ข้อความต้นฉบับในหน้า
กลางกาย
การเจริญสมาธิเพื่อให้เข้าถึงธรรมกาย
นั้น ใช้วิธีนึกนิมิตดวงแก้วไว้ที่ศูนย์กลางกาย
ซึ่งอยู่เหนือสะดือขึ้นมาประมาณสองนิ้วมือ
สว่างเหมือนดวงอาทิตย์ แต่แสงไม่จ้าและ
ไม่รู้สึกร้อนเลยค่ะ
ครั้งแรกที่เห็นนิมิตดวงแก้วที่ศูนย์กลาง
กาย ดิฉันรู้สึกว่าเย็นค่ะ ดวงแก้วยิ่งสว่าง
เท่าไรก็ยิ่งรู้สึกเย็นมากขึ้นเท่านั้น แม้ขณะนี้
การทำเช่นนี้ก็เพื่อฝึกตะล่อมให้ใจรวมเป็นหนึ่ง ครั้งแรกที่ได้เห็นนิมิตดวงแก้ว ก็ยังรู้สึกเย็นจริง ๆ นะคะ ดิฉันรู้สึกเบาสบาย
ณ ศูนย์กลางกาย ขณะที่ใจหยุดนิ่งอยู่ ณ
ศูนย์กลางกาย นิมิตดวงแก้วก็จะชัดใสสว่าง
มีขนาดเท่าดาวประจำเมือง หรือดวงจันทร์
หรือดวงอาทิตย์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเอาใจใส่
ของผู้ปฏิบัติ คุณบีเลียนได้ผ่านประสบการณ์
ในระดับนี้มาแล้ว เธอเล่าว่า
“ในวันแรกดิฉันไม่เห็นอะไรเลย
ไม่รู้สึกอย่างใดเลย สองสามวันต่อมาจึง
เห็นนิมิตดวงแก้วใส ยิ่งนั่งปฏิบัตินานขึ้น
นิมิตดวงแก้วก็ยิ่งสว่างขึ้น แล้วทำให้ดิฉัน
รู้สึกเบาสบายมีความสุขยิ่งขึ้น นิมิต
ดวงแก้วก็ชัดขึ้นชัดขึ้นเรื่อย ๆ จนมีความ
รู้สึกเสมือนว่า ดวงแก้วขยายใหญ่คลุมตัว
ดิฉันทีเดียว ขณะที่พูดนี้ดวงแก้วก็ยังใส
ใสสว่าง ดิฉันรู้สึกมีความสุข
มากจริง ๆ นะคะ ดิฉันไม่เคย
มีความสุขอย่างนี้มาก่อนเลย!
รู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกัน
แต่ก็เชื่อว่าเป็นความจริง เป็น
ธรรมชาติ เพราะทำให้ดิฉัน
มีความสุขมาก
และเป็นสุขจริง ๆ ขณะที่นั่งสมาธิดิฉันจำคำว่า
“สัมมา อะระหัง” ไม่ได้ ดิฉันก็เลยท่อง
ภาษาจีนแทนว่า “อะมิตตาพุทธ” ค่ะ”
วัดเป็นที่พึ่งของเรา
คุณต้น บีกอ อายุประมาณ ๓๑ ปี
เธอก็เป็นแพทย์แผนโบราณและแพทย์
ฝังเข็มด้วยอีกผู้หนึ่ง เธอเคยเดินทางมา
ประเทศไทยเมื่อ ๕ ปีมาแล้ว เธอไม่ค่อยชอบ
กรุงเทพฯนัก เพราะอากาศร้อนมาก แต่เธอ
บอกว่าชอบอาหารไทยเป็นอย่างยิ่ง
แม้จะเป็นชาวพุทธ เธอก็ไม่ใคร่จะได้ไป
วัดบ่อยนัก เนื่องจากมีงานยุ่ง เธอจึงฟังรายการ
กั ล ย า ณ มิ ต ร ๖๓
Kalyanamitra.org