ข้อความต้นฉบับในหน้า
ความเป็นตถาคตอยู่ บริสุทธิ์ บริบูรณ์ด้วยคุณธรรม ไม่แตกต่างไปจากเราตถาคตเลย
เมื่อทรงทราบดั่งนี้แล้ว พระตถาคตเจ้าจึงประกาศธรรมะ เพื่อกำจัดเสียซึ่งกิเลส
และยังพุทธภาวะภายในนั้นให้ประจักษ์ต่อสัตว์ทั้งหลาย...”
คำว่า ตถาคตครรภะ (ตถาคตครุภ) เป็นคำซึ่งไม่มีในคัมภีร์บาลีของเรา คำว่า
“ตถาคตะ” ก็มาจากคำว่าตถาคตหมายถึง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่วนคำว่า “ครุภ
เป็นคำสันสกฤต ในบาลีตรงกับคำว่า “คัพพะ” ซึ่งมีความหมายได้ว่าเป็นครรภ์ ครรภ์มารดา
ก็ได้ หรือแปลว่าตัวอ่อนที่อยู่ในครรภ์ก็ได้ ถ้าแปลเป็นภาษาไทยให้ถูกต้องก็แปลว่า
หน่อเนื้อพุทธางกูร หรือเป็นภาษาอังกฤษเรียกว่า Buddha Nature หรือ Buddha
Essense หรือ Buddha Embryo ทั้ง ๓ ความหมายนั้นตรงกันกับของวิชชาธรรมกาย
แล้วก็ยังมีคำอธิบายขยายความต่อไปอีกว่า ตถาคตครรภะ อีกนัยหนึ่งก็คือธรรมกาย
นั่นเอง
๓
ยังมี คัมภีร์ ข อ ง ม ห า
ยานอีกเล่มหนึ่ง
20
ชื่อว่า คัมภีร์ศรีมาลาเทวี สีหนาทสูตร
สูตรนี้เป็นพระสูตรที่เก่าแก่ เชื่อกันว่าเป็นของมหาสังฆิกะ” มหาสังฆิกะนั้นเป็นสงฆ์
หมู่ใหญ่ในอินเดีย ก่อนการเกิดขึ้นของปรัชญามหายาน ขอเรียนให้ทราบอย่างหนึ่งว่า
ประวัติพุทธศาสนาที่สอนกันในประเทศไทยที่บอกว่า มหาสังฆิกะนั้นอีกนัยหนึ่งก็คือ
มหายานนั่นเอง หรือระบุว่ามหาสังฆิกะเป็นสาเหตุของการเกิดขึ้นของมหายาน ความจริง
แล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย มหาสังฆิกะ แปลว่า สงฆ์หมู่ใหญ่ ซึ่งหมายถึง สงฆ์ทั่วไป
ในแคว้นอินเดียตอนเหนือ สงฆ์กลุ่มนี้ไม่มีความเลื่อมใสในมหายานเลย
ดังที่ได้กล่าวไว้ในตอนแรกว่า มหายานไม่ใช่นิกายใหม่ เป็นเพียงปรัชญาหนึ่ง
ที่ได้รับความเชื่อถืออย่างกว้างขวางจนครอบคลุมพุทธศาสนานิกายต่าง ๆ ทั่วประเทศ
อินเดียตอนเหนือ ขณะที่ปรัชญามหายานทรงอิทธิพลมากขึ้นนี้ คัมภีร์ของมหาสังฆิกะ
ก็ถูกเปลี่ยน ถูกนำเข้ามาอยู่ในร่มไม้ชายคาของมหายาน ในคัมภีร์ศรีมาลาเทวี สีหนาทสูตร
เล่มนี้ก็เช่นเดียวกัน ในตอนหนึ่งมีใจความว่า...
“บุคคลใดไม่มีความสงสัยว่า ตถาคตเจ้า ได้หลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวงแล้ว
และธรรมกายนั้น ย่อมไม่มีการเกิด ไม่มีการแก่ ไม่มีการเจ็บ ไม่มีการตาย
คงที่แน่นอนสงบตลอดกาล บริสุทธิ์บริบูรณ์ปราศจากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง
ทั้งปวง ถึงพร้อมด้วยพุทธคุณทั้งปวง จะนับจะประมาณมิได้ ประหนึ่งเม็ดทราย
ในท้องพระแม่คงคาฉะนั้น สมบูรณ์ไปด้วยวิมุตติญาณทัสสนะ แต่ไม่ปรากฏต่อ
สายตาของคนทั้งปวง ธรรมกายของพระตถาคตเจ้า เมื่อยังไม่พ้นจากกิเลส
ย่อมถูกกล่าวถึงในนามของตถาคตครรภะ” อีกตอนหนึ่งในคัมภีร์เดียวกันนี้เอง
กล่าวว่า “ธรรมกายนั้นย่อมเที่ยงแท้แน่นอนที่สุด เป็นสุขล้วน ๆ เป็นตัวตนคือ
เป็นอัตตาที่แท้จริง บริสุทธิ์ที่สุด ผู้ใดได้เห็นธรรมกายของตถาคตในลักษณะนี้แล้ว
๓ ดูคำอธิบายเพิ่มเติมท้ายบท