนุษย์มีโอกาสได้กินมะม่วงต้นนี้”
จากความคิดนี่เอง พญากระบี่ จึงสั่งบริวารให้คอยเด็ดช่อมะม่วงของกิ่ง ที่ยื่นไปทางแม่น้ำคงคาทิ้ง
เสีย ไม่ยอมให้มีโอกาสติดลูกเป็นอันขาด
แม้บริวารกระบี่จะปฏิบัติตามคำสั่งของพญากระบี่อย่างเคร่งครัด แต่ก็ยังมีมะม่วงผลหนึ่งรอดพ้น
สายตาของกระบี่ทั้งหลายไปได้ เพราะว่ามะม่วงผลนั้นเกิดอยู่ใกล้รังมดแดง มดแดงก็เอาใบมะม่วงห่อ
ผลมะม่วงนั้นไว้ ตั้งแต่ผลเพิ่งเริ่มโตขนาดเท่าหัวแมลงวันจนกระทั่งมันโตเต็มที่จนสุกงอม และร่วงจากขั้วหล่นลง
ไปในแม่น้ำ...
วันนั้น พระเจ้าพรหมทัตเสด็จสรงน้ำในแม่น้ำคงคา ข้าราชบริพารทั้งหลายได้กั้นตาข่ายเหนือแม่น้ำเพื่อ
กันมิให้เศษไม้ ใบไม้ที่ลอยอยู่ในแม่น้ำไหลมายังบริเวณที่ทรงสรงน้ำ
หลังจากที่พระเจ้าพรหมทัตสรงน้ำแล้ว เย็นวันนั้นชาวประมงตาข่ายขึ้นก็พบมะม่วงผลนี้ เนื่องจากมัน
เป็นมะม่วงผลใหญ่มาก อย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งผิวมะม่วงก็เหลืองนวลน่ากิน เขาจึงนำมะม่วงผลงามนี้
มาถวายพระเจ้าพรหมทัต
๒๘ ก ล ย า ณ มิ ต ร
Kalyanamitra.org