การผลิตสีจากเมล็ดแม็กโนเลีย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 5 หน้า 116
หน้าที่ 116 / 128

สรุปเนื้อหา

คาร์เวอร์ได้คิดที่จะใช้สิ่งนี้ผลิตสีด้วยหรือไม่ ต่อจากฉบับที่แล้ว ใน พ.ศ. ๒๔๗๖ (ค.ศ. ๑๙๓๓) บริษัทถั่วลิสง ทอม เฮาสตัน (Tom Houstan Peanut Company) ได้ตกลงใจจะมอบแผ่นโลหะบรอนซ์ (plaque) สลัก ภาพของคาร์เว่อร์ให้ไว้แก่สถาบันทัสดีก็เพื่อเป็นเกียรติ แก่เขา งานนี้นับว่าเป็นเหตุการณ์อันสำคัญสำหรับ โรงเรียน หมู่เจ้าหน้าที่ร้องเพลงเตรียมฝึกซ้อมกัน อย่างขยันขันแข็ง ดร.รอเบิด อาร์. โมเต็น ผู้รับตำแหน่ง หัวหน้าสถาบันแทน ดร.บูเก้อร์ ที่ วอชิงตัน มิได้เชิญแขก ทั่วไปเฉพาะแต่ในรัฐเท่านั้น หากได้เชิญจากรัฐอื่น ๆ คือ แอ็ตเล็นต้า นิวออร์ลีนส์ และวอชิงตันด้วย ทุก ๆ คนต่าง ก็มีความรื่นเริงเบิกบาน เว้นแต่ ดร.คาร์เวอร์ กรรมการเตรียมจัดงานรู้สึกปริวิตกที่สารรูปอัน มอซอของดร.คาร์เวอร์ผู้ไม่สนใจเลยว่า ตัวเขามีส่วน เก

หัวข้อประเด็น

- การผลิตสีจากเมล็ดแม็กโนเลีย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เบาเก็บดอกไม้กับเมล็ดสีแดงจากต้น แม็กโนเลีย ซึ่งอยู่เหนือศีรษะของเขา เมล็ดบางเมล็ดแตกออกขณะที่อยู่ในมือ และเบาก็เช็ดนิ้วมือที่เปื้อนนั้น ขณะที่ เช็ดเบาก็คิดสงสัยไปอย่างเรื่อย ๆ ว่า คาร์เวอร์ได้คิดที่จะใช้สิ่งนี้ผลิตสีด้วยหรือไม่ ๑๑๔ ต่อจากฉบับที่แล้ว ใน พ.ศ. ๒๔๗๖ (ค.ศ. ๑๙๓๓) บริษัทถั่วลิสง ทอม เฮาสตัน (Tom Houstan Peanut Company) ได้ตกลงใจจะมอบแผ่นโลหะบรอนซ์ (plaque) สลัก ภาพของคาร์เว่อร์ให้ไว้แก่สถาบันทัสดีก็เพื่อเป็นเกียรติ แก่เขา งานนี้นับว่าเป็นเหตุการณ์อันสำคัญสำหรับ โรงเรียน หมู่เจ้าหน้าที่ร้องเพลงเตรียมฝึกซ้อมกัน อย่างขยันขันแข็ง ดร.รอเบิด อาร์. โมเต็น ผู้รับตำแหน่ง หัวหน้าสถาบันแทน ดร.บูเก้อร์ ที่ วอชิงตัน มิได้เชิญแขก ทั่วไปเฉพาะแต่ในรัฐเท่านั้น หากได้เชิญจากรัฐอื่น ๆ คือ แอ็ตเล็นต้า นิวออร์ลีนส์ และวอชิงตันด้วย ทุก ๆ คนต่าง ก็มีความรื่นเริงเบิกบาน เว้นแต่ ดร.คาร์เวอร์ กรรมการเตรียมจัดงานรู้สึกปริวิตกที่สารรูปอัน มอซอของดร.คาร์เวอร์ผู้ไม่สนใจเลยว่า ตัวเขามีส่วน เกี่ยวข้องอยู่กับงานนั้น แม้จะเป็นผู้ได้รับเกียรติแต่ก็ยัง หลีกเลี่ยงไปทำงานอันเต็มไปด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ตาม กั ล ย า ณ ม ต ร ปกติของเขาอยู่ทุกวัน ได้มีการชุมนุมพูดกันถึงเรื่องนี้ อยู่มาก ในที่สุดกลุ่มสมาชิกแห่งคณะอาจารย์ก็ได้ เข้าไปหาเขา คณะอาจารย์ได้กล่าวถึงเกียรติครั้งนี้ว่า ย่อมมีความหมายแก่ทัสดีก็เพียงไร ได้พูดถึงความ ใฝ่ฝันว่า มันจะนำไปสู่ความรู้สึกอันจูงให้เกิดกำลังใจ ของนิสิตจำนวนเป็นพัน ๆ มิใช่เฉพาะแต่ที่อยู่ภายใน วิทยาลัยของนิสิตเหล่านั้นเท่านั้น หากตลอดทั่วไปทั้ง ประเทศ และพูดถึงแขกผู้มีชื่อเสียงเด่นทั้งหลาย คาร์ เว่อร์นิ่งฟังอยู่ด้วยความอดทน ศีรษะเอียงไปทางด้าน ข้างเล็กน้อย สายตาพลางจับอยู่ที่หญ้าเหี่ยว ๆ ข้างทาง คนเดินตลอดเวลา แล้วก็ “ดร.คาร์เวอร์ ท่านจะไม่กรุณาสวมเสื้อคลุม ดุษฎีบัณฑิตของวิทยาลัยหรอกหรือ” คาร์เวอร์เงยหน้าขึ้นมองด้วยตาแจ๋ว และว่า “ฉันไม่มีเสื้อคลุมนี่” “อ๋อ ท่านมีอยู่แล้ว” “แต่...” “เราได้สั่งตัดให้ท่านชุดหนึ่ง ได้มาเมื่อเช้านี้เอง” ครั้นวันนั้นมาถึง ห้องประชุมแน่นไปด้วยคน ผู้เป็นประธานได้กล่าวสุนทรพจน์อย่างคล่องแคล่วและ ยืดยาว ส่วนคาร์เวอร์โบกลมอยู่อย่างหงุดหงิด รู้สึก อึดอัดที่รอยจีบอันมากมายของเสื้อคลุมนั้น เขาขยับ รองเท้าเคาะพื้นด้วยความรำคาญ ขณะนั้นการปรบมือ แสดงความยินดีก็มีอยู่เรื่อย ๆ ติดต่อกันไป บอกคาร์เวอร์ ให้รู้ว่าจะต้องกล่าวตอบ คาร์เวอร์มองดูไปรอบ ๆ อย่างวุ่นวายใจ แล้วก็หลบไปข้างหลังบังตัวเสีย ศาส ตราจารย์สองคนได้เข้าไปหาและขอร้องให้เขายืนขึ้น เมื่อเขายืนขึ้นก็มีเสียงปรบมือกันอย่างสนั่นหวั่นไหว จนฟังอะไรไม่ได้ศัพท์ เมื่อเสียงสงบเงียบแล้ว นัก วิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังคงยืนอยู่ที่นั่นเอง เป็นสุภาพ บุรุษเฒ่าที่มีกิริยาอึดอัดอีหลักที่เหลือ มือจับส่วนหน้าของ เสื้อคลุมบิดไปมา ซึ่งเขารู้สึกแน่ว่า ถ้าเขาจะก้าวไป ข้างหน้าสักก้าวเดียว ก็จะต้องเหยียบเสื้อคลุมล้มลง อย่างแม่นมั่น เขาจึงไม่ก้าวออกไป จากที่ ๆ เขายืนอยู่นั้น เขาได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า “ข้าพเจ้าไม่เคยสวมเสื้อผ้าอย่างนี้มาก่อนเลย” เขาเขย่าส่วนของเสื้อคลุมที่เขารวบไว้เต็มกำมือให้แขกดู “ข้าพเจ้าจะไม่สวมมันอีก” เขารวบกลีบเสื้อขึ้นให้กระชับขาอันแบบบาง แล้ว
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More