การบวชและการสอนธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 5 หน้า 57
หน้าที่ 57 / 128

สรุปเนื้อหา

ธมฺมวิตกโกภิกขุ (พระยานรรัตน ราชมานิต) ผู้ประศาสน์ โลกุตร ธรรม “มหาสติปัฏฐาน ๔” บรรพชาเป็นพระภิกษุ ณ วัดเทพ ศิรินทราวาส เสถียร โพธินันทะ เป็นพระที่เยี่ยมมาก ผมก็ เลยไปบวชวัดเทพศิรินทร์ฯ อยู่ถัดจากห้องเจ้า คุณนรฯ สัก ๓ ห้อง แถวเดียวกันอยู่คณะหลวง ผมก็ไปอยู่ พระที่นั่นก็บอกว่าท่านไม่คุยกับ ใคร ท่านออกจากกุฏิก็ไปลงโบสถ์ ไปทำวัตร เช้า ทำวัตรเย็น พอเสร็จก็กลับกุฏิไม่ไปหา ใคร ถ้าคุณบุญยงอยากจะคุยก็ต้องไปดัก ตอนท่านลงจากโบสถ์ตอนเย็น ๆ สวดมนต์ เสร็จแล้ว ตอนนั้นละจะคุยได้ ท่านไม่ยอมเข้า กุฏิใคร ท่านจะยืนคุย แล้วพระบวชใหม่เขา เรียกพระนวกะเคยไปแกล้งท่าน บอกว่า เรา ๕-๖ คน ผลัดกันไปยืนคุยนะ คนหนึ่ง ไปคุยสัก ๕ นาที ๑๐ นาที แล้วก็ผลัดไปผลัด มาจะได้ไม่เมื่อย จะได้กลับมานั่งอะไรอย่างนี้ นะฮะ แล้วไปคุยปรากฏว่

หัวข้อประเด็น

- การบวชและการสอนธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ธมฺมวิตกโกภิกขุ (พระยานรรัตน ราชมานิต) ผู้ประศาสน์ โลกุตร ธรรม “มหาสติปัฏฐาน ๔” บรรพชาเป็นพระภิกษุ ณ วัดเทพ ศิรินทราวาส เสถียร โพธินันทะ เป็นพระที่เยี่ยมมาก ผมก็ เลยไปบวชวัดเทพศิรินทร์ฯ อยู่ถัดจากห้องเจ้า คุณนรฯ สัก ๓ ห้อง แถวเดียวกันอยู่คณะหลวง ผมก็ไปอยู่ พระที่นั่นก็บอกว่าท่านไม่คุยกับ ใคร ท่านออกจากกุฏิก็ไปลงโบสถ์ ไปทำวัตร เช้า ทำวัตรเย็น พอเสร็จก็กลับกุฏิไม่ไปหา ใคร ถ้าคุณบุญยงอยากจะคุยก็ต้องไปดัก ตอนท่านลงจากโบสถ์ตอนเย็น ๆ สวดมนต์ เสร็จแล้ว ตอนนั้นละจะคุยได้ ท่านไม่ยอมเข้า กุฏิใคร ท่านจะยืนคุย แล้วพระบวชใหม่เขา เรียกพระนวกะเคยไปแกล้งท่าน บอกว่า เรา ๕-๖ คน ผลัดกันไปยืนคุยนะ คนหนึ่ง ไปคุยสัก ๕ นาที ๑๐ นาที แล้วก็ผลัดไปผลัด มาจะได้ไม่เมื่อย จะได้กลับมานั่งอะไรอย่างนี้ นะฮะ แล้วไปคุยปรากฏว่า ท่านยืนได้เป็น ชั่วโมง ๆ ท่านไม่เมื่อยนะฮะ พระนวกะเมื่อย ไปตาม ๆ กัน ท่านเจ้าคุณนรฯ ท่านจบรัฐศาสตร์ รุ่นแรกของจุฬาฯนะ แล้วท่านไปเรียนปริญญา โทต่อที่อเมริกา มีคู่หมั้นด้วย หมั้นกันด้วย ท่านเป็นพระยาพานทองตั้งแต่อายุ ๒๕ แล้ว เผอิญเมื่ออายุ ๒๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว รัชกาลที่ 5 สวรรคต ท่านก็ไปบวช ให้ ที่นี้ ท่านเป็นพระยาพานทองมียศถา บรรดาศักดิ์ แล้วเป็นคนที่มีชื่อเสียงมาก เป็น คนที่มีความรู้แล้วก็มีรถยนต์คันเดียวในประ เทศไทย ท่านเล่าให้ผมฟัง ไม่มีใครมี มีแต่ ท่านมี แล้วท่านมีเงินมีทองแยะ มีที่ดินอะไร ต่ออะไรแยะเลย ท่านทั้งหมด แล้วมาบวช แสดงว่า ท่านวางแนวชีวิตของท่านไปในทาง เดียวกับพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น เรื่องที่ ท่านสอน ท่านก็สอนในแนวนี้ ไม่มีแนวต่ำ ๆ เลย นั่นเป็นแนวโลก ท่านจะสอนผมถึง เรื่อง มหาสติปัฐาน ๔ กายในกาย เวทนา ในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม ๔ อย่างนี้นะฮะ ท่านสอนผมอยู่ ๒ อย่าง หนึ่งคือ มหาสติปฐาน ๔ อีกอย่างหนึ่ง คือ วิธีนั่งสมาธิตามแบบอานาปานสติ ของท่าน แล้วผมถามท่านว่านั่งสมาธิมีประ โยชน์อย่างไร ท่านก็บอกว่าเวลาจิตสงบแล้ว รู้สึกสบาย พอจิตนิ่งเป็น เอกัคคตาจิต จิตนิ่ง สบาย ผมถามมันสบายยังไง ท่านบอกว่ามัน สว่างขึ้นที่ในหัวนี่ผมบอกว่าสว่างเป็นแสงยังไง ท่านบอกว่าเหมือนแสงจันทร์ เหมือนแสงจันทร์ นวลสบาย พอสว่างขึ้นจะสบาย แล้วจะไม่ เหนื่อย ทั้งคืนนั่งได้ไม่ต้องเปลี่ยนอิริยาบถ เลือดลมจะเดินดีหมด ท่าไหนก็ท่านั้นถ้า จิตมันนิ่งนะฮะ ท่านบอกตัวมันเบาขึ้นเลย นี่เป็นสิ่งที่ท่านสอนผม” ผ ล แ ห่ ง ก า ร บ ว ช “หลักธรรมมาใช้กับการทำงานนั้นได้ มาจากการบวช เพราะเราเห็นว่าพระพุทธเจ้า ตรัสไว้ถึงเรื่อง อิทธิบาท ๔ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ก็ได้เห็นว่า เมื่อเราทำงาน ก็สามารถนำมาใช้ได้นี่ ฉันทะ คุณก็รู้ใช่มั้ยว่าคือ ความพอใจ มีใจรักที่จะทำงาน วิริยะคือ ความขยันหมั่นเพียร จิตตะคือ เอาใจจดจ่อคิดอยู่เสมอ ๆ วิมังสาคือ ในทัศนะของผมนะคือ การ ประเมินผล ซึ่งผมเห็นว่ามันเข้ากับหลักธุรกิจ ได้เป็นอย่างดี ไม่น่าจะมีอะไรขัดกัน ได้นำมา ใช้แล้วก็ได้ผลดีตลอดมา อย่างเวลานี้ผมมี งานมาก งานมากจริง ๆ เข้ามาสักสิบชิ้น เรา ทำได้ห้าชิ้น บางครั้งเกิดความไม่สบายใจ เราทำงานไม่หมด แต่เพราะความปล่อยวาง นะฮะ เราทำได้แค่นี้ก็แค่นี้ ไม่ต้องกลุ้มอก Kalyanamitra.org กั ล ย า ณ ม ต ร ๕๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More