ข้อความต้นฉบับในหน้า
รัตนะสูงสุดในโลกคือ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ และสังฆรัตนะ รวมเป็นพระรัตนตรัย อันเป็น
สรณะคือที่พึ่ง ไม่มีสรณะอื่นใดยิ่งกว่า
เหล่ากัลยาณมิตรทั้งหลายได้น้อมตนรับพระรัตนตรัยไว้เป็นที่พึ่ง บางเหล่าขอเป็นที่พึ่ง บางเหล่า
ขอเข้าถึง และมีอีกจำนวนหนึ่งของเหล่ากัลยาณมิตรขอเป็นส่วนหนึ่งของพระรัตนตรัย
บัดนี้เป็นโอกาสอันเป็นมหามงคลที่น่ายินดีของชาวโลก ที่กัลยาณมิตรสุธรรม ตีระวนิช
เลขานุการมูลนิธิธรรมกาย และประธานสำนักงานกัลยาณมิตรได้ประกาศตนเป็นอุปสัมปทา
เปกขะ เพื่อประพฤติพรหมจรรย์ซึ่งเป็นบุญเขตอันเยี่ยม ในอารามวัดพระธรรมกาย ในวันวิสาขบูชา
ตรงกับวันศุกร์ที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๓๒
การบรรพชาอุปสมบทหรือการบวชนี้ ถือว่าเป็นการประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อทำนิพพานให้แจ้ง
ให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์ เมื่อกัลยาณมิตรสุธรรม ตีระวนิช ผู้จะเข้าปฏิญาณตนต่อพระรัตนตรัยในครั้งนี้
เป็นศุภนิมิตอันรุ่งโรจน์ว่า “สาธุ โข ปพฺพชชา นาม” การบวชเป็นการดีแล เช่นนี้
ปูชนียภิกขุทั้ง ๓ ใน “กัลยาณมิตร” ฉบับนี้มีความสำคัญ ในฐานะแห่งพระอุปัชฌายะ พระ
อนุสาวนาจารย์ และพระกรรมวาจาจารย์ แก่อุปสัมปทาเปกขะ กัลยาณมิตรสุธรรม ตีระวนิช ผู้จะบวช
อุทิศชีวิตให้กับพระพุทธศาสนา พิธีบรรพชาอุปสมบทจะกระทำท่ามกลางสังฆสมาคม ๕๐ รูปเป็น
หัตถบาส เพื่อสร้างหน่อเนื้อพุทธางกูรผู้เป็นธรรมทายาทแห่งพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
ขึ้น ณ บัดนี้
ปูชนียภิกขุทั้ง ๓ รูป เหล่านั้นคือ
พระธรรมปัญญาบดี
พระเทพโสภณ
พระราชปริยัติโมลี
เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรรมการมหาเถรสมา
คมและเจ้าคณะภาค ๗ เป็นพระอุปัชฌาย์
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เจ้าคณะ
ภาค ๑๔ เป็นพระกรรมวาจาจารย์
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร รอง
เจ้าคณะภาค ๑๓ ผู้อำนวยการสถาบันบาที่ศึกษาพุทธ
โฆส เป็นพระอนุสาวนาจารย์
๓๘
ก ล ย า ณ ม ต ร