คัมภีร์เกี่ยวกับธรรมกาย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 5 หน้า 83
หน้าที่ 83 / 128

สรุปเนื้อหา

มี คัมภีร์ โ บ ร า ณ อีก ๒ คั ม ภี ร์ ซึ่งกล่าวถึงเรื่องธรรมกาย เป็นคัมภีร์สำคัญ ซึ่งรจนาขึ้น เพื่ออธิบายเรื่องราวในพระไตรปิฎก คัมภีร์แรกคือ มิลินทปัญหาคัมภีร์ แต่งขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.๕๐๐ ในคัมภีร์มิลินทปัญหา ฉบับภาษาอังกฤษซึ่งแปลโดย นางริส เดวิดส์ ไม่ได้บอกชื่อผู้แต่ง แต่ในฉบับภาษาไทยระบุว่าผู้แต่งชื่อ พระปิฎกจุฬาภัย ซึ่งได้เขียนเรื่องราวการโต้ตอบปัญหาระหว่าง พระนาคเสนกับพระยามิลินท์โยนกราช มีตอนหนึ่งที่กล่าวถึงเรื่องพระธรรมกาย โดยกล่าวว่า ธรรมกายเป็นภาวะอย่างหนึ่ง ของพระพุทธเจ้า เป็นสภาวะอย่างหนึ่งที่สัมผัสได้ด้วยใจ ตรงกับการค้นพบของ หลวงพ่อวัดปากน้ำที่ยืนยันว่า ผู้เข้าถึงธรรมกายสามารถจับต้องได้และเป็นตัวแท้จริงของ พระพุทธเจ้า ส่วนในคัมภีร์อีกเล่มหนึ่งคือ คัมภีร์วิสุทธิมรรค แต่งประมาณ พ.ศ.

หัวข้อประเด็น

- คัมภีร์เกี่ยวกับธรรมกาย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

มี คัมภีร์ โ บ ร า ณ อีก ๒ คั ม ภี ร์ ซึ่งกล่าวถึงเรื่องธรรมกาย เป็นคัมภีร์สำคัญ ซึ่งรจนาขึ้น เพื่ออธิบายเรื่องราวในพระไตรปิฎก คัมภีร์แรกคือ มิลินทปัญหาคัมภีร์ แต่งขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.๕๐๐ ในคัมภีร์มิลินทปัญหา ฉบับภาษาอังกฤษซึ่งแปลโดย นางริส เดวิดส์ ไม่ได้บอกชื่อผู้แต่ง แต่ในฉบับภาษาไทยระบุว่าผู้แต่งชื่อ พระปิฎกจุฬาภัย ซึ่งได้เขียนเรื่องราวการโต้ตอบปัญหาระหว่าง พระนาคเสนกับพระยามิลินท์โยนกราช มีตอนหนึ่งที่กล่าวถึงเรื่องพระธรรมกาย โดยกล่าวว่า ธรรมกายเป็นภาวะอย่างหนึ่ง ของพระพุทธเจ้า เป็นสภาวะอย่างหนึ่งที่สัมผัสได้ด้วยใจ ตรงกับการค้นพบของ หลวงพ่อวัดปากน้ำที่ยืนยันว่า ผู้เข้าถึงธรรมกายสามารถจับต้องได้และเป็นตัวแท้จริงของ พระพุทธเจ้า ส่วนในคัมภีร์อีกเล่มหนึ่งคือ คัมภีร์วิสุทธิมรรค แต่งประมาณ พ.ศ.๑๐๐๐ โดยพระพุทธโฆษาจารย์ ก็มีกล่าวถึงเรื่องธรรมกายอยู่ ๒ ตอนด้วยกัน ที่ปรากฏอยู่ก็คือ ตอนพุทธานุสติแห่งหนึ่ง กับตอนมรณานุสติอีกแห่งหนึ่ง แต่ทั้ง ๒ แห่งนั้น ถ้าจะ สรุปความให้ได้อย่างของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ก็ยากเต็มที่ เพราะว่าไม่มีข้อความใดเลย ที่จะกล่าวอย่างชัดเจนว่า ธรรมกายมีลักษณะเป็นพระพุทธปฏิมากรเกตุดอกบัวตูม ปางสมาธิ และเป็นแก้วใส เพราะฉะนั้นก็เลยไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมชาวพุทธในประเทศไทย โดยเฉพาะนักปริยัติ พอเรียนเรื่องธรรมกายแล้วมักจะบอกว่า มันไม่จริง พ ร ะ พุ ท ธ โ ม ษ า จ า ร ย์ เมื่อประมาณ ๒, ๐ ๐ ๐ ก ว่ า ปี ม า แ ล้ ว ยังได้แต่งคัมภีร์ขึ้นอีกเล่มหนึ่ง คือคัมภีร์อรรถสาลินี อธิบายคำว่า “ธรรมกาย” ไว้เพียงคำว่า กายนั้นแปลว่าอะไร ท่านอธิบายคำว่า “กาย” เป็น ๒ นัยคือ กายที่แปลว่า รูปร่าง ร่างกายมนุษย์ทั่วไป เป็นนัยที่ ๑ อีกนัยหนึ่ง แปลว่า กลุ่มก้อนของอะไรสักอย่างหนึ่งก็ได้ เพราะฉะนั้นนักปริยัติทั่วไปในทางเถรวาท นั้นก็ยากเหลือเกินที่จะตีความหมายว่า ธรรมกายนั้นเป็นกาย เป็นหน่ออ่อนของกาย ตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นตัวเนื้อแท้ของพระพุทธเจ้า มีลักษณะมหาบุรุษ หรือที่เรียกว่ามหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ ส่วนมากก็จะตีความว่า ธรรมกายนั้น ก็เป็นคำอุปมาหมายถึงพุทธคุณอันประเสริฐของพระพุทธเจ้า หาได้หมายถึง กายที่เป็นตัวตนอันจับต้องได้ มีชีวิตจิตใจอย่างใดไม่ คัมภีร์ทั้ง ๓ เล่มที่กล่าวมานี้ต่างก็ถูกแต่งขึ้นมาโดยพระคันถรจนาจารย์ เพื่ออธิบายความในพระไตรปิฎกอีกทีหนึ่ง ซึ่งในส่วนที่กล่าวถึงคำว่า “ธรรมกาย” ยังไม่เด่นชัดนัก ยังมีหลักฐานอยู่อีกชิ้นหนึ่งที่เก่าแก่มากกว่า คัมภีร์นั้นคือ พระอภิธรรมปิฎก ก่อนที่จะมีปรัชญามหายานเกิดขึ้น มีพุทธศาสนา นิกายหนึ่งซึ่งเก่าแก่มาก ปัจจุบันสูญหายไปแล้ว พุทธศาสนานิกายนี้เรียกตัวเองว่า สรวาสติวาท(สันสกฤต) หรือสัพพมัตถิติกวาท (บาลี) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ไวภาษีกะ มีหลักฐานว่าเป็นผู้เขียนคัมภีร์พระอภิธรรมปิฎกชุดแรกไว้ ตามตำนานของสรวาสติวาท กล่าวไว้ว่า ในการสังคายนาพระไตรปิฎกของพระเจ้ากนิษกะที่แคชเมียร์ (อยู่ในประเทศ ปากีสถาน) นั้นพระภิกษุสงฆ์จากนิกายต่าง ๆ หลายร้อยรูป ทั้งจากแคว้นอินเดีย Kalyanamitra.org กั ล ย า ณ ม ต ร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More