การต้อนรับผู้ช่วยคนใหม่ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 5 หน้า 118
หน้าที่ 118 / 128

สรุปเนื้อหา

ค่อยจะได้ส่องกระจกเงาเลย แต่ในเช้าวันนั้นเขาได้ส่อง ดู ใช่แล้ว เขากำลังเข้าเขตชราภาพ ผมหงอกไหล่เอียง เขารู้ข่าวว่าผู้ช่วยของเขามาถึงแล้วตั้งแต่คืนก่อน ผู้ช่วย ของเขาจะเป็นคนอย่างไร จะมองเห็นอะไร ๆ ได้ดีจริง ไหม น้อยคนนักที่จะแลเห็นอะไร ๆ ได้ดีจริง ๆ “ข้าแต่พระผู้สร้าง กาลเวลากำลังจะหมดไปแล้ว” เขาพึมพำในขณะที่เดินฝ่าไปตามทางในตรอก “ข้า พระองค์แก่แล้วรู้สึกเหนื่อยอ่อน ข้าพระองค์ไม่อยากจะ ถูกรบกวน” ขณะนั้นมีห่านป่าบินมาเหนือศีรษะของเขา เขา แหงนหน้าขึ้นพูด “เร็วอย่างนี้เจียวหรือ มันมาสู่ทางใต้ในฤดูหนาว แปลว่ามันรู้ว่าจะหนาวมาก มันรู้ว่าอะไรจะมา ฉะนั้นจึง เตรียมการไว้” เขาหัวเราะหึ ๆ “น่าขันที่ความรู้สึกของเราใช้ ประโยชน์ได้น้อยกว่านกและสัตว์ทั้งหลาย ข้าพระองค์ พร่ำบ่นทั้ง ๆ ที่ทราบ โปรดประทานอภั

หัวข้อประเด็น

- การต้อนรับผู้ช่วยคนใหม่

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๑๑๖ ค่อยจะได้ส่องกระจกเงาเลย แต่ในเช้าวันนั้นเขาได้ส่อง ดู ใช่แล้ว เขากำลังเข้าเขตชราภาพ ผมหงอกไหล่เอียง เขารู้ข่าวว่าผู้ช่วยของเขามาถึงแล้วตั้งแต่คืนก่อน ผู้ช่วย ของเขาจะเป็นคนอย่างไร จะมองเห็นอะไร ๆ ได้ดีจริง ไหม น้อยคนนักที่จะแลเห็นอะไร ๆ ได้ดีจริง ๆ “ข้าแต่พระผู้สร้าง กาลเวลากำลังจะหมดไปแล้ว” เขาพึมพำในขณะที่เดินฝ่าไปตามทางในตรอก “ข้า พระองค์แก่แล้วรู้สึกเหนื่อยอ่อน ข้าพระองค์ไม่อยากจะ ถูกรบกวน” ขณะนั้นมีห่านป่าบินมาเหนือศีรษะของเขา เขา แหงนหน้าขึ้นพูด “เร็วอย่างนี้เจียวหรือ มันมาสู่ทางใต้ในฤดูหนาว แปลว่ามันรู้ว่าจะหนาวมาก มันรู้ว่าอะไรจะมา ฉะนั้นจึง เตรียมการไว้” เขาหัวเราะหึ ๆ “น่าขันที่ความรู้สึกของเราใช้ ประโยชน์ได้น้อยกว่านกและสัตว์ทั้งหลาย ข้าพระองค์ พร่ำบ่นทั้ง ๆ ที่ทราบ โปรดประทานอภัยให้แก่ข้าพระองค์ เถิด พระผู้สร้างงานย่อมเป็นของพระองค์ และการส่ง คนมาทำงานต่อก็เป็นของพระองค์” เขากลับมาหลังจากที่ออกไปนานสองชั่วโมง กลับ มาพร้อมกับการหอบเอาไม้กอชนิดหนึ่งชื่อ โครตน อาลาบามีสีส (Croton Alabameses) ซึ่งมีสีเขียวอยู่ เสมอและมีใบดก ข้างใต้ใบเป็นสีเงิน มาด้วย ไม้นี้มี น้อยและมีค่าสูง คาร์เวอร์รู้สึกเป็นสุข และเมื่อเขาไป รับประทานอาหารเช้าก็ลืมเรื่องวิตกใด ๆ เสียสิ้น บรรยา กาศในห้องรับประทานอาหารดูเต็มไปด้วยความร่าเริง สมาชิกในคณะอาจารย์และนิสิตที่ไม่ได้พบกันมาตั้งแต่ เดือนมิถุนายนได้แสดงการต้อนรับกันด้วยการเปล่ง เสียงยินดีดังก้องไปทั้งห้อง เมื่อได้เข้านั่งโต๊ะตามที่แล้ว คนหนึ่งได้สะกิดคาร์เวอร์และกระซิบบอกว่า “นั่นแน่ เขามาแล้ว ดร.คาร์เว่อร์ นั่นผู้ช่วยคนใหม่ ของท่าน" คาร์เวอร์เงยหน้าขึ้นดู แลเห็นคนสี่คนกำลังเข้ามา ในห้องโถงและยืนรออยู่ที่ประตูเห็นได้ชัดว่าเป็นคนหน้า ใหม่ทั้งหมด คาร์เวอร์เพ่งดูด้วยความกระหายอยากรู้ คนไหนกันหนอ เมื่อเขาทั้งหลายเดินเข้ามา ร่างของคน หนึ่งได้เข้ามาอยู่ในความสังเกตของเขา-คนที่ร่างสูง รูปหล่อและที่ยิ้มละไมเมื่อเขาหันหน้าไปทางเพื่อนของเขา แต่มันเป็นเพราะดวงตาหรอกที่จับใจคาร์เวอร์-ดวงตา - ที่คมและซึ้ง ดวงตาทั้งสองนั้นเป็นของผู้ที่สามารถ “เห็น” ได้จริง ๆ คาร์เวอร์เอนกายพิงผนังและว่า คนนั้น หวังว่าจะเป็นคนนั้น” เมื่อคนรับใช้พยักหน้าให้แล้ว “คนนั้น” ก็แยกทาง จากคนอื่นเดินตรงมาที่โต๊ะของคาร์เวอร์ ยื่นมือออกและ กล่าวด้วยวาจานอบน้อมอย่างจริงใจว่า “ดร.คาร์เวอร์ ฉันคือ ออสติน เคอร์ติส” ต่อมาเขาทั้งสองก็ไปยังที่ทำงาน ชายหนุ่มรู้สึกว่า จิตใจไม่สงบ เพราะผู้ยิ่งใหญ่คนนี้พูดน้อยเหลือเกิน เขา พูดเพียงว่า “ท่านสนใจในเรื่องอะไรบ้าง” “ท่านกำหนดแผน การไว้ว่าจะทำอะไร” แล้วเขาก็จากไป คาร์เวอร์จะรับเขาไว้หรือไม่ เป็นปัญหา - เคอร์ติสเคยได้ยิน เรื่องวิตถารต่าง ๆ ของดร. คาร์เวอร์มามาก แม้อย่างนั้น “ข้าพเจ้าไม่เคยพบดวงหน้าที่ประกอบด้วย ความเมตตามากกว่านี้” ออสติน เคอร์ติสกล่าวในบัดนี้ “มันมากยิ่งกว่าความเมตตาเสียอีกด้วยซ้ำ เรื่องนี้ ข้าพเจ้ามานึกได้ภายหลัง ว่าคุณลักษณะที่ข้าพเจ้ารู้สึกใน เช้าวันนั้นคือ-นักบุญ ไม่มีคำอื่นที่เหมาะกว่านี้อีกแล้ว” วันหนึ่งในเวลาเช้าแห่งเดือนกันยายนนั้น เคอร์ติส ได้ออกเดินเล่นอย่างอยากจะรู้เห็นอะไร ๆ เขายังไม่เคย มาอาลาบาม่าเลย เขารู้สึกว่าต้นไม้ทั่ว ๆ ไปที่นั่นทำให้ เขาติดใจ เขาได้เห็นดินเหนียวสีแดงและคำนึงถึงสีที่ คาร์เวอร์ได้มาจากดินนั้น เขาเก็บดอกไม้กับเมล็ดสีแดง จากต้นแม็กโนเลียซึ่งอยู่เหนือศีรษะของเขา เมล็ดบาง เมล็ดแตกออกขณะที่อยู่ในมือและเขาก็เช็ดนิ้วมือที่เปื้อนนั้น ขณะที่เช็ดเขาก็คิดสงสัยไปอย่างเรื่อย ๆ ว่าคาร์เว่อร์ได้ คิดที่จะใช้สิ่งนี้ผลิตสีด้วยหรือไม่ เขาได้ครุ่นคิดในเรื่องนี้ต่อมาอีกหลายวัน- คาร์เว่อร์ก็ยังไม่เรียกไปหา ความคิดกดดันให้เขาแอบ เข้าไปในห้องทดลองและลงมือทำการทดลอง เวลาได้ ผ่านไป ๆ จนข้างนอกมืดค่ำลง แต่ออสติน เคอร์ติส ก็ไม่ เอาใจใส่กับเวลา ประตูห้องทดลองถูกเปิดออกจน ดร.คาร์ เว่อร์เข้ามายืนอยู่ข้างหลังเขาก็ยังไม่ได้ยินหรือรู้สึก เมื่อ เขาชูหลอดแก้วขึ้นสูงและหลิ่วตาตรวจดู ก็มีเสียงมาจากที่ ใกล้ ๆ ข้อศอกของเขาว่า “ของอะไรนั่น” กั ล ย า ณ ม ต ร Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More