ข้อความต้นฉบับในหน้า
ใด ๆ ก็มักจะถามข้อง่าย ๆ ก่อน ถ้าผู้ตอบ
สามารถตอบได้ดี จึงค่อยกระเถิบเข้าไปถาม
ปัญหาที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
แต่ชาวอังกฤษนั้นแตกต่างกันแบบ
หน้ามือเป็นหลังมือ ผู้ถามจะถามทุกอย่างที่
ตนเองเห็นว่ายากที่สุดเสียก่อน และก็จะยิ่ง
ปัญหากันมาเป็นชุดจนยากจะได้ตอบหมด
อย่างไรก็ตาม การตอบปัญหาเหล่านี้ได้ทั้งหมด
ที่แม้จะคุยกับอาตมาแล้ว ก็ยังยืนยันแบบ
กระต่ายขาเดียวบนความเชื่อของตน แม้จะ
จนด้วยหลักของเหตุผลประการต่าง ๆ แล้ว
ก็ตาม สิ่งเดียวเท่านั้นที่จะพลิกใจเขาให้
เข้ามาสู่พุทธศาสนาได้ก็คือ ประสบการณ์
ภายในจากการฝึกสมาธิ ซึ่งเขาเข้าไปพบ
ด้วยตัวเอง
คำถามหนึ่ง ซึ่งตอบให้ชาวต่างประเทศ
ก็มิได้หมายความว่าจะสามารถกลับใจฝรั่ง เข้าใจได้ยากที่สุดก็คือว่า “ทำไมท่านต้อง
เหล่านี้ได้ พื้นฐานทางศาสนาของเขานั้น
ฝังรากมากับความเชื่อในเรื่องพระผู้เป็นเจ้า
และการไถ่บาปมนุษย์ของพระเยซู การ
น้อมใจไปเชื่อในศาสนาอื่นนั้นเป็นเรื่องขัดกับ
ความรู้สึกพื้นฐานอย่างมาก ความเชื่อนี้จึง
มาบวชด้วย?” ซึ่งตามปกติแล้วเมื่ออธิบาย
ให้ชาวพุทธในประเทศไทยฟังว่า การบวชนั้น
เป็นการฝึกฝนตนเอง เพื่อขัดเกลากิเลสหรือทำ
ความทุกข์ให้หมดลงจะได้ไม่ต้องกลับมาเกิด
กันอีก ก็เพียงพอจะทำให้เข้าใจได้ สำหรับ
ปิดกั้นเหตุผลทั้งปวงไม่ให้ซึมซาบเข้าไปในใจ คนไทยที่ไม่เข้าใจว่า อาตมาเป็นหมออยู่ดี ๆ
ของเขาได้ มีชาวอังกฤษจำนวนมากทีเดียว
ทำไมจึงต้องมาบวชตลอดชีวิตด้วย? พอได้
อธิบายกันระยะหนึ่ง ให้เห็นคุณค่าที่จะเกิดขึ้น
ต่อพุทธศาสนาและประเทศชาติบ้านเมืองแล้ว
ก็เข้าใจเหตุผลและรับฟังด้วยความเลื่อมใส
ศรัทธา แต่อรรถาธิบายเหล่านี้จะไม่เกิด
ประโยชน์แก่ชาวต่างประเทศเลยแม้เพียง
น้อยนิด กลับจะทำให้เขาเห็นว่า การออก
บวชนั้นเป็นเรื่องของคนเห็นแก่ตัว แสวงหา
ความสุข เอาตัวรอดแต่เพียงลำพัง และแสวงหา
ทรัพย์สมบัติต่าง ๆ บนหยาดเหงื่อแรงกายของ
สังคม หนำซ้ำการที่เคยเป็นนายแพทย์มาก่อน
แล้วหนีโลกออกบวชนี้ ดูจะเป็นความเสียหาย
อย่างอุกฤษฏ์ต่อสังคมไทยไปทีเดียว ภาพ
พจน์ของศาสนาโดยส่วนรวมก็เสียหายไปด้วย
เพราะเป็นศาสนาที่เต็มไปด้วยนักบวชที่
งอมืองอเท้า นอกจากจะไม่ผลิตอะไรไปช่วย
สนับสนุนเศรษฐกิจของชาติแล้ว ยังกีดขวาง
ความเจริญของสังคมทางด้านต่าง ๆ ทั้ง
การเมือง การปกครอง วิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี ฯลฯ ยิ่งมีบรรพชิตเหล่านี้มาก
เพียงใด ประเทศชาติยิ่งอาภัพอับจนมาก
เพียงนั้น
ถ้าจับจุดไม่ถูก การอรรถาธิบายให้
ชาวต่างประเทศฟังนั้น จะเป็นเรื่องซับซ้อน
อย่างไม่รู้จบ ยิ่งถ้าไม่อาจคลี่คลายข้อข้องใจ
ของเขาได้ ผลลัพธ์ก็คือ อคติต่อพุทธศาสนา
ที่จะฝังใจของเขาไปอีกชั่วชีวิต เหมือนเงื่อนของ
เชือกที่ผูกไว้ไม่ดี ถ้าไม่รู้จักแก้ก็จะยุ่งยาก
ซับซ้อนทับกันไป ทบกันมามากขึ้นไม่รู้จบ
จนกลายเป็นเงื่อนตายที่แก้ไม่มีวันออกฉะนั้น
หลังจากที่ได้ศึกษาจนเข้าใจวัฒนธรรม
ตะวันตกพอสมควร อาตมาก็ได้พบวิธีการ
ตอบปัญหานี้อย่างง่าย ๆ และเข้าสู่ใจของชาว
ตะวันตกโดยตรง โดยอาศัยเงื่อนงำในวัฒน
ธรรมของเขาเองคลี่คลายปมปริศนาอันซับซ้อน
นี้ ผลการตอบปัญหานี้ก็เป็นที่น่าพอใจเพราะ
นอกจากจะคลายความสงสัยให้กับเขาแล้ว
ยังทำให้ฝรั่งมีความศรัทธาที่จะปฏิบัติธรรม
อีกด้วย
“เพื่อลดการตัดสินใจ (Choices)”
เป็นคำตอบที่กะทัดรัดที่สุดที่อาตมาให้กับฝรั่ง
๔๘
กั ล ย า ณ ม ต ร
Kalyanamitra.org